◊ สหพันธ์ผู้บริโภคจี้ ‘ปิยสวัสดิ์’ ให้ชัดเจนตรวจสอบและปฏิรูปพลังงาน


สหพันธ์ผู้บริโภค ออกแถลงการณ์ฝาก รมว.พลังงานคนใหม่ทำงานทั้งการตรวจสอบและปฏิรูประบบและกิจการพลังงาน เพื่อเริ่มต้น‘ปฏิรูปการเมือง ปฏิรูประบบพลังงาน’ >>


11 ต.ค.49 – สหพันธ์ผู้บริโภค ออกแถลงการณ์กระทรวงพลังงาน ต้องมีความชัดเจนในการการทำงาน 2 ส่วนควบคู่กันไป คือ การปฏิรูปกิจการพลังงานเพื่อการพัฒนาระบบพลังงานในอนาคต กับ การตรวจสอบการทุจริต คอรัปชั่น ผลประโยชน์ทับซ้อน หรือผลประโยชน์โดยมิชอบจากกระบวนการแปรรูปกิจการพลังงานที่ผ่านมา
 


แถลงการณ์ดังกล่าวลงชื่อนางสาวสายรุ้ง ทองปลอน ผู้จัดการสหพันธ์องค์กรผู้บริโภค มีเนื้อหาระบุว่าจากกรณีที่นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงแนวนโยบายในการผลักดันร่าง พ.ร.บ.กิจการพลังงาน เข้าสู่สภานิติบัญญัติแห่งชาติ โดยจะมีองค์กรอิสระที่จะจัดตั้งขึ้นใหม่ เรียกว่า คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานแห่งชาติ นั้นถือเป็นหลักการที่ดี หากทำมาเพื่อเป็นการนำร่องปูทางไปสู่การปฎิรูปกิจการพลังงาน เพื่อสร้างความเป็นธรรม การมีธรรมาภิบาลต่อสังคม การมีส่วนร่วมของภาคประชาสังคมมากขึ้น
อย่างไรก็ตาม การปฎิรูปกิจการพลังงาน โดยการกำหนดนโยบาย การตรา แก้ไข หรือยกเลิกกฎหมายใด ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต ไม่ควรมีธงเพื่อการแก้ต่างความผิดในการแปรรูปกิจการสาธารณูปโภคด้านพลังงานที่ผ่านมาในอดีต ไม่ว่าจะเป็นกฟผ. หรือปตท.

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน สมควรจะทำการปฎิรูปนโยบายและระบบพลังงานที่จะส่งผลดีในอนาคตควบคู่ไปกับการตรวจสอบกระบวนการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ด้านพลังงาน เช่น กฟผ. และปตท.ที่ผ่านมาในอดีตว่ามีกระบวนการแปรรูปที่ก่อให้เกิด การทุจริต คอรัปชั่น คอรัปชั่นเชิงนโยบาย ผลประโยชน์ทับซ้อน หรือกลไกที่ก่อให้เกิดการโครงสร้างฮั้วกันระหว่างผู้กำหนดนโยบาย ผู้กำกับดูแล ผู้รับผลประโยชน์จากการประกอบธุรกิจ จนเป็นที่มาของผลประโยชน์โดยมิชอบสร้างความเสียหายแก่รัฐ และประชาชนอย่างไรบ้าง

ดังนั้น แถลงการณ์สหพันธ์องค์กรผู้บริโภค ได้มีข้อเรียกร้องต่อให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานคนปัจจุบันดังนี้

1. การตรวจสอบผลประโยชน์ทับซ้อน หรือผลประโยชน์ที่เกิดขึ้นโดยมิชอบ ไม่เป็นธรรมต่อสังคม รัฐ ประชาชน ในการแปรรูปกิจการพลังงานที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานต้องไม่เบี่ยงเบนประเด็นเพิกเฉย หากไม่ดำเนินการเอง ต้องส่งเรื่องดังกล่าวแก่คณะกรรมการตรวจสอบการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่รัฐ(คตส.) ดำเนินการตรวจสอบต่อไป โดยมีประเด็นที่ยกมาเป็นตัวอย่างเพื่อตั้งเรื่องการตรวจสอบได้ เช่น บุคคลที่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนและกระบวนการแปรรูปกฟผ. และปตท. การประเมินมูลค่าทรัพย์สินของกฟผ.และปตท.ก่อนแปรรูป เป็นการประเมินทรัพย์สินของรัฐราคาถูก ทำให้รัฐเสียหาย เพื่อใครได้ประโยชน์หรือไม่อย่างไร กรณีการขายหุ้นไอพีโอ มีผลประโยชน์ทับซ้อนแอบแฝงหรือไม่รวมทั้งข้อครหาถึงการนำหุ้นของกิจการพลังงานไปแจกจ่ายกับกลุ่มบุคคลใดๆเพื่อเกิดประโยชน์ต่อกลุ่มทุนธุรกิจการเมืองมีหรือไม่

ทั้งนี้ เพื่อสามารถแก้ไข เยียวยา เอาผิดกับผู้กระทำผิด ยกเลิกนโยบายหรือกฎหมายที่เป็นปัญหาได้ตรงประเด็น เช่น ควรยกเลิก รบ.ทุนรัฐวิสาหกิจ ที่ทำให้การแปรรูปรัฐวิสาหกิจกระทำได้โดยง่าย ไม่รอบคอบ ไม่ผ่านกระบวนการตรวจสอบของรัฐสภาและขาดการมีส่วนร่วมที่เพียงพอ

2. การปฎิรูปกิจการพลังงาน ให้มีการปฏิรูปนโยบาย และโครงสร้างการบริหารงานด้านเศรษฐกิจและพลังงานไปสู่แนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนโดยยึดประโยชน์ของสังคมส่วนรวมเป็นตัวตั้ง เป็นระบบที่มีประสิทธิภาพ และความเป็นธรรม โปร่งใส ส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน พอเพียง และ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและทรัพยากรธรรมชาติ

อีกทั้ง ดำเนินการการแยกอำนาจ บทบาทหน้าที่ของรัฐทางด้านการกำหนดนโยบาย การกำกับดูแล และการปฏิบัติการออกจากกันอย่างชัดเจน เพื่อความโปร่งใส ขจัดปัญหาผลประโยชน์ทับซ้อนและความสับสนของรัฐในการปกป้องและคุ้มครองผลประโยชน์ผู้บริโภค โดยการจัดตั้งองค์กรกำกับดูแลอิสระสาขาพลังงานมาทำหน้าที่กำกับดูแล

เปิดพื้นที่การมีส่วนร่วมและการตรวจสอบในกิจการพลังงานและเป็นกิจการสาธารณูปโภค ครอบคลุมทั้งกิจการไฟฟ้า กิจการก๊าซธรรมชาติ ธุรกิจน้ำมัน โดยเริ่มด้วยการเปิดประชาพิจารณ์ สร้างพื้นที่การมีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางของประชาชนในการจัดทำพรบ.กิจการพลังงาน และการจัดตั้งคณะกรรมการกำกับกิจการพลังงานที่มีกฎมายรองรับ เป็นการเริ่มต้น ‘ปฏิรูปการเมือง ปฏิรูประบบพลังงาน’