คอลัมน์ใหม่ Silence of the Lamp : สื่อพม่าลุกขึ้นสู้

เหตุการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นในพม่า บอกโลกว่า สื่อสารมวลชนในพม่ากำลังจะเปลี่ยนไป สุภัตรา ภูมิประภาส ประเดิมคอลัมน์ใหม่ที่จะใช้ติดตามสถานการณ์สิทธิสื่อและสถานการณ์เสรีภาพสื่อของไทย เริ่มตอนแรกด้วยเรื่องสื่อพม่า ประเทศที่เราใช้เปรียบเทียบมาตลอดประวัติศาสตร์ เพื่อหวังเป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ ที่เปล่งออกมาจาก ตะเกียงส่องทาง

โดย สุภัตรา ภูมิประภาส

นิตยสารอิระวดีรายงานข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของสื่อมวลชนในประเทศพม่าว่า วารสารรายสัปดาห์ภาษาพม่าชื่อ เดอะ วอยซ์  ตีพิมพ์บทความที่วิพากษ์วิจารณ์มาตราการควบคุมสื่อของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าที่นับวันจะละเมิดเสรีภาพของสื่อมวลชนมากขึ้นทุกที

ที่น่าสนใจคือ เหตุใดสื่อมวลชนพม่าจึงลุกขึ้นมาช็อควงการแบบนี้

เพราะที่ผ่านมาเป็นที่รู้กันดีในวงการสื่อทั่วโลกว่าสื่อมวลชนในพม่านั้นคุ้นเคยกับการเป็น “กระบอกเสียงของรัฐบาลทหาร”

นับตั้งแต่คณะรัฐประหารพม่ายึดอำนาจเมื่อ 18 ปีที่แล้ว รัฐบาลเผด็จการทหารฯ ห้ามเด็ดขาดเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐ

และเมื่อคำสั่งห้ามดังกล่าวมีกระบอกปืนกำกับ  สื่อมวลชนในพม่าจึงต้องยอมจำนน ไม่วิพากษ์วิจารณ์ใดๆ หันไปทำข่าวฝนตก น้ำท่วม ภัยแล้ง ข่าวผู้นำทหารไปไหว้พระ บูรณะเจดีย์ หรือไปเปิดงานอบรมต่างๆ แถมสื่อสิ่งพิมพ์แต่ละฉบับ ยังต้องอุทิศพื้นที่หนึ่งหน้า สำหรับข่าวประชาสัมพันธ์ “นโยบายรัฐบาล”

ผลการสำรวจเสรีภาพสื่อมวลชนใน 168 ประเทศทั่วโลกขององค์การผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน พม่าติดอันดับท้ายๆ อยู่เสมอ ผลการสำรวจล่าสุดประจำปี 2549 ที่เพิ่งผ่านมา พม่าถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 164 (ปี 2548 อยู่อันดับ 163 ปี 2547 อยู่อันดับ 164)

กองจดทะเบียนและตรวจสอบสื่อที่รัฐบาลเผด็จการทหารตั้งขึ้นมานั้น ออกระเบียบที่มีแต่ข้อ “ห้าม” สำหรับสื่อมวลชน เช่น

ห้ามวิพากษ์วิจารณ์นโยบายรัฐ

ห้ามรายงานข่าวที่กระทบต่อภาพลักษณ์ของรัฐบาลทหาร เช่น ข่าวเกี่ยวกับวิกฤตเศรษฐกิจ-สังคม

ห้ามรายงานข่าวที่เกี่ยวกับนางออง ซาน ซูจี และการเคลื่อนไหวของพรรคฝ่ายค้าน และกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหาร

โทษของการฝ่าฝืน คือ คุก ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่สื่อมวลชนในพม่าคุ้นเคยภายใต้รัฐบาลเผด็จการทหารตลอด 18 ปีที่ผ่านมา

คณะกรรมการคุ้มครองนักข่าว ที่มีสำนักงานใหญ่อยู่ที่กรุงนิวยอร์ค เพิ่งเผยแพร่ รายงานการคุกคามสื่อมวลชนทั่วโลกประจำปี 2549 ระบุว่าประเทศพม่าเป็นหนึ่งใน 10 ประเทศที่มีการเซ็นเซอร์สื่อมากที่สุด และยังเป็นประเทศ ที่จับนักข่าวไปขังคุก มากที่สุดเป็นอันดับห้าของโลก ปัจจุบันมีนักข่าว นักเขียนพม่า 7 คนถูกจำคุกอยู่ ด้วยข้อหาต่างๆ บางคนถูกตัดสินจำคุก 3 ปีเพียงแค่ไปถ่ายวีดีโอบันทึกภาพภูมิทัศน์ของเมืองเพียงมะนาที่เป็นเมืองหลวงใหม่ของพม่าโดยมิได้รับอนุญาต

คำว่า “เสรีภาพสื่อ”นอกจากไม่มีปรากฏอยู่ในข้อเขียนของสื่อฉบับไหนในประเทศพม่าแล้ว สื่อมวลชนพม่า ยังถูกบังคับให้ต้องร่วมถล่มสื่อมวลชนต่างประเทศ ที่ไปวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเผด็จการพม่าอีกด้วย

รัฐมนตรีกระทรวงข้อมูลข่าวสารย้ำเตือนสื่อมวลชนอยู่เสมอว่า นักข่าวมีหน้าที่ “ต้องรายงานข่าวเพื่อผลประโยชน์ของรัฐและประชาชน”

บทความที่กล่าวถึงในวารสาร เดอะ วอยซ์ นำเสนอในรูปแบบบทสนทนาถาม-ตอบระหว่าง “ผู้เท่าทันสถานการณ์” กับ “บรรณาธิการ”กล่าวถึงความอึดอัดของสื่อมวลชนภายใต้มาตรการควบคุมสื่อของรัฐบาลเผด็จการทหาร

“ผู้เท่าทันสถานการณ์” กับ “บรรณาธิการ” สนทนากันว่าเมื่อก่อนนี้ “กองจดทะเบียนและตรวจสอบสื่อ” ควบคุมสื่อด้วยการจัดแบ่งประเภทข่าวไว้ 2 ประเภทคือ 1.รายงานข่าวที่กระทบต่อความสงบและความมั่นคงของประเทศ กับ 2.รายงานข่าวที่ไม่กระทบกับความสงบและความมั่นคงของประเทศ

“กองจดทะเบียนและตรวจสอบสื่อ” อนุญาตให้บรรณาธิการพิจารณานำเสนอข่าวประเภทที่ 2 ได้เท่านั้น

แต่แค่นั้น นักข่าวก็แทบจะหาข่าวทำไม่ได้อยู่แล้ว

ตอนนี้มีระเบียบใหม่เพิ่มขึ้นมาอีก โดยกำหนดให้ทุกสำนักพิมพ์ และผู้สื่อข่าวในสังกัดต้องได้รับอนุญาตจากหน่วยงานและกระทรวงต่างๆที่เกี่ยวข้องกับรายงานข่าวที่จะนำเสนอก่อน จึงจะสามารถตีพิมพ์รายงานข่าวชิ้นนั้นๆได้ เป็นการเพิ่มความยากลำบากในการทำงานให้กับสื่อมวลชนในพม่ามากขึ้นไปอีก

พวกที่ต้องการวิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลเผด็จการ หรือรายงานข่าวความเคลื่อนไหวของฝ่ายค้าน จึงต้องกลายเป็น “สื่อพลัดถิ่น” แบบนิตยสารอิระวดี และอื่นๆ อีกหลายสำนักกระจายกันรายงานข่าวจากนอกประเทศ

แต่วารสาร เดอะ วอยซ์ นั้นมีสำนักงานอยู่ที่เมืองร่างกุ้ง ใกล้กับคำสั่งห้ามของรัฐบาลเผด็จการทหารมากที่สุด ซึ่งหมายถึงจะถูกจับใส่คุกเมื่อใดก็ได้

บทความในวารสาร เดอะ วอยซ์ ชิ้นนี้ จึงสร้างทั้งความแปลกใจและคำถาม ให้กับบรรดาผู้สังเกตการณ์ในแวดวงสื่อและแวดวงการเมือง ทั้งในและนอกประเทศ ว่าระหว่างรัฐบาลเผด็จการทหาร กับสื่อมวลชนพม่านั้น ฝ่ายใดกันแน่ที่กำลังเปลี่ยนไป

สื่อพม่ากำลังลุกขึ้นสู้

หรือรัฐบาลเผด็จการทหารพม่ากำลังทำความรู้จักกับคำว่า “เสรีภาพสื่อ”!!!

One thought on “คอลัมน์ใหม่ Silence of the Lamp : สื่อพม่าลุกขึ้นสู้

Comments are closed.