◊ เมื่อเมกะโปรเจคเชียงใหม่ถูกตรวจสอบ หลังกรรมการสิทธิฯ ‘On Tour’ พบภาคีฮักเจียงใหม่

ทีมข่าวประชาไทภาคเหนือ รายงาน

สอบทุจริตเชียงใหม่หลังไร้เงาทักษิณ กรรมการสิทธิฯ เยือนเหนือพบภาคีคนฮักเจียงใหม่ พิสูจน์เมกะโปรเจคเชียงใหม่ยุคทักษิณ ภาคีฯ เผยข้อมูลไม่ชอบมาพากลทะลัก แฉอาจเลี่ยงกฎหมายสารพัดทั้งไนท์ซาฟารี-พืชสวนโลก กรรมการสิทธิเผยเตรียมรวบรวมข้อมูลยื่น คตส. หารือกับนายกรัฐมนตรี และคมช. แถมอาจมีคุยกับ พล.ท.สพรั่ง >>

เมื่อวันที่ 13 ต.ค. 2549 ที่ผ่านมาที่ห้องประชุมเบญจมาศ สำนักบริการวิชาการ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) นำโดยนายสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เข้ารับทราบรายละเอียดของโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ใน จ.เชียงใหม่ ช่วง 5 ปีที่ผ่านมา เพื่อตรวจสอบข้อมูลการทุจริตตามคำร้องที่ 667/2548 ลงวันที่ 7 พ.ย. 2548 (เรื่อง ขอให้ตรวจสอบกรณีการขาดการมีส่วนร่วมของประชาชนในโครงการพัฒนาเมืองเชียงใหม่) โดยมีศาสตราจารย์เฉลิมพล แซมเพชร เป็นผู้ร้องเรียนในนามภาคีคนฮักเจียงใหม่ซึ่งขอให้มีการตรวจสอบแนวทางการพัฒ นาเมืองเชียงใหม่ในปัจจุบันที่ภาคีฯ มีความวิตกกังวลว่าเป็นไปโดยขาดการมีส่วนร่วมของประชาชน


เมกะโปรเจคเน้นวัตถุลืมวัฒนธรรม-สังคมเชียงใหม่

ศ. เฉลิมพล แซมเพชร ข้าราชการเกษียณ อดีตอาจารย์ประจำภาควิชาพืชไร่ คณะเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ในนามภาคีคนฮักเจียงใหม่กล่าวว่าการพัฒนาที่ผ่านมามีแนวโน้มของการพัฒนาเรื่ องวัตถุ แต่ทำลายศิลปวัฒนธรรม ทำลายสังคม ทำลายสิ่งแวดล้อมของเชียงใหม่ ซึ่งมันรุนแรงขึ้นตั้งแต่มีโครงการเมกะโปรเจค โดยเฉพาะโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี จึงนำมาสู่การรวมกันเป็นภาคีฮักเจียงใหม่ ทั้งนี้ประชาชนไม่ทราบเลยว่าจังหวัดจะพัฒนาไปในทิศทางใด โดยภาคีนำเรื่องไปฟ้องศาลปกครองๆ ก็รับไม่ฟ้องเพราะไม่อยู่ในอำนาจศาลปกครองเชียงใหม่ เราจึงไปฟ้องศาลปกครองสูงสุด


นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 29 ก.ย. ที่ผ่านมามีการนำโครงการ 14 โครงการในเชียงใหม่ รวมทั้งโครงการสร้างพนังกั้นแม่น้ำปิง เสนอไปยัง คปค. และคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ปปช.) และสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน(สตง.)ด้วย ศาสตราจารย์เฉลิมพลกล่าว

เผยเชียงใหม่เวิลด์จับไม่ได้ไล่มันทัน ประชาชนตรวจสอบยาก เหตุไม่มีแผนชัดเจน

นายบัณรส บัวคลี่ สมาชิกภาคีคนฮักเจียงใหม่ กล่าวว่าโครงการเมกะโปรเจค หรือโครงการเชียงใหม่เวิลด์มีความแตกต่างจากโครงการใหญ่ๆ ของภาครัฐที่ผ่านมาโดยสิ้นเชิง คือไม่มีโครงการชัดเจน นึกอะไรได้ก็ทำๆ ไปก่อน อยากจะสร้างอะไรเพิ่มก็สร้าง มัน flexible มาก ขนาดที่ว่านึกอยากจะถอดโครงการส่วนไหนออก อยากเอาโครงการไหนเพิ่มเข้าไประหว่างกระบวนการโดยอ้าง fast track โดยนายบัณรสได้ยกตัวอย่างโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี ที่เห็นชิงช้าสวรรค์งาน EXPO mujญี่ปุ่น อยากจะเพิ่มเข้าไปก็เพิ่ม อยากทำร้านอาหารเมนูเปิบพิสดารแต่พอคนคัดค้านก็ถอดออก ดังนั้นตัวโครงการจึงจับต้องไม่ได้ จนสังคมไม่สามารถศึกษาได้ว่าเขาจะทำอะไร มีผลกระทบขนาดไหน

นอกจากนี้โครงการไนท์ซาฟารี มีการหาแหล่งน้ำสำหรับโครงการด้วยการไถกวาดป่าในอุทยานแห่งชาติบริเวณห้วยแม ่เหียะน้อยเพื่อสร้างอ่างเก็บน้ำ ทั้งที่ไม่มีสิทธิไถเพราะเป็นพื้นที่อุทยาน แม้แต่เจ้าหน้าที่อุทยานก็ไม่มีสิทธิทำ แต่จู่ๆ ก็เปลี่ยนแผนมาทำฝายน้ำล้น นี่คือวิธีการทำงานแบบจับไม่ได้ไล่ไม่ทัน นายบัณรสกล่าว

ปล่อยคนเข้าไนท์ซาฟารีวันเดียวเป็นแสน สะท้อนแนวคิดพัฒนา “ยั่งยืน” ของผู้บริหาร

นายบัณรสยังกล่าวว่า พื้นที่ไนท์ซาฟารีเป็นพื้นที่ขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการ ท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (อพท.) ซึ่งน่าจะมีความคิดเรื่องการอนุรักษ์อย่างยั่งยืน โครงการไนท์ซาฟารีมีความสามารถรองรับคนได้ 3,000 คน แต่เคยปล่อยคนเข้าไปเป็นแสนคนเพื่อการโปรโมตทางการเมือง เรื่องนี้สะท้อนว่าผู้บริหารไม่มีแนวคิดในการพัฒนาอย่างยั่งยืนจริงๆ หรือเปล่า


นายบัณรส กล่าวเพิ่มเติมว่ามีคนน้อยคนที่รู้ว่ามีสัตว์อะไรอยู่ในนั้นบ้าง เพราะการนำเข้าสัตว์นั้นใช้วิธีแอบอิงรัฐทั้งที่อาจผิดเงื่อนไขสนธิสัญญาไซเ ตส มีกรณีหมาในซึ่งเป็นสัตว์กินเนื้อหลุดแล้วไม่ยอมแจ้งชาวบ้านบอกว่าไม่มีตัวอ ะไรหลุด ทั้งๆ ไม่ว่าที่ตัวอะไรหลุดต้องแจ้งคน สะท้อนว่าผู้บริหารไม่แยแสชีวิตคน

ที่สำคัญโครงการไนท์ซาฟารี ผิด พ.ร.บ.ส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 เพราะการรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อมต้องมีไซท์งานชัดเจน แต่เมื่อปีที่แล้วพื้นที่ๆ จะทำโครงการดังกล่าวยังไม่รู้เลยว่าจะทำตรงไหนจาก 5,000-6,000 เหลือเพียง 2,000 กว่าไร่


แฉ! เลี่ยงกฎหมายบอกทำแนวกันไฟ ที่แท้ถางที่เตรียมทำไนท์ซาฟาร

นอกจากนี้ยังมีการตัดถนนในพื้นที่อุทยานทั้งที่ อพท. ไม่มีสิทธิตัดต้นไม้ในพื้นที่อุยาน ยกเว้นเจ้าหน้าที่อุทยาน แถมออกเอกสารแจ้ง อบต.หนองควาย ว่าตนเป็นคนทำ พอเรื่องจวนตัวผิดกฎหมาย หัวหน้าอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย จึงต้องออกหน้าว่าระบุเป็นแนวกันไฟ 2,600 ไร่ ซึ่งนายบัณรสตั้งข้อสังเกตว่าทำไมจึงมีพื้นที่เท่ากับโครงการไนท์ซาฟารีเป๊ะ และทำไมทำแนวกันไฟในฤดูฝนเดือนมิถุนายน ทั้งที่น่าจะแนวกันไฟในเดือนมกราคม

อดีต ส.ว.เชียงใหม่ชี้ประชาพิจารณ์เป็นเรื่องจำเป็นถ้าจะทำอะไร

นายอาคม ตุลาดิลก อดีต ส.ว.เชียงใหม่กล่าวว่าหากอยากสร้างไนท์ซาฟารีจริงๆ ทำไมไม่ไปสร้างที่อำเภอดอยเต่าซึ่งตนเคยเป็นนายอำเภอ เห็นว่าที่นั่นมีน้ำมากและมีที่ว่างเปล่ามากจะสามารถเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ ยั่งยืน ตนเห็นว่าต่อไปการจะสร้างอะไรต่อในเชียงใหม่ คิดว่าการประชาพิจารณ์เป็นเรื่องจำเป็น


ด้านนายคำรณ คุณะดิลก ผู้อำนวยการสำนักข่าวประชาธรรม กล่าวว่าโครงการของรัฐจะเคลื่อนตัวไปสู่เศรษฐกิจพอเพียงไม่ได้ถ้าไม่มีมิติท างจิตวิญญาณ ซึ่งหมายถึงมิติที่ไม่แยกคนออกจากธรรมชาติ ไม่แยกออกจากการท่องเที่ยว ทุกส่วนสัมพันธ์กัน มีผลกระทบซึ่งกันและกัน เราต้องพูดถึงมิติทางจิตวิญญาณจึงจะพูดเรื่องการใช้คุณธรรมและจริยธรรมเป็นตัวชี้วัดได้


ระบุน้ำท่วมเชียงใหม่เพราะบุกรุกน้ำปิง ไม่ใช่ฝายและพนัง

นายสืบสวัสดิ์ สนิทวงศ์ สมาชิกภาคีคนฮักเชียงใหม่กล่าวว่า เชียงใหม่-ลำพูนฝั่งตะวันออกแต่เดิมมีทุ่งนา มีระบบเหมืองฝายเป็นที่รับน้ำฝนและน้ำหลาก ต่อมามีการตัดถนน สร้างหมู่บ้านจัดสรรทำให้พื้นที่รับน้ำลดลง มีการทำลายเหมืองฝายทั้งโดยตั้งใจและไม่ตั้งใจ มีการขยายถนน ทำพนังกันน้ำทำให้เหมืองฝายซึ่งเดิมกว้าง 2 เมตร เหลือเพียง 1.50 เมตร และเหลือเพียง 50 เซนติเมตรก็มี ซึ่งตนเป็นห่วงว่าต่อไปถ้าไม่มีการณรงค์เรื่องนี้จะมีปัญหาเรื่องน้ำท่วม ตนเห็นว่าควรจะทำความเข้าใจกับ อบต. ว่าการรุกล้ำลำเหมืองแม้จะทำโดยรัฐ ก็ผิด พรบ.ชลประทานราษฎร์


ในเรื่องของการที่จังหวัดเชียงใหม่จะสร้างพนังกั้นแม่น้ำปิงและรื้อฝายพญาคำ ฝายหนองผึ้ง ฝายท่าศาลา แล้วสร้างเขื่อนยางทำประตูระบายน้ำแทนโดยอ้างว่ารื้อฝายเพื่อป้องกันน้ำท่วม นั้น ตนเห็นว่าจริงๆ แล้วปัญหาน้ำท่วมอยู่ที่การบุกรุกแม่น้ำปิง ซึ่งแม้จะเคยมีการตกลงว่าจะขุดลอกขยายแม่น้ำปิง 90 ให้กว้างเมตร แต่ก็ยังมีการดำเนินโครงการก่อสร้างพนังต่อและมีการชี้นำชาวบ้านตลอดว่าจะเอ าพนังไหมถ้าไม่เอาน้ำท่วมนะ มีการออกวิทยุชี้นำว่าผู้ที่คัดค้านการสร้างพนังขอให้เห็นแก่ผู้ที่เดือดร้อ นบ้าง นายสืบสวัสดิ์กล่าวในที่สุด


ท่อส่งน้ำระเบิดไนท์ซาฟารีระเบิด เหตุทนแรงดันน้ำภูเขาไม่ไหว

ศ. เฉลิมพล แซมเพชร กล่าวเพิ่มเติมว่าในโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารีนอกจากการสูบน้ำจากคลองชลประ ทาน จากกรมส่งเสริมการเกษตรแล้ว ยังมีการขุดบ่อบาดาลลึกร้อยกว่าเมตรกว่า 20 บ่อซึ่งเกรงว่าจะส่งผลกระทบต่อความชื้นของดอยสุเทพ นอกจากนี้น้ำตกตาดหมาไห้ซึ่งเดิมชาวบ้านใช้ภายในหมู่บ้านแม่เหียะใน ก็มีการต่อท่อขนาดใหญ่จากน้ำตกเพื่อนำน้ำไปใช้ที่ไนท์ซาฟารี และปรากฏว่าท่อน้ำระเบิดกว่า 15 ครั้ง


ทั้งนี้ประชาไทพบว่ามีการต่อท่อตั้งแต่ปี 2546 และมีข่าวท่อน้ำระเบิดเพราะทานแรงดันของน้ำจากภูเขาไม่ไหว ทุกครั้งที่ระเบิดท่อที่ฝังอยู่ใต้พื้นดินกว่า 1.5 เมตรจะฉีกขาดทำให้เกิดหลุมลึกและกว้างกว่า 1 เมตร จนชาวบ้านเกรงว่าสักวันอาจเกิดระเบิดทำอันตรายถึงชีวิต เนื่องจากแนวท่อกระจายไปทั่วบริเวณ


ทพ.อุทัยวรรณระบุเกิดเมกะโปรเจค เหตุรัฐเอื้อให้โลกาภิวัฒน์ทำงาน

ทพ.อุทัยวรรณ กาญจนกามล ผู้อำนวยการวิทยุชุมชน FM 99.00 MHz จ. เชียงใหม่ กล่าวว่าทำอย่างไรจึงจะให้เกิดกลไกที่ทำให้เกิดความโปร่งใสของธรรมาภิบาล เพราะโครงการเมกะโปรเจคจะไม่เกิดขึ้นถ้ารัฐไม่ต้องการให้กระบวนการโลกาภิวัฒ น์ทำงานได้เต็มที่และมีเสน่ห์ดึงดูดให้เอกชนเข้าไปดำเนินการ


แปรรูปไม่โปร่งใสจึงเกิดคอรัปชั่น ยังไม่พอชวนชาวบ้านร่วมอีก

โดย ทพ.อุทัยวรรณเห็นว่าเพื่อเป็นการตัดไฟแต่ต้นลมเราต้องมาทบทวนคำว่า Privatization (ก ารแปรรูปกิจการของรัฐให้เป็นของเอกชน) ที่มันควรมีความโปร่งใส ซึ่งเมื่อมันไม่มีความโปร่งใสมันจึงทำให้เกิดโครงสร้างที่ก่อให้เกิดผลในการ คอรัปชั่น โครงการที่เกิดในท้องถิ่นนั้นมันเกิดกระบวนการ Co-option (เอามาเป็นพวก) อย่างไนท์ซาฟารีมีการบริหารงานแบบเบ็ดเสร็จ ทำอย่างไรจะทำให้ประชาชนสามารถเข้ามาตรวจสอบกระบวนการเหล่านี้ คือเป็นการสร้างเงื่อนไขใหม่ ก่อให้เกิดกระบวนการที่นโยบายสาธารณะเพื่อสิ่งแวดล้อม เมือง และคุณภาพชีวิต คือสร้างพื้นที่ทางสังคมให้ชาวบ้านได้ตระหนักถึงคุณค่าและให้ชาวบ้านทำกันเอ งอย่างโปร่งใส


เห็นผลประโยชน์เหาฉลาม จึงทนสนุกไปกับการข่มขืน

แต่ที่มีโครงการไนท์ซาฟารี ตอนแรกชาวบ้าน 4 ตำบลรอบโครงการไม่เห็นด้วย ต่อมาหัวหน้าของ 4 ตำบลกับคน 3,000 คน ได้รับผลประโยชน์แบบเหาฉลามคือเศษเล็กเศษน้อยของเหยื่อจากฉลาม มีการเอา อบต.ไปประชุม เอาผู้มีอิทธิพลมาประชุม เพราะงบประชาสัมพันธ์มากจึงเกิดการประชุมต่อเนื่อง ซึ่งคนที่ไม่ได้เห็นด้วยกับโครงการแต่เห็นว่า “ไหนๆ มันจะข่มขืนอยู่แล้วก็เลยทำใจสนุกไปกับมัน”


คือกระบวนการ Co-option เกิดมาหลายชั่วอายุคนแล้ว แต่เราจะทำอย่างไรจะให้เกิดกระบวนการโปร่งใสและธรรมาภิบาลของท้องถิ่นจากล่างสู่บน ซึ่งน่าจะเป็นหน้าที่ของคณะกรรมการสิทธิที่ลงพื้นที่แล้วทำให้เกิดแรงกระเพื่่อมให้คนในท้องถิ่นมีแนวร่วมและพันธมิตรจากภายนอก ไม่ใช่แค่มามาฟังแล้วมาจากไป สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติก็เคยมารับเรื่องราวร้องทุกข์แบบนี้ แต่กระบวนการนี้มันไม่ได้ผลถ้าหากคนเหล่านั้นมันยังมีอิทธิพล ทพ.อุทัยวรรณ กล่าว

ภาคีฯ ร้องถูกนักการเมืองท้องถิ่นแจกใบปลิวโจมตี ตำรวจได้แค่บันทึกประจำวัน

นอกจากนี้ ทพ.อุทัยวรรณ ยังเปิดเผยแก่คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนว่า ก่อนหน้านี้เคยมีนักการเมืองท้องถิ่นการแจกใบปลิวโจมตีตนกับพวกรวม 8 คน ว่าเป็นผู้ไม่หวังดีกับบ้านเมือง พร้อมมีข่าวการตั้งค่าหัวกับสมาชิกภาคีฮักเจียงใหม่ 8 คนว่าถ้ามีใครเอาเลือดหัวออกจะได้จะให้หัวละ 5,000 บาท โดยที่ตำรวจทำหน้าที่แค่บันทึกประจำวัน โดยตนเห็นว่า “สังคมถูกทอนกำลัง เจ้าพ่อนั่งครองเมือง” ถ้าหากกรรมการสิทธิฯ อยากให้มีการทำงานเชิงรุก จำเป็นต้องทำให้เกิดโครงการและกระแสที่จะสร้างพลเมืองที่ทำให้เกิดกระบวนการ โปร่งใสและธรรมาภิบาลของท้องถิ่น แทนที่จะเป็นกิจกรรมร้องทุกข์ของคนในชุมชนอย่างเดียว

ชัยพันธุ์ ปูดเพิ่มโครงการสร้างกระเช้าขึ้นดอยสุเทพด้านไนท์ซาฟารีลานครูบา

นายชัยพันธุ์ ประภาสะวัติ ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อสิทธิชุมชน กล่าวว่าตอนนี้มีคณะวิจัยจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยทำการศึกษาโครงการสร้างเค เบิลคาร์ภายในไนท์ซาฟารี พืชสวนโลก อุทยานช้าง และจากอุทยานช้างขึ้นไปยังหอดูดาว (หอดูดาวสิรินธร ก่อนถึงวัดพระธาตุดอยสุเทพ) และวัดพระธาตุดอยสุเทพ แทนการสร้างที่ลานครูบา (ซึ่งก่อนหน้านี้เคยถูกต่อต้านหนักเมื่อเดือนกันยายน 2548) ซึ่งเห็นว่าที่ทำการศึกษาอยู่ในเขตอุทยานแห่งชาติดอยสุเทพ-ปุย นั้นได้ขออนุญาตอุทยานฯ แล้วหรือเปล่า และจะทำโครงการได้หรือเพราะอยู่ในเขตพื้นที่อุทยาน

นอกจากนี้ นายชัยพันธุ์เห็นว่ามหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ : ราชพฤกษ์ 2549 เป็นการใช้พื้นที่จำนวน 470 ไร่ ของสำนักงานพัฒนาเกษตรเขตที่ 1 เชียงใหม่ ซึ่งก่อนหน้านั้นมีทั้งพืชไร่และพืชยืนต้น แต่พอทำโครงการพืชสวนโลกก็ไถไปหมดไม่เหลือเลย มีการขุดอ่าง ซึ่งการทำแบบนี้ในพื้นที่อุทยานเป็นเรื่องต้องห้าม เจ้าหน้าที่อุทยานทำยังต้องขอหลายขั้นหลายตอน

ม.เกษตรแหกสัญญากรมวิชาการเกษตร ให้บริษัทรับช่วงต่อ หวั่นมีกินหัวคิว

และเพื่อไม่ให้ใครแตะโครงการดังกล่าวก็อ้างเป็นการเฉลิมพระเกียรติครองราชย์ 60 ปี และเฉลิมพระชนม์พรรษาครบ 80 ปี โดยโครงการใช้งบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท โดยกรมวิชาการเกษตรก็ให้งานกับมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดยที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อ้างว่ามีบุคลากรพร้อม แต่วันแรกที่ประชุมก็เอาบริษัทอย่างฟีลกรีนดีไซน์ ในเครือของสวนนงนุช และบริษัทอินเด็กซ์ อินเตอร์เนชั่นแนลกรุ๊ปจำกัด ซึ่งเป็นบริษัทในเครือของ ช.การช่าง เข้าไปประชุมเป็นที่ปรึกษาโครงการ โดยมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รับทำ TOR ( ออกแบบและควบคุมงาน) เบื้องต้น 35 ล้านบาท แต่ผลที่สุดก็จ้างบริษัทอินเด็กซ์ฯ และบริษัทฟีลกรีน โดยมหาวิทยาลัยฯ หักนายหน้าไว้ 6 ล้านบาท ทั้งที่ในสัญญาที่ทำกับกรมวิชาการเกษตรระบุว่าห้ามมิให้รับเหมาช่วง แต่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์อ้างว่าทำไม่ทัน

ชี้ “ช.การช่าง-สวนนงนุช” ประมูลไม่ชอบมาพากล

ส่วนบริษัทที่ชนะการประมูลงานก่อสร้างคือ CKNNL ซึ่งเป็นบริษัทร่วมทุนของ ช.การช่าง และ สวนนงนุช คือทั้งออกแบบเอง คุมงานเอง รับเหมาเอง โดยอธิการบดีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์รู้เรื่องหมด โดยประมูลในวงเงิน 1,259,850,000 ล้านบาท จากราคากลาง 1,259,850,100 บาท (ต่ำกว่าราคากลาง 100 บาท!) แต่ที่ประมูลได้มีการแก้แบบโดยลดวงเงินอีก 59 ล้าน แต่มีการลดรายการก่อสร้าง ซึ่งไม่ยุติธรรมต่อการประมูล

น อกจากนี้มีการให้บริษัทรีด เทรดเด็กซ์ ใช้งบ 396 ล้านบาทในการโฆษณางาน มีการให้อภิสิทธิใช้พื้นที่จอดรถหากินเปิดร้านค้านอกเหนือจากงาน นอกจากนี้ยังได้รับการร้องเรียนจากการไฟฟ้า ประปา โทรศัพท์ว่าถูกบริษัทดังกล่าวเรียกเก็บเงินพิเศษเพื่อช่วยโครงการอุดหนุนงาน ตนจึงอยากรู้ว่าใบเสร็จเข้ากระเป๋าใคร นอกจากนี้ยังเปิดมีร้านค้าโอท็อป มีอะไรผิดต่อมิอะไรที่ผิดวัตถุประสงค์พืชสวนโลก


หวั่นนำพืชต่างถิ่นทำลายความหลากหลายทางชีวภาพดอยสุเทพ

นายชัยพันธุ์ ยังกล่าวว่ามีการละเมิด พ.ร.บ.อุทยานแห่งชาติ พ.ศ.2504 คือนำพืชจากต่างถิ่นเข้าในเขตอุทยาน ในกรณีของชาวบ้านเชิงดอยสุเทพ จะเอาปาล์มมาปลูก เจ้าหน้าที่อุทยานไปบอกให้เขาถอน แต่กับโครงการพืชสวนโลกไม่มีใครดำเนินการ ทั้งที่นี่มันมากมายมหาศาล หากพืชมีสปอร์จะปนกับพืชในอุทยาน ความหลากหลายทางชีวภาพของดอยสุเทพจะเสียหาย แล้วเรื่องนี้ก็หาใครมาตอบให้ไมได้เพราะโครงการดังกล่าวไม่มีการทำรายงานผลก ระทบสิ่งแวดล้อม (EIA)


อุปทูตหลายประเทศบอกว่าเป็นห่วงแต่ไม่รู้จะทำไง โดยการนำเข้าพืชใช้เอกสิทธิทางการทูตนำเข้ามาไม่ผ่านพิธีการศุลกากร ไม่ต้องมีด่านกักกันโรค เราจึงไม่รู้เลยว่าพืชที่เอามามีพิษหรือไม่ เวลามันบานมันกระจายไอซึ่งบางคนแพ้ พืชบางตัวไม่รู้ว่าเป็น GMOs หรือไม่ ซึ่งในงานจะมีการจัดแสดงพืชตัดแต่งพันธุ์กรรมนั่นก็คือ GMOs ซึ่งผิดกฎหมายและเอามาลงในอุทยานยิ่งผิดใหญ่ นี่คือสิ่งซึ่งสังคมไม่ได้รับรู้มองแต่เรื่องสวยงาม อันตรายที่จะเกิดในอนาคต ผมจึงเสนอว่าต้องระงับการเปิดโครงการพืชสวนโลกไว้ แต่บางคนว่ามันหยุดไม่ได้


เผยเตรียมกราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพฯ

ผมคิดว่าต้องไปกราบบังคมทูลสมเด็จพระเทพฯ ที่จะทรงมาเปิดงาน เพราะหน่วยงานที่จัดงานนี้และอีก 40 กว่าประเทศกำลังละเมิดกฎหมายไทยอย่างร้ายแรง และไปแจ้งความที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติว่าจะกล้าดำเนินคดีไหม ทีกับคนตัวเล็กตัวน้อยเข้มงวดมากแต่พอรัฐทำผิดเองใครจะรับผิดชอบเรื่องพวกนี ้เป็นเรื่องร้ายแรงกรณีพืชสวนโลกไม่ใช่เรื่องเล็กๆ แล้วเราก็บอกให้ทำไปก่อน แต่มันแก้ไม่ได้ถ้าเกิดความเสียหาย นายชัยพันธุ์กล่าวในที่สุด

แฉจัดตั้งงานราชพฤกษ์เป็นคลังสินค้าทัณฑ์บน เลี่ยง พรบ.กักกันพืช

นอกจากนี้นายบัณรส บัวคลี่ ยังกล่าวเพิ่มเติมว่านอกจากนี้โครงการพืชสวนโลกยังมีการประกาศให้เป็นคลังสินค้า โดยกรมวิชาการเกษตรจึงจัดตั้ง “คลังสินค้าทัณฑ์บนราชพฤกษ์” เสมือนหนึ่งว่าเป็นด่านตรวจสินค้า เพื่อแก้ปัญหานำเข้าโดยผิด พรบ.กักกันพืช (หมายเหตุจากประชาไท – “คลังสินค้าทัณฑ์บนราชพฤกษ์” และ “ด่านตรวจพืชราชพฤกษ์” มีการเปิดตั้งแต่วันที่ 16 มิถุนายน ภายในงานพืชสวนโลกโดยกรมวิชาการเกษตรร่วมกับกรมศุลกากร เพื่อให้สิทธิประโยชน์หน่วยงานทั้งในและต่างประเทศนำสิ่งของเข้ามาแสดง โดยยกเว้นอากรตามกฎหมายศุลกากรหรือกฎหมายอื่น แต่มีเงื่อนไขว่าจะต้องส่งออกนอกราชอาณาจักรภายใน 60 วันนับตั้งแต่สิ้นสุดการจัดงานคือ 31 มกราคม 2550)


เปิด 18 โครงการเชียงใหม่เวิลด์ใต้เงารัฐบาลทักษิณ

อนึ่ง สำหรับโครงการขนาดใหญ่ใน จ.เชียงใหม่ หรือเชียงใหม่เวิลด์ สมัยรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร มีทั้งสิ้น 18 โครงการ คือ 1.โครงการป้องกันและแก้ปัญหาน้ำท่วมเมือง 2 จุด 2.วางท่อร้อยสายไฟฟ้าและสาธารณูปโภคใต้ดินเขตเทศบาลนครเชียงใหม่ 3.งานก่อสร้างของกรมทางหลวง 9 เส้นทาง ตามบัญชาของนายกรัฐมนตรี 3 โครงการ และแก้ปัญหาจราจร 6 โครงการ 4.งานก่อสร้างของกรมทางหลวงชนบท 2 แห่ง 5.ก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ และศูนย์เอสเอ็มอี 6.ตลาดกลางการเกษตรภาคเหนือ 7.งานก่อสร้างของกรมโยธาธิการและผังเมือง 4 แห่ง 8.พัฒนาและแก้ปัญหาพื้นที่สูง อ.อมก๋อย 9.พัฒนาถนนสายวัฒนธรรมเชียงใหม่-สันกำแพง 10.ปรับปรุงภูมิทัศน์เมืองเชียงใหม่ 11.บริการรถโดยสารสาธารณะ 12.ศึกษาจัดทำแผนแม่บทและออกแบบเพื่อก่อสร้างระบบขนส่งมวลชนเมืองเชียงใหม่ 13.การแก้ปัญหาขยะ 14.แผนพัฒนาท่าอากาศยานเชียงใหม่ 15.พัฒนาศักยภาพแหล่งท่องเที่ยวน้ำตกห้วยแก้ว 16.ฟื้นฟูลุ่มน้ำแม่สา 17.เชียงใหม่ไนท์ซาฟารีและอุทยานช้าง 18.มหกรรมพืชสวนโลกเฉลิมพระเกียรติ โดยล่าสุดโครงการก่อสร้างศูนย์ประชุมและแสดงสินค้านานาชาติ จ.เชียงใหม่ อาจถูกระงับยาวเนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงรัฐบาล


กรรมการสิทธิฯ เตือนสพรั่งจะถูกเชือดคอถ้าไม่รับใช้ประชาชน

ด้านนายสุรสีห์ โกศลนาวิน กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) กล่าวว่า หลังจากลงพื้นที่ในเชียงใหม่แล้วจะมีการเขียนรายงานสรุป มีการปรึกษาหารือเรื่องการเสนอข้อมูลประเด็นที่ภาคประชาชนได้รับผลกระทบ และให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องเข้ามาแก้ไข โดย กสม.จะเสนอต่อคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่สร้างความเสียหายต่อรัฐ (คตส.) ดำเนินการต่อไป และจะแจ้งกับนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน และหัวหน้าคณะปฏิรูปด้วย


นอกจากนี้ยังกล่าวว่าส่วนตัวอยากรวบรวมเรื่องเหล่านี้ เพื่อไปพบ พล.ท.สพรั่ง กัลยาณมิตร เพราะว่าคุณจะถูกเชือดคอถ้าคุณไม่รับใช้ประชาชน เราจะเข้าไปประสานตรงนี้ เพราะบางเรื่องมันสมานฉันท์ไม่ได้ต้องดำเนินคดี สมานฉันท์ไปหมดก็ลำบาก


นายกมล กมลตระกูล อนุกรรมการคุ้มครองสิทธิ กสม. กล่าวว่าโครงการมหกรรมพืชสวนโลก ถ้าเราไม่เข้าไปร่วมดูแล ก็คงเหมือนโปรเจคอื่นๆ ของรัฐที่รัฐเป็นฝ่ายลงทุนแล้วให้เอกชนหากิน เช่น สนามบินสุวรรณภูมิ หรือรถไฟฟ้าใต้ดิน ที่กรณี รฟม.ลงทุน 100,000 ล้าน เอกชนลงทุน 10,000 ล้าน แล้วเอกชนไปหาผลประโยชน์ คือโครงการพืชสวนโลกก็อาจมีการบริหารให้ขาดทุนแล้วอ้างว่าเป็นภาระงบประมาณแ ล้วให้เอกชนเทคโอเวอร์ ไนท์ซาฟารีก็อาจเหมือนกันแ ละให้มีการกินหัวคิว ซึ่งเรื่องนี้ต้องจับตามอง โดนตนเห็นว่าจะทำอย่างไรเมื่อมีโครงการของรัฐเกิดขึ้นแล้วอยากให้เกิดประโยช น์ต่อชุมชนและไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม

กสม.เผยหลังพบชาวบ้าน เสนอให้ยกเลิกอุทยานช้าง หนุน พรฎ.ส่งเสริมท่องเที่ยวยั่งยืน

หลังจากการพบกับภาคีฮักเจียงใหม่ในวันที่ 13 ต.ค. แล้ว ในวันที่ 14 ต.ค. กสม.จะพบกับชาวบ้านบ้านตองกาย ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ และวันที่ 15 ต.ค. เวลา 13.00 น. พบกับนายปลอดประสพ สุรัสวดี ผู้อำนวยการโครงการเชียงใหม่ไนท์ซาฟารี

โดยในวันที่ 14 ต.ค. ทีผ่านมาคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติได้ลงพื้นที่เพิ่มเติมในส่วนของชาวบ ้านบ้านตองกาย ต.หนองควาย อ.หางดง จ.เชียงใหม่ ซึ่งเป็นพื้นที่ๆ มีการก่อสร้างโครงการพืชสวนโลก และอุทยานช้าง ซึ่งชาวบ้านมีปัญหาเรื่องถูกเวนคืนที่ดินรอบหมู่บ้านเพื่อดำเนินโครงการดังก ล่าว โดยภายหลังจากการลงพื้นที่นายกมล กมลตระกูล อนุกรรมการคุ้มครองสิทธิ กสม. เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวประชาไทว่า คณะทำงานซึ่งลงพื้นที่พบว่า ชาวบ้านในหมู่บ้านดังกล่าวอยู่มานานแล้วและต้องการอยู่ต่อ โดยข้อเสนอของ กสม. อาจจะเป็นการเรียกร้องให้รัฐออกโฉนดชุมชนแทน ซึ่งมีลักษณะต่างจากเอกสารสิทธิแบบ สปก. เพราะไม่ใช่กรรมสิทธิ์ส่วนตัว แต่โฉนดจะเป็นของชุมชน รัฐเป็นเจ้าของร่วม ชาวบ้านอยู่อาศัยได้ ทำเกษตรได้ แต่ห้ามโอนห้ามขาย ในส่วนของโครงการอุทยานช้างจะเสนอรัฐบาลให้มีการยกเลิก นอกจากนี้ กสม. จะผลักดันให้มีพระราชกฤษฎีกาส่งเสริมการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืนต่อไป นายกมลกล่าวในที่สุด

7 thoughts on “◊ เมื่อเมกะโปรเจคเชียงใหม่ถูกตรวจสอบ หลังกรรมการสิทธิฯ ‘On Tour’ พบภาคีฮักเจียงใหม่

  1. ยังมีกรรมการสิทธิฯนี้อยู่อีกหรือครับ นึกว่าไปพร้อมกับรัฐธรรมนูญ2540 ซะแล้ว

  2. ถามรอบตัวหน่อยเถอะครับมันไปไหนแล้ว เชียงใหม่ถ้ามันไม่มี โปรเจคเชียงใหม่แล้ว ถนนลอยเคราะห์มันก็ไม่มีเหรอะ เด็กขายตัวมันไม่มีเหรอะ เอาถ้าโกงก็จับทำผิดกฎหมายก็จับซิ แจ้งความครับถามว่ารักเชียงใหม่ แล้วไหมใช่รถยนต์ มอเตอร์ไซค์ล่ะ ไม่ขี่จักรยานเหมือนเมื่อก่อนหรือเดินกลางร่มไปทำงานล่ะนั่งรถแดงทำไหม เพราะมันต้องพัฒนาไง เรามีความคิดได้หลายอย่างเอาสิ่งที่เป็นประโยชน์ และผลเสียมาคุยกันดิมามันไม่ดีอย่างไร ทุกอย่างที่ใช่ในชีวิตมันก็ทำลายธรรมชาติอยู่แล้วอยู่ที่พวกคุณสนใจกันเปล่า แล้วถามว่าพืชสวนโลกดีไหมลองมาถามคนมาเที่ยวบ้าง น่ะวันเปิดงานทำวิจัยเลยซิครับ มันมีส่วนดีอยู่ครับถ้าไม่งั้นคุณควรทำวิจัยคนมาเที่ยวซิ ส่วนทำผิดกฎหมายก็ว่ากันไปผิด พรบ.อุทยานก็ฟ้องศาลซิครับมันก็มีทั้งประโยชน์และโทษทั้งนั้นเหรอะ ช่วยกันทำให้มันดีที่สุดดีกว่าครับ ดูรอบเพื่อนบ้านเราเถอะครับมันจะไปไหนแล้ว เคเบิลคาร์ มาเลเชีย เวียดนาม จีน เข้ามีไปไหนต่อไหนแล้วครับทำไหมเข้าบริหารจัดการได้เพราะโดยส่วนรวมเข้าได้ผลประโยชน์ร่วมกันหมดแต่ถ้า บ้านเราทำไม่ได้ก็ต้องไปอยู่แบบ พม่าเถอะครับ 20ปี ยังไงก็ยังงั้นเหรอะถึงจะบอกได้ว่ารักเชียงใหม่

  3. บ้านเมืองวุ่นวายและไม่พัฒนาทุกวันนี้เพราะพวกที่มีความคิดแต่จะอนุรักษ์อย่างเดียวนี่แหละถามว่าคุณกลับไปใช้เกวียนกันได้ไหม พวกนักวิชาเกินทั้งหลายมีแต่ทฤษฏีที่เป็นนามธรรม ถ้าท่านอยากอนุรักษ์ท่านก็ย้ายตัวเองไปสร้างเมืองใหม่อยู่ในป่าสิ คอยแต่มาขัดขวางความเจริญอยู่ได้ เวียตนามเขาจะล้ำหน้าเมืองไทยละอีกสิบสามปีเขาจะมีสนามบินที่ใหญ่กว่าสุวรรณภูมิเสียอีกเพราะเขาขยันช่วยกันไม่ใช่ขยันกัดกันเอง บ้านเมืองเราวุ่นวายเพราะคนโง่ไม่ยอมรับว่าตัวเองโง่ ไม่ยอมรับคนที่ฉลาดกว่า แต่คนโง่มีปากคอยกัดคอยแทะ และคนโง่ที่รวมหมู่มีอาวุธใช้กำลังยึดบ้านยึดเมืองเพราะถูกคนโง่ด้วยกันคอยเสี้ยมคอยสอนแบบโง่ๆ

  4. อภิสิทธิ์ เอย ไม่มีคนที่ดีกว่านี้แล้วหรือที่นำกอบศักดิ์และชำนิ มาร่วมนั่งเจรจา ไม่มีความคิดเลยเพราะบุคคลทั้งสองมีแต่เรื่องที่เสียหายมาแล้วในอดีต

Comments are closed.