◊ หลังประชุม ครม. นัดแรก กฎอัยการศึกยังไม่ยกเลิก !

นัดแรก ครม. ระบุไม่เลิกอัยการศึก นายกฯใหม่แถลง 5 นาที ก่อนสวมบทเตมีย์ใบ้ไม่ตอบคำถามใดๆกับสื่อมวลชน ด้าน ‘สนธิ’ แจง ไม่เลิกกฎอัยการศึกเพราะหากเกิดอะไรขึ้นจะไม่คุ้ม นอกจากนี้ยังไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน >>

 

ประชาไท – 11 ต.ค. 2549 ผลการประชุมคณะรัฐมนตรีนัดแรกในรัฐบาล พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประจำวันที่ 10 ตุลาคม มีการพูดถึงเรื่องการพิจารณายกเลิกกฎอัยการศึกที่ประกาศใช้หลังการรัฐประหารในวันที่ 19 กันยายน ผลการประชุมมีมติว่ายังไม่มีการยกเลิกกฎอัยการศึก

นายกรัฐมนตรียันจะเร่งพิจารณายกเลิกกฏอัยการศึกเร็วที่สุด

ภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.)นัดแรกหลังการรัฐประหารวันที่ 19 กันยายน พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรีครั้งนี้ได้มีการหารือหลายเรื่อง เช่น การเตรียมการร่างนโยบายให้สอดคล้องระยะเวลาที่ต้องนำเสนอต่อสภานิติบัญญัติในโอกาสต่อไป ปัญหาที่เผชิญหน้าอยู่ในปัจจุบัน คือปัญหาอุทกภัย ซึ่งได้ มีการหารือเพื่อเตรียมให้การช่วยเหลือเฉพาะหน้าและเตรียมการเข้าช่วยเหลือฟื้นฟูต่อไป

พล.อ.สุรยุทธ์ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุม ครม.ยังได้หารือเรื่องการยกเลิกกฎอัยการศึก และมีมติว่า จะนำเรื่องนี้ไปหารือกับคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) โดยใช้สภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) เป็นสถานที่หารือ

“ผมขอเรียนว่าเราคำนึงถึงสิทธิและเสรีภาพของพี่น้องประชาชน เราไม่ได้นิ่งนอนใจ ก็จะนำเรื่องนี้ไปหารือกันคิดว่าต้องใช้เวลาสักระยะหนึ่งเพื่อให้สถานการณ์คลี่คลายลงไปก่อน และจะได้พิจารณายกเลิกกฎอัยการศึกให้เร็วที่สุดเท่าที่เราจะสามารถจะทำได้“ นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรีได้แถลงผลการประชุม ครม.เพียง 5 นาทีเท่านั้น และไม่เปิดโอกาสให้ผู้สื่อข่าวได้ซักถามใดๆ จากนั้นได้เดินกลับขึ้นไปบนตึกสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรี ก่อนที่เดินทางกลับขึ้นไปยังตึกไทยคู่ฟ้าในเวลา 12.40 น.

‘สนธิ’ ชี้อัยการศึกไม่ส่งผลกระทบต่อประชาชน

พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก และในฐานะประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ(คมช.) กล่าวถึงกรณีหลายฝ่ายเสนอให้มีการพิจารณายกเลิกประกาศใช้กฎอัยการศึกทั่วประเทศว่า ขั้นตอนของการประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก รัฐบาลและรัฐมนตรีด้านความมั่นคงต้องมีการหารือกัน ต้องดูสถานการณ์ว่าจะนำไปสู่ความไม่เรียบร้อยมากน้อยแค่ไหน ขณะนี้กำลังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับเรื่องของความมั่นคงรวบรวมข้อมูลอยู่
 

หากประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกไปแล้ว เมื่อเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นมาจะแก้ยาก ดังนั้น คิดว่าคงไม่ช้าเกินไป เพราะเมื่อเราประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกแสดงว่าทุกอย่างต้องปลอดภัยเรียบร้อย เพื่อให้ประชาชนทุกคนไม่เกิดปัญหากัน ขณะนี้คิดว่าการประกาศกฎอัยการศึกไม่ได้ส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตของประชาขนในทุกภาคส่วนของประเทศ
 

เมื่อถามว่า สาเหตุที่ยังไม่ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึกเพราะจะมีการตรวจสอบและยึดทรัพย์สินของรัฐบาลชุดเก่าใช่หรือไม่ พล.อ.สนธิกล่าวว่า ไม่เกี่ยว เรื่องนี้เป็นเรื่องของคณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อรัฐ (คตส.)
 

โฆษกรัฐบาลแถลงการณ์เลิกกฎอัยการศึกต้องหารือคมช.ด้วย

ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงการประชุมคณะรัฐมนตรี ว่า สาเหตุที่ครม.ยังไม่ประกาศยกเลิกกฎอัยการศึก เพราะนายกรัฐมนตรี มีความเห็นว่าให้พิจารณาจากสถานการณ์ต่าง ๆ อย่างรอบคอบ โดยต้องสอบถามหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางด้านความมั่นคง และหารือคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติด้วย โดยการหารือคงนำข้อมูลต่าง ๆ มาประมวลกัน
 

เมื่อถามว่า เหตุใดถึงคิดว่าสถานการณ์ขณะนี้ยังต้องคงกฎอัยการศึกไว้ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีคงจะพิจารณาตามความเหมาะสม ซึ่งต้องหารือกับหลาย ๆ ฝ่าย ก่อนที่จะได้ข้อสรุปออกมา และคงต้องใช้เวลาพิจารณาสักเล็กน้อย
 

ต่อข้อถามว่า เหตุที่ยังไม่ยกเลิกกฎอัยการศึก เพราะรัฐบาลยังไม่ไว้ใจสถานการณ์ใช่หรือไม่ ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า คงต้องประเมินสถานการณ์กันก่อน และผู้ใหญ่คงต้องหารือกัน เมื่อถามว่าได้หยิบยกข้อเรียกร้องของฝ่ายต่าง ๆ มาประกอบการหารือด้วยหรือไม่ ร.อ.นพ.ยงยุทธ กล่าวว่า เป็นสิ่งที่นายกรัฐมนตรีทราบดี คงต้องหารือกันต่อไปเพื่อประมวลสถานการณ์และพิจารณาตัดสิน ซึ่งไม่สามารถกำหนดระยะเวลาได้ คงต้องเป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีเห็นสมควรและพิจารณา
 

โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลจะมีการจัดทำสมุดปกขาวชี้แจงสถานการณ์การเมืองของประเทศไทยให้ต่างชาติเข้าใจ โดย คมช. จะเป็นผู้จัดทำเอกสารขึ้นมา เพราะเป็นเรื่องการชี้แจงถึงเรื่องการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้น ในช่วงวันที่ 19 ก.ย.2549
 

ส่วนการจัดทำร่างนโยบายรัฐบาลนั้น ร.อ. นายแพทย์ยงยุทธ กล่าวว่า เป็นเรื่องสำคัญ เพราะเมื่อมีนโยบายที่ชัดเจนแล้วต้องมีการแถลง รวมถึงนำข้อมูลนโยบายต่างๆ ไปชี้แจง ประชาสัมพันธ์ ให้ต่างประเทศรับทราบ ซึ่งก็จะสร้างความมั่นใจให้ต่างประเทศได้ระดับหนึ่ง อย่างไรก็ตาม นายกรัฐมนตรี จะใช้โอกาสเดินทางไปต่างประเทศ เช่น การประชุมสุดที่ประเทศจีน การประชุมเอเปค ที่ประเทศเวียดนาม และประชุมอาเซียนซัมมิท ที่ประเทศฟิลิปปินส์ รวมทั้งการเยือนประเทศเพื่อนบ้านสร้างความเข้าใจแก่ต่างประเทศด้วย