◊ ร้องรัฐบาลยกเลิก ‘ประหารชีวิต’เนื่องในวันยกเลิกโทษประหารสากล


แม้เราจะไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารแต่เราจะไม่ปล่อยให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเข้าไปมีบทบาทในการกำหนดกติกาสังคมโดยไม่ฟังเสียงประชาชน เราไม่เชื่อว่าการลงโทษประหารชีวิตจะทำให้การก่ออาชญากรรมลดน้อยลง และไม่เชื่อว่าเลือดจะล้างด้วยเลือด เพียงแค่การจำคุกตลอดชีวิตก็น่าจะเพียงพอแล้ว >>



ประชาไท – 11 ต.ค. 2549 เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ที่ทำเนียบรัฐบาล เวลา 13.00 น.ตัวแทนกลุ่มประสานงานรณรงค์ยุติโทษประหารชีวิต หรือ TCADP ประมาณ 20 คน นำโดย น.ส.สมศรี บุญอนันทสุข ประธานองค์การนิรโทษกรรมสากล ประเทศไทย ได้เดินทางมายื่นจดหมายเปิดผนึกถึงพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี เนื่องในวันยกเลิกโทษประหารสากล โดยเรียกร้องให้ยกเลิกการลงโทษด้วยวิธีการประหารชีวิต และให้เหตุผลว่า การลงโทษประหารชีวิตนั้นเป็นการบั่นทอนหลักการทางศาสนาพุทธ รวมทั้งสิทธิในการมีชีวิตอยู่ของมนุษยชาติมาโดยตลอด ถือเป็นปมมืดของทุกสังคมรวมทั้งสังคมไทย


จดหมายเปิดผนึกระบุด้วยว่า การลงโทษประหารชีวิตนั้นมาจากความเชื่อว่าสามารถจะลดปัญหาและป้องปรามอาชญากรรมได้ ทั้งที่ข้อพิสูจน์ในประเด็นนี้ไม่สามารถยืนยันได้อย่างชัดเจน


“ทางกลุ่มจึงเห็นว่าปัญหาอาชญากรรมมีสาเหตุเกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาเศรษฐกิจและสังคม ดังนั้น การแก้ปัญหาอาชญากรรมต้องแก้ที่ต้นเหตุและต้องแก้โดยการบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง ไม่เลือกปฎิบัติ และไม่ยอมให้ผู้กระทำผิดที่เป็นเจ้าหน้าที่หรือบุคคลอื่นสามารถลอยนวลอยู่ได้ในสังคม โดยให้นำการลงโทษจำคุกตลอดชีวิต มาสำเร็จโทษต่ออาชญากรรมร้ายแรงทุกประเภทแทนการลงโทษประหารชีวิต”


นายสมศรี กล่าวว่า เราจะผลักดันให้ยกเลิกโทษประหารชีวิตควบคู่ไปกับการรณรงค์ให้ยกเลิกการทรมานผู้ต้องหา โดยจะผลักดันให้แก้กฎหมาย ซึ่งเราพร้อมจะเป็นส่วนหนึ่งของสภาร่างรัฐธรรมนูญเพื่อร่างกฎหมายนี้ แม้เราจะไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารแต่เราจะไม่ปล่อยให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งที่ไม่ได้มาจากการเลือกตั้งเข้าไปมีบทบาทในการกำหนดกติกาสังคมโดยไม่ฟังเสียงประชาชน


นอกจากนี้ ยังต้องการให้ยกเลิกกฎอัยการศึกอีกด้วย เพราะการใช้กติกานี้ส่งผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพอย่างกว้างขวางโดยเฉพาะสื่อมวลชนหลายแขนงถึงกับต้องเซ็นเซอร์ตัวเอง ทำให้ทุกฝ่ายในสังคมรู้สึกอึดอัด รัฐบาลนี้ควรปล่อยให้สิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นไปตามครรลองที่ควรจะเป็น


ด้านนายอนุชา วินทะชัย ผู้ประสานงานกลุ่มฯ กล่าวว่า ประเทศไทยได้ลงบันทึกข้อตกลงในกติการะหว่างประเทศว่าด้วยสิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมืองโดยรับว่าจะทบทวนการใช้โทษประหารชีวิต แต่เราไม่เคยปฎิบัติตาม ซึ่งรัฐบาลชุดใหม่นี้ควรจะนำเรื่องนี้มาพิจารณาเพื่อให้ประเทศไทยกลับมาได้รับการยอมรับจากประชาคมโลก


“เราไม่เชื่อว่าการลงโทษประหารชีวิตจะทำให้การก่ออาชญากรรมลดน้อยลง และไม่เชื่อว่าเลือดจะล้างด้วยเลือด เพียงแค่การจำคุกตลอดชีวิตก็น่าจะเพียงพอแล้ว”นายอนุชา กล่าว

3 thoughts on “◊ ร้องรัฐบาลยกเลิก ‘ประหารชีวิต’เนื่องในวันยกเลิกโทษประหารสากล

  1. โทษประหารยังไงต้องมี!!! ถ้าครอบครัวของผู้ร้องขอกฎหมายนี้ มารดาของท่านถูกข่มขืนและฆ่าอย่างเลือดเย็น รวมทั้งปล้นทรัพย์สินของครอบครัวท่าน แล้วท่านจับได้ กระผมอยากรู้ว่า ท่านจะยังกัดฟันให้จำคุกตลอดชีวิตกับไอ้โจรชั่วนั่นหรือเปล่า ลองคิดดูให้ดี คนทำความผิดอย่างร้ายแรงเป็นบุคคลอันตราย หากมีชีวิตอยู่สืบไป ก็จักเป็นภัยอันตรายแก่บุคคลอื่น แล้ว..ท่านจะยังรักษาบุคคลเหล่านี้ไว้เพื่อให้เขากระทำผิดต่อไปอีกกระนั้นหรือ บุคคลบางประเภทมีชีวิต อยู่เพื่อทำความเลวเท่านั้น ให้ลงโทษเพียงใด คงไม่หลาบจำหรอก

  2. นอกจากนี้ การเก็บคนเหล่านี้ไว้ในคุกให้เปลืองงบประมาณทำไม แทนที่จะนำเงินส่วนนั้นจากการซื้อข้าว ซื้อน้ำให้นักโทษประหาร สู้เอาเงินส่วนนั้นไปพัฒนาประเทศของเราเสียยังจะดีกว่า

  3. ไม่เข้าใจ ทำไมต้องยกเลิก ไอ้พวกสิทธิมนุษยชนทั้งหลายทำไมต้องไปนึกถึงสิทธิมนุษยชนของไอ้พวกคนร้าย คนที่มันมีเจตนาทำร้ายผู้อื่นให้ถึงตาย ทำร้ายสังคมให้พิกลพิการอย่างนี้ด้วย ทำไมไม่นึกถึงสิทธิมนุษยชนของผู้เสียหาย ผู้ที่ได้รับผลจากการกระทำของพวกมันบ้าง ทำไมไม่ออกมารณรงค์กัน คิดถึงกันแต่หลักการ แต่เคยคิดถึงความเป็นจริง ต่อความรู้สึกจิตใจของผู้ที่ได้รับผลจากกระทำของพวกมันบ้างหรือป่าวว่าเป็นอย่างไร ไว้ให้มันเกิดกับตัวคุณ กับครอบครัวคุณหรือคนที่คุณรักบ้างคุณจะได้รู้ว่ามันเจ็บปวดแค่ไหน ทำไมไม่ปล่อยให้มันเป็นไปตามกลไกของมันเอง มาแก้ที่ปลายเหตุ แต่ต้นเหตุจริงเกิดจากปัญหาสังคม ครอบครัวทำไมไม่ออกมารณรงค์คิดหาทางแก้ไข แล้วคิดจะมาแก้ที่ปลายเหตุอย่างนี้แล้วได้อะไร

    ทำไมไม่คิดถึงประเทศที่เขาใช้กฎหมายอย่างเข้มแข็ง มีศักยภาพจริงๆ หล่ะทำไมเขาถึงมีสถิติอาชญากรรม หรือคดีอื่นๆ น้อยมาก ทำไมไม่คิดกัน จริงๆ แล้วรากเง้าของปัญหาแท้จริงมันอยู่ที่ไหน แล้วแก้มันตรงนั้น ไม่ใช้มาแก้ที่ปลายเหตุอย่างนี้ แล้วเคยคิดทำประชาพิจารณ์กันมั๊ย เอาแต่หลักการกันเอง ถามเอง เออเอง เคยคิดถามประชาชน คนที่เขาได้รับผลจากการกระทำของได้พวกคนเลวทั้งหลายมั๊ยว่า เขาเห็นด้วยมั๊ย ไอ้พวกสิทธิมนุษยชนเฮงซวย ห่วยแตกทั้งหลายเอ่ย มาดูเอาแต่ไอ้ฉากประหาร แต่ไม่ดูที่มาว่าทำไมถึงต้องประหาร ไม่ทราบว่าเอาอะไรคิด ฉันเป็นคนหนึ่งที่ไม่ยอมจะประท้วงให้ถึงที่สุด…

Comments are closed.