◊ สภาต้านรัฐประหาร 4 พ.ย. “ผู้ที่ควรพัฒนาประชาธิปไตยมากที่สุดคือบุคคลที่สวมชุดเขียว”

ประชาไท – 5 พ.ย. 2549 วันที่ 4 พ.ย. เวลาประมาณ 16.00 น. เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร จัดสภาต้านรัฐประหาร ครั้งที่ 2 ณ ลานโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน

นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ อดีต ส.ว. อภิปรายเป็นบุคคลแรกโดยกล่าวว่า การที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) อ้างเหตุผลในการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมาว่าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการนองเลือดนั้นเป็นเพียงข่าวโคมลอย หากดูจากประวัติศาสตร์แล้วไม่เคยมีสักครั้งที่การนองเลือดเกิดจากการเคลื่อนไหวของประชาชน มีแต่เกิดจากทหารทั้งสิ้น แต่นักวิชาการหลายคนก็เชื่อตามนั้น นอกจากนี้ การทำรัฐประหารเป็นการทำให้กระบวนการตรวจสอบรัฐบาลบิดเบี้ยวซึ่งแย่กว่าสมัยรัฐบาลทักษิณที่แม้จะมีการแทรกแซงองค์กรอิสระ แต่ก็ยังสามารถพูดถึงข้อมูลที่ชัดเจนอย่างแตกต่างหลากหลายได้

นางประทีปยังกล่าวอีกว่าในการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ว่าจะตั้งสถาบันพัฒนาประชาธิปไตย เพื่อให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยกับประชาชนนั้นจะเป็นการเสียเงินมากมาย ทั้งที่ผู้ที่ควรพัฒนาประชาธิปไตยมากที่สุดคือบุคคลที่สวมชุดเขียว ซึ่งมีปัญหามากที่สุดและไม่เข้าใจการพัฒนาระบบประชาธิปไตยมากที่สุด เมื่อไม่พอใจอะไรก็เอาเครื่องมือที่มีมากดดันประชาชน

จากนั้น นางประทีปได้เชิญผู้ที่คัดค้านการรัฐประหารออกมาแสดงตัวโดยการถ่ายรูปพร้อมกันพร้อมชูกำปั้นและประกาศว่า “คปค. จงพินาจ”

นายแพทย์เหวง โตจิราการ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย กล่าวอภิปรายว่า หากตั้้งใจที่จะปฏิรูปการปกครองจริงต้องเลิกกฎอัยการศึกทันที จากนั้นต้องให้มีการจัดการเลือกตั้งโดยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)เพราะประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญที่ดีงามจะเกิดขึ้นได้ต้่องมีสิ่งแวดล้อมที่ดี เหมือนการเกิดรัฐธรรมนูญฉบับพ.ศ.2517 ที่เกิดขึ้นภายหลังเหตุการณ์ 14 ตุลา ช่วงนั้นประชาธิปไตยเบิกบาน มีการเรียกร้องสิทธิของชาวไร่ ชาวนา

นายแพทย์เหวงยังแสดงข้อกังวลต่อสิ่งที่เกิดขึ้นจากการร่างรัฐธรรมนูญภายใต้บรรยากาศปัจจุบันว่า สิ่งที่เคยอยู่ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2540 ที่แลกมาด้วยการต่อสู้ที่่ประชาชนสูญเสียเลือดเนื้อ อาจหายไปในรัฐธรรมนูญใหม่ เช่น เรื่องการที่นายกรัฐมนตรีต้องมาจากการเลือกตั้ง หรือการห้ามข้าราชการการเมืองดำรงตำแหน่งคณะรัฐมนตรี

จากนั้นการอภิปรายได้ดำเนินไปเรื่อยๆ โดยมีนักศึกษากลุ่มโดมแดง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มากล่าวเรียกร้องให้นายสุรพล นิติไกรพจน์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ลาออกจากตำแหน่งเพราะการรับคำเชิญร่วมเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) เป็นสิ่งที่นอกเหนือสัญญาที่ให้ไว้กับประชาคมธรรมศาสตร์เมื่อเข้ามารับตำแหน่งอธิการบดี

ส่วนจุดยืนในฐานะปัจเจกบุคคลในฐานะพลเมืองหรือนักกฎหมายมหาชนนั้นยอมรับ เพียงแต่นายสุรพล อาจมีความสับสนว่าตรงนั้นเป็นจุดยืนในนามมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดังนั้น จึงอยากให้ทบทวนและลาออกไปโดยทันที

นอกจากนี้ ยังมีนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยรามคำแหง กล่าวว่า ไม่สามารถใช้พื้นที่ในมหาวิทยาลัยแสดงความเห็นได้เพราะยังไม่ทันที่นักศึกษาจะมีการเคลื่อนไหวเพื่อคัดค้านการรับตำแหน่งของ ร.ศ.รังสรรค์ แสงสุข อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง ก็มีป้ายผ้าประณามการคัดค้าน สนช. ออกมาแล้ว

การอภิปรายในสภาต้านรัฐประหารมีการแสดงดนตรี และอ่านบทกวีสลับไปกับการอภิปรายของผู้มาร่วมโดยตลอด ทั้งนี้ สภาดังกล่าวจะจัดทุกวันเสาร์ตั้งแต่เวลา 16.00 น. เป็นต้นไป

11 thoughts on “◊ สภาต้านรัฐประหาร 4 พ.ย. “ผู้ที่ควรพัฒนาประชาธิปไตยมากที่สุดคือบุคคลที่สวมชุดเขียว”

  1. จะหาดูวีซีดี หรือทำเป็นบันทึกเสียงการประชุมลงบนเวปให้ได้ดาวโหลดรับฟังบ้างจะได้หรือไม่

  2. คนถือปืนมาจี้เอาของมีค่าในบ้านเราเรียกว่า”โจร”-โจรปล้นบ้าน

    พวกทหารถือปืนมาจี้เอาอำนาจอธิปไตยไปจากประชาชน เรียกว่า โจรปล้นเมือง
    ประชาธิปไตยไม่มีวันออกมาจากสมองพวกนี้หรอก เหมือนงาช้างไม่อาจงอกมาจากปากหมา ฉันนั้น.

  3. ท่านผู้มีสติปัญญาโปรดไตร่ตรอง

    เวลาโจรมาปล้นบ้านท่าน ควรจะเจรจา ขอร้องบอกให้โจรคืนทรัพย์สินแก่ท่านหรือ
    ท่านควรจะต่อสู้เพื่อปกป้อง แม้จะเสี่ยงต่อการเสียชีวิต
    เพราะอย่างน้อยก็จะได้ ภาคภูมิใจในความเป็นคน อย่าหวังเจรจา กับโจร ฆ่ามัน ก่อนที่มันจะฆ่าเราและครอบครัว

  4. อย่าเพียงแต่เรียกร้อง

    ร่วมกันฆ่ามัน

    ช่วยกัน ฆ่ามัน

    อย่าเพียงเรียกร้องด้วยสันติวิธี เพราะมัน ไม่ใช่ สันติวิธี มันใช้กระบอกปืน
    ทุกครั้งที่มัน ข่มขืน ประชาธิปไตย มันใช้กำลังทั้งนั้น
    ย้ำ เน้น ต้องมัทีมงาน ช่วยกัน ฆ่ามัน อย่าเพียงวางระเบิดที่โน้น ที่นี้
    วางที่กองกำลังทหารกบฏ และพวกมัน ตรงๆเลย
    ปราบโจรต้องฆ่าโจร ป้องกันการเป็นโจรจึงใช้การเจราจา การอบรม สั่งสอน มันเป็นโจรแล้ว มีทางเดียวคือ ฆ่าโจร อย่าจัย โจร เพราะมันออกมาก็เป้นโจร ฆ่ามัน แลวให้มันเกิดใหม่ จึงเริ่มสอน เร่มบอกมันให้เป็นคนดี ไม่เป็นโจร หากมันเป็นโจรแว ต้องฆ่ามัน สถานเดียว

  5. เผด็จการไม่ว่าบ้านเมืองไหนขอจงพ่ายแพ้แก่ประชาชน
    คืนประชาธิปไตยให้แก่มวลชนให้ได้โดยเร็ว อย่างช้าที่สุดครบปีออกไปก็ยังกราบละคร๊า

    ขอบคุณมาก คุณประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ
    ไม่ว้าเหว่จนเกินไปแล้วคะ ในอารมณ์ความรู้สึกคนจนส่วนใหญ่ของชาติ

  6. นางประทีปนี่คงจะหมดทุนแล้วซินะถึงได้เพิ่งจะออกมา นางแน่ใจหรือว่าทักษิณดีจริงๆ คนเขารู้ดีหรอกน่าว่านางเป็นยังไง

  7. แล้วการเผด็จการทางรัฐสภา เลวมากน้อยเพียงใด การฉีกรัฐธรรมนูญ โดยใช้เสียงที่ทุจริตการเลือกตั้งมา สุมหัวกันนั้น เรียกว่า มหาเลว สุดยอดเลว

  8. อนุพงษ์ออกมาแสดงความจงรักภักดีโดยบอกว่า ทหารคอยติดตามการปราศัยของม้อบถ้าพบว่าหมิ่นเหม่ต่อการละเมิดสถาบัน ทหารจะไม่ยอมจะจี้ตำรวจให้เอาผิดผู้นั้น แต่ปรากฎว่าที่พูดทั้งหมดนั้นใช้ทำกับพวกต่อต้านพันธมิตรเช่น นปช.เท่านั้น ทีพันธมิตรจาบจ้วงพระเทพฯ อนุพงษ์ทำเป็นหูหนวกและตาบอดเพราะความเกรงกลัวพันธมิตร น่าจะถอดเรื่องแบบทหารแล้วไปนุ่งกระโปรงแทนนะ

  9. ในหลวงของเราทรงเป็นมหาราชผู้ทรงธรรม ย่อมนำความเจริญร่มเย็มมาสู่ปวงชนชาวไทย

Comments are closed.