◊ วงการสื่อวุ่น กรณีรับและค้านการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ


ผู้แทน 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน กำหนดกรอบสมาชิกสภานิติบัญญัติฯ สายสื่อมวลชน นัดถกสมาชิกในเครือก่อนสรรหาประธานสภานิติฯ 23 ต.ค.นี้ ด้านสื่อมวลชนกลุ่มค้านออกหนังสือแจงมีเจตนาบริสุทธิ์เป็นการเคลื่อนไหวในฐานะสื่อมวลชนเล็กๆ ที่จะรักษาจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพและมีผู้ร่วมลงชื่อค้านเพิ่มเป็น 50 คน >>


18 ต.ค.49 – วันที่ 17 ต.ค. ผู้แทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 6 องค์กร ประกอบด้วย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ได้จัดประชุมร่วมกัน
โดยนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี เลขาธิการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้เพิ่มเติมจำนวนคณะที่ปรึกษาและคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อให ้เกิดความรอบคอบในการทำงาน พร้อมทั้งกำหนดหน้าที่ของคณะที่ปรึกษาและคณะทำงานด้านวิชาการให้ชัดเจนมากขึ้น โดยคณะทำงานด้านวิชาการจะทำหน้าที่สนับสนุนงานด้านวิชาการแก่ผู้แทนสื่อมวลช นที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ประสานงานกับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสายสื่อมวลชนและสายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากสื่อมวลชนหรือองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในประเด็นด้านสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการปฏิรูปสื่อ เพื่อนำเสนอต่อผู้แทนองค์กรวิชาชีพในสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการยก ร่างรัฐธรรมนูญที่ประชุมยังได้รับทราบถึงเจตจำนงของผู้แทนองค์กรวิชาชีพในสภานิติบัญญัติแห่งชาติทั้ง 3 คน ได้แก่ นางบัญญัติ ทัศนียะเวช ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ นายสมชาย แสวงการ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และนายภัทระ คำพิทักษ์ นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทยที่จะนำเงินค่าตอบแทนจากการดำ รงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติฯ มาใช้ในกิจกรรมเพื่อประโยชน์สาธารณะขององค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน นอกเหนือจากค่าใช้จ่ายส่วนตัวที่จำเป็นและค่าใช้จ่ายด้านภาษีอากร

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังมีมติให้มีการเปิดกว้างรับฟังความคิดเห็นจากเพื่อนร่วมวิชาชีพส ื่อมวลชนที่ไม่เห็นด้วยหรือยังไม่เข้าใจในเจตนารมณ์ของการมีผู้แทนองค์กรวิช าชีพสื่อมวลชนในสภานิติบัญญัติและในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับถาวรอีกด้วย โดยพร้อมที่จะรับฟังความคิดเห็นและทำความเข้าใจกับผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลช นทุกสาย และทุกองค์กรในทุกประเด็น

นายชวรงค์ กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นเรื่องการเลือกผู้ดำรงตำแหน่งประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ที่จะมีการเลือกตั้งในวันอังคารที่ 24 ต ุลาคมนั้น ที่ประชุมมีมติให้มีการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากผู้แทนองค์กรวิชาชีพสื่อม วลชนและผู้ประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่สนใจอีกครั้งในวันจันทร์ที่ 23 ตุลาคม 2549 เวลา 14.00 น. ณ อาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ถนนสามเสน โดยจะสรุปเป็นความเห็นและมติให้ผู้แทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนในสภานิติบัญญั ติฯ ใช้เป็นแนวทางในการเลือกประธานสภานิติบัญญัติแห่งชาติต่อไป

ทั้งนี้ ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เข้าไปรายงานตัวในการทำหน้าที่ในสภานิติบัญญัติแห่งชาติเรียบร้อยแล้ว ต่อมาได้มีการนำจดหมายเปิดผนึกเรื่องการทำหน้าที่ของตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่ อในสภานิติบัญญัติมาแจกสื่อมวลชนระบุว่า องค์กรสื่อได้ส่งตัวแทนเข้าไปมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญและเป็นสมาชิกสภ านิติบัญญัติฯ โดยเห็นว่ากรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญและสภานิติบัญญัติฯ ประกอบด้วยตัวแทนภาคส่วนต่าง ๆ ของสังคม จึงเห็นควรจะใช้สิทธินี้ส่งตัวแทนไปเข้าร่วมเพื่อที่จะปกป้องและรักษาสิทธิเ สรีภาพตลอดจนการมีส่วนร่วมของประชาชน

“ตัวแทนองค์กรสื่อทั้งสามพร้อมที่จะทบทวนบทบาทในเรื่องนี้ หากไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ให้เกิดประโยชน์ต่อสังคมโดยรวมได้”

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 16 ต.ค.ที่ผ่านมา สื่อมวลชนจำนวน 30 คนได้ลงชื่อในจดหมายเปิดผนึกถึงนายกสมาคมวิชาชีพสื่อทั้ง 3 องค์กร มีใจความว่า ขอให้ตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อทบทวนบทบาทในการดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญั ติฯ ตามประกาศรายชื่อสมาชิกสภานิติบัญญัติฯ นำมาสู่ความสับสนในผู้ประกอบวิชาชีพสื่อบางส่วนซึ่งเข้าใจว่าตนต้องมีหน้าที ่ต้อง ‘เฝ้าระวัง’ อำนาจรัฐที่อาจล่วงละเมิดสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสร้างความเสียหายให้กับประเทศชาติ การพาตัวเองโดยอ้างความเป็นตัวแทนวิชาชีพไปสู่พื้นที่ทางการเมืองจะสามารถสร้างความเชื่อถือต่อวิชาชีพอย่างไร และสาธารณชนจะมั่นใจได้อย่างไรในการทำหน้าที่ตรวจสอบจึงขอเรียกร้องให้ถอนตัวจากการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติฯ เพื่อรักษาจุดยืนให้การตรวจสอบอำนาจรัฐในสภาวการณ์ทางการเมืองที่ไม่ปกติหรื อหากปรารถนาจะดำรงตำแหน่งทางการเมือง ขอให้ทั้ง 3 ลาออกจากตำแหน่งผู้นำองค์กรวิชาชีพและลาออกจากตำแหน่งในกองบรรณาธิการที่สามารถกำหนดทิศทางหรือควบคุมเนื้อหาข่าวทันที

ส่วนในวันนี้ก็มีสื่อมวลชนต้าน 3 ผู้นำองค์กรสื่อมาลงชื่อเพิ่มอีกเป็น 50 คน พร้อมทำหนังสือแจงเพื่อนสื่อ มีใจความว่า ตามที่สื่อมวลชนบางส่วนได้เคลื่อนไหวเพื่อเรียกร้องให้องค์กรวิชาชีพสื่อทั้ง 3 องค์กร ทบทวนบทบาท ในการเข้าร่วมเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติฯ ไม่ได้เป็นการเคลื่อนไหวเพราะเสียผลประโยชน์ หรือด้วยเหตุผลการเมือง แต่เป็นการเคลื่อนไหวในฐานะสื่อมวลชนคนเล็กๆ ที่จะรักษาจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพให้ธำรงอยู่ต่อไปได้

เราตระหนักและเข้าใจดีว่า การเคลื่อนไหวในครั้งนี้ ย่อมมีทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วย กลุ่มนักข่าวบางส่วนเข้าใจดี และพร้อมยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่างเพื่อแสวงหาจุดร่วม ขอยืนยันว่า การเคลื่อนไหวครั้งนี้เกิดขึ้นด้วยความบริสุทธิ์ใจ ปราศจากการครอบงำจากฝ่ายใด และไม่ได้เคลื่อนไหวเพราะอคติที่ตัวบุคคล แต่ยึดมั่นในหลักการการประกอบวิชาชีพสื่อมวลชนที่ถูกต้องเท่านั้น

นายสำราญ รอดเพชร บรรณาธิการอาวุโส นสพ.ผู้จัดการรายวัน ในฐานะสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ กล่าวภายหลังรายงานตัวที่รัฐสภาถึงกรณีที่มีตัวแทนผู้สื่อข่าวออกมาเคลื่อนไ หวคัดค้านตัวแทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนที่เข้ามาทำหน้าที่สมาชิกสภานิติบัญญ ัติแห่งชาติว่า รู้สึกเสียดายและไม่สบายใจที่เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นมา เพราะน่าจะพูดคุยกันให้ได้ข้อสรุปก่อนที่จะออกมาเคลื่อนไหว อย่างไรก็ตาม ทั้งสองฝ่ายต่างมีเหตุผล ทั้งนี้ การคัดค้านที่มุ่งไปที่ตัวแทน 3 สมาคม ซึ่งมีแถลงการณ์ในการทำหน้าที่ออกไปแล้ว จึงไม่ทราบว่าจะทำอย่างไร

อย่างไรก็ตาม นายสำราญยอมรับว่า หากมองในเชิงวิชาการการเข้าร่วมสภานิติบัญญัติฯจะมีความทับซ้อนกันอยู่ในบาง ส่วนกับการเป็นสื่อ ผู้ที่ออกมาเคลื่อนไหวก็มีหลักการและเหตุผลที่ดี ซึ่งเห็นด้วย ดังนั้น สิ่งที่เกิดขึ้นทำให้ตัวแทนองค์กรวิชาชีพต้องตระหนักถึงการทำหน้าที่ แต่เมื่อมาถึงขนาดนี้แล้วควรจะปล่อยให้ทำหน้าที่ต่อไปทั้ง 3 คน โดยจะต้องรักษาจุดยืนไว้ และหากไม่ไหวค่อยถอนตัวหรือมาทบทวนกัน

รายนามล่าสุด ผู้สื่อข่าวที่เรียกร้องให้ตัวแทน 3 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนถอนตัวจากสมาชิกสภานิติบัญญัติฯ

1.นายสุรศักดิ์ ตุ้มเจริญ หนังสือพิมพ์บางกอกโพสต์2.นายจุลกรณ์ จุลินทร หนังสือพิมพ์บ้านเมือง3.นายอดิศร วงศ์ศรศักดิ์ หนังสือพิมพ์แนวหน้า4.น.ส.เขมิกา พลายงาม หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ5.น.ส.รัชดา ชัยบรรเจิด หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์6.นายบัญชา แข็งขัน สำนักข่าวเนชั่น7.นายวิฑูรย์ รักปลอดภัย หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์8.น.ส.อรวรรณ พยัฆชาติ หนังสือพิมพ์บ้านเมือง9.นางฟองสนาน จามรจันทร์ กรมประชาสัมพันธ์10.น.ส.สมจิตต์ นวเครือสุนทร ผู้สื่อข่าวช่อง 711.นายสมปอง สนนาค หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์12.น.ส.อาภารัตน์ ดีรักษา หนังสือพิมพ์บ้านเมือง13.นายรอมฎอน ปันจอร์ หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ14.น.ส.ศิริรัตน์ บุรินทร์กุล หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์15.นายวรพล กิตติรัตวรางกูร หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์16.น.ส.ณภัชนันท์ ศรีแนน ผู้สื่อข่าว Wisdom Radio17.นายปรัชญาชัย ดัตถุยานุวัตร หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์18.นายวัฒนา ค้ำชู สำนักข่าวเนชั่น19.นายเสถียร วิริยะพรรณพงศา สำนักข่าวเนชั่น20.นายสุพนธ์ ธนูกฤติ สำนักข่าวเนชั่น21.นายตุลย์ ปิ่นแก้ว ผู้สื่อข่าวรอยเตอร์22.นายสมัชชา หุ่นสาระ สำนักข่าวเนชั่น23.น.ส.ณัฐฌา พูลลาภ หนังสือพิมพ์แนวหน้า24.น.ส.พวงทิพย์ กลิ่นจันทร์ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์25.น.ส.ฟ้ารุ่ง ศรีขาว หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์26.นายไพรัช มิ่งขวัญ หนังสือพิมพ์แนวหน้า27.นายวิจักรพันธุ์ หาญลำยวง หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์28.น.ส.ปิยะนุช ทำนุเกษตรไชย สำนักข่าวเนชั่น29.น.ส.เพทาย กันนิยม หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์30.นายอานนท์ เอื้องเพ็ชร์ หนังสือพิมพ์สยามรัฐ31.นายสุเมธ ทองพันธุ์ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์32.น.ส.เกศณี ใจกาวัง สำนักข่าวเนชั่น33.น.ส.เณริศา เนยเขียว สำนักข่าวเนชั่น34.นางศิริพร จันทร์มีทรัพย์ หนังสือพิมพ์โลกวันนี้35.นายฉัตร์ฉัย นกดี หนังสือพิมพ์แนวหน้า36.น.ส.เจนจิรา สง่างาม หนังสือพิมพ์บ้านเมือง37.น.ส.อัมพร แววบุตร หนังสือพิมพ์ผู้จัดการ38.น.ส.หทัยรัตน์ พหลทัพ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์39.นางสุรีรัตน์ สวัสดี หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์40.นายยงยุทธ คงเกษม หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์41.นายอรรถยุทธ บุตรศรีภูมิ สำนักข่าวเนชั่น42.นายนิมิตร สุขประเสริฐ สำนักข่าวไทย43.นายสิทธิชัย เรียบร้อย ไอทีวี44.นายอำนวย ดิสขำ หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์45.นายเจษฎา อุปนิ เนชั่นทีวี46.นายฐานิสร์ ทองนอก อินโฟเควสท์47.น.ส.สุพัตรา สมถวนิช ยูบีซี 748.นายฉัตรชัย นามตาปี หนังสือพิมพ์ไทยโพสต์49.น.ส.เกศินี แตงเขียว สำนักข่าวเนชั่น50.นายจารุวัฒน์ นวลเทศ หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ

ช้อมูลประกอบ http://www.pressjargon.org/

2 thoughts on “◊ วงการสื่อวุ่น กรณีรับและค้านการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ

  1. ผู้คนในสื่อก็เหมือนมนุษย์เดินดิน วันวันเรียกร้องความเป็นอิสระภาพเสรีภาพ เรียกร้องจริยะธรรม จรรยาบรร แต่มีมีลาภยศจากโจรมาเกย ก็มิอาจห้ามความอยากมีอยากได้ เป็นธรรมดา คนที่ไม่ได้โอกาส ก็โวยต่อเป็นธรรมดา

  2. พวกนี้มันลิ่วล้อเก่าทั้งนั้นนี่หว่า นี่ถ้าสนธิไม่ถูกฟ้อง และ ได้รับการเสนอชื่อเป็น สมาชิกสภานิติฯ รับรองหายหัวหมด

Comments are closed.