◊ ฟื้นศอ.บต.รวมสงขลา–สตูลเป็นชายแดนใต้ สูตรเก่าเดินตาม‘ป๋า’อีกรอบ


การรวมจังหวัดสงขลาและสตูลเข้ามาเป็นพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับการฟื้นศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง จึงเป็นการเดินตามรอบ ‘ป๋า’ รอบใหม่ >>


ข้อเสนอให้เพิ่มพื้นที่การแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสงขลาและสตูล ของนายอารีย์ วงศ์อารยะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ดูเหมือนจะเป็นการย้อยรอยการแก้ปัญหาที่สอดรับกับการรื้อฟื้นศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.)
 


โดยแนวคิดการก่อตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในสมัยพล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรี ได้รวมพื้นที่ 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างของไทย คือ สงขลา ปัตตานี ยะลา นราธิวาสและสตูล เป็นจังหวัดชายแดนภาคใต้
ด้วยเหตุเพราะต้องการให้พื้นที่ที่มีปัญหาความไม่สงบจากขบวนการแบ่งแยกดินแดน ถูกเจือจางลง ปัญหาความรุนแรงที่เกิดขึ้นถูกละลายลงไป โดยไม่ถูกจำกัดว่าเป็นปัญหาการแบ่งแยกดินแดน 3 จังหวัด คือ ปัตตานี ยะลาและนราธิวาส ปัญหาจึงดูเบาบางลงดังที่อดีตคณะทำงานด้านประชาสัมพันธ์คนหนึ่งของศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ คนหนึ่งมองไว้ พร้อมกับระบุว่า นั่นคือการแก้ปัญหาโดยใช้การเมืองนำการทหารนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม การกำหนดให้ 5 จังหวัดภาคใต้ตอนล่างเป็นพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยกำหนดให้สงขลาเป็นศูนย์กลางการพัฒนานั้น กลับทำให้ความเจริญไปกระจุกตัวอยู่ในจังหวัดสงขลาเท่านั้น ขณะที่จังหวัดอื่นๆ การพัฒนาไม่เจริญก้าวหน้าเท่าที่ควร

แต่การตั้งศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ขึ้น ทำให้ปัญหาในพื้นที่เบาบางลง ลดการเผชิญหน้าระหว่างประชาชนกับเจ้าหน้าที่รัฐได้มากขึ้น เนื่องจากได้มีการเชิญผู้ทรงคุณวุฒิในพื้นที่ ทั้งผู้นำศาสนา นักธุรกิจ เข้ามาเป็นที่ปรึกษา ถือว่าเป็นเวทีสำหรับคนในพื้นที่ 5 จังหวัด

ขณะที่อีกคนหนึ่งซึ่งเป็นผู้ติดตามการดำเนินการแก้ปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ของภาครัฐ กล่าวว่า การตั้งศูนย์อำนวยการบริการจังหวัดชายแดนภาคใต้ ทำให้ประชาชนสามารถร้องเรียนปัญหาต่างๆ ได้ โดยเฉพาะปัญหาระดับท้องถิ่นสามารถแก้ไขได้ทันที ทำให้ไม่มีการหมักหมกปัญหา เช่น การร้องเรียนขอให้ย้ายเจ้าหน้าที่รัฐที่มีปัญหาได้ ศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ มีอำนาจในการสั่งย้ายได้ภายใน 24 ชั่วโมง ทำให้ชาวบ้านรู้สึกมีอำนาจและปัญหาที่เกิดขึ้นได้รับการแก้ไข ความรู้สึกเคียดแค้นต่อฝ่ายรัฐถูกบรรเทาเบาบางลงด้วย

จนกระทั่งเมื่อรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร เข้ามาบริหารประเทศ ได้สั่งให้มีการปรับโครงสร้างการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ใหม่ โดยให้ยุบศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ และกองกำลังผสมพลเรือน ตำรวจ ทหาร ที่ 43 หรือ พตท.43

พร้อมกับได้ให้คำจำกัดความใหม่ของจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยให้ตัดจังหวัดสงขลาและสตูลออกไป คงเหลือเพียง จังหวัดปัตตานี ยะลาและนราธิวาสเท่านั้น เป็น 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้

ทั้งนี้เพราะต้องการปราบปรามกลุ่มขบวนการแบ่งแยกดินแดนให้สิ้นซาก จึงต้องจำกัดพื้นที่ปัญหาให้ชัดเจน เป็นการใช้การทหารนำการเมือง ซึ่งวิธีการเช่นนี้เป็นลักษณะเดียวกันกับการกำหนดพื้นที่เป้าเป็นสีแดง สีเหลืองและสีเขียว นั่นเอง

แต่ผลที่ตามมาจากการจำกัดพื้นที่ให้เจาะจงมากขึ้น ดังที่ผู้ติดตามการแก้ปัญหาของรัฐคนเดิมที่มองว่า มันกลับส่งผลให้การปลุกระดมของกลุ่มก่อความไม่สงบทำได้ง่ายขึ้น การชูพื้นที่เป้าหมายเพื่อการแบ่งแยกดินแดนทำได้ง่ายขึ้น

ดังนั้น การรวมจังหวัดสงขลาและสตูลเข้ามาเป็นพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ร่วมกับการฟื้นศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้อีกครั้ง จึงเป็นการเดินตามรอบ ‘ป๋า’ รอบใหม่

ข่าวประกอบ

‘อารีย์’เสนอเพิ่มพื้นที่ดับไฟใต้คลุมสงขลา–สตูล