◊ ‘รัฐประหาร’ไม่ช่วย อำนาจมืดยังคงข่มขู่กลุ่มคัดค้านฯท่อก๊าซจะนะ

9 ต.ค.49 – 9 ตุลาคม 2549 เวลา 10.00 น.คณะสำรวจของบริษัททรานส์ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด(ทีทีเอ็ม)จำนวนกว่า 10 คน ได้ลงสำรวจพื้นที่ป่าชายเลนบ้านป่างาม ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลา โดยมีปลัดอำเภอจะนะฝ่ายป้องกันนำเจ้าหน้าที่อาสาสมัคร(อส.)ของอำเภอจะนะ จำนวน 4 คน >>


 


อส.ทั้ง 4 คนพบอาวุธปืนยาวจำนวน 2 กระบอก ปืนสั้นจำนวน 2 กระบอก คุ้มกันเจ้าหน้าที่บริษัททรานส์ไทย-มาเลเซีย (ประเทศไทย) จำกัด(ทีทีเอ็ม) ลงสำรวจวัดพื้นที่ป่าชายเลบ้านป่างาม โดยมีนายฉาเร็ม ยุมหัด สมาชิกองค์กรบริหารส่วนตำบลหมู่ที่ 2 ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะเป็นผู้พาเข้าสำรวจ ทั้งนี้ได้ใช้การเดินทางด้วยรถยนต์หมายเลขทะเบียน ศว.2470 ศส.2633 ป้ายทะเบียนกรุงเทพมหานคร และทะเบียน 2พ. 2367, 5ท 3224
 


คณะสำรวจของบริษัททีทีเอ็มได้ลงสำรวจพื้นที่ป่างาม เพื่อวางแนวท่อส่งท่อก๊าซจากโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซีย ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ ไปเชื่อต่อกับโรงไฟฟ้าสงขลาที่ต.ป่าชิง ซึ่งคณะสำรวจของบริษัททีทีเอ็มได้ลงพื้นที่สำรวจมาแล้วหลายครั้ง ทุกครั้งจะมีนายดาเร็ม ยุมหัด เป็นผู้นำทาง แต่ที่ผ่านมาก็ไม่สามารถสำรวจได้ทั้งหมดเนื่องจากเจ้าของที่ดินส่วนใหญ่ไม่ยินยอมให้สำรวจเนื่องจากไม่ต้องการให้แนวท่อก๊าซพาดผ่านที่ดินของตนเอง และชาวบ้านได้ขึ้นป้ายคัดค้านไมให้แนวท่อก๊าซผ่านที่ดิน นอกจากนี้ยังมีการเสนอให้ปตท.และบริษัททีทีเอ็มย้ายแนวท่อก๊าซออกจากพื้นที่บ้านป่างาม แต่ทางทีทีเอ็มก็ไม่ยอมและพยายามลงสำรวจหลายสิบครั้งแล้ว บางครั้งบุกรุกเข้าสำรวจที่ดินโดยไม่แจ้งให้เจ้าของทราบ


ส่วนในครั้งนี้ได้ให้อส.อ.จะนะคุ้มกันมาเพื่อข่มขู่ชาวบ้าน เมื่อชาวบ้านถามว่าได้รับจ้างจากบริษัทให้มาคุ้มครองหรือใช่หรือไม่ ก็ปฏิเสธเพียงว่ามาช่วยงานหลวงเท่านั้น
 


นายประกอบ หลำโส๊ะ ชาวบ้านป่างาม หมู่ที่ 3 ต.ตลิ่งชัน อ.จะนะ จ.สงขลาหนึ่งในเจ้าของที่ดินที่แนวท่อก๊าซจะพาดผ่านกล่าวว่า ที่ผ่านทางบริษัททีทีเอ็มพยายามลงพื้นที่สำรวจหลายครั้งแต่ชาวบ้านไม่ยินยอมให้ผ่าน ทางบริษัทก็ยังพยายามเข้ามาสำรวจในขณะที่เจ้าของที่ดินไม่อยู่ อีกทั้งได้พยายามหว่านล้อมด้วยการพาชาวบ้าน กลุ่มแม่บ้าน สมาชิกอบต.ตลิ่งชัน ไปท่องเที่ยวที่ จ.กาญจนบรี และ จ.นครศรีธรรมราชเพื่อให้ชาวบ้านยอมรับโครงการ แต่ชาวบ้านก็ยังไม่ยอมรับ
 


ล่าสุดจึงใช้กำลังของอส.เข้ามาคุ้มกันและเพื่อข่มขู่ชาวบ้าน ซึ่งพฤติกรรมป่าเถื่อนดังกล่าว ตลอดระยะเวลาที่ดำเนินโครงการวางท่อส่งก๊าซและก่อสร้างโรงแยกก๊าซ ที่อยู่ในช่วงรัฐบาลทักษิณ ชินวัตร ก็มีการเปิดไฟเขียวให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกสภอ.ในจังหวัดสงขลาสับเปลี่ยนกำลังมาคุ้มครองบริษัทในการวางและก่อสร้างโรงแยกก๊าซ และให้อำนาจในการรังแกและจัดการกับกลุ่มคัดค้านท่อก๊าซจะนะ เพราะผลประโยชน์ที่ผ่านมาปตท.มีการแปรรูปไปแล้วเป็นของนายทุนและนอมินีต่างชาติ โดยประเทศสิงคโปร์ได้รับการปันผลมากสุดถึง 225 ล้านบาท
 


เมื่อนายทักษิณ ชินวัตรพ้นจากการเป็นนายกรัฐมนตรี ชาวบ้านคิดว่าการใช้อำนาจเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการข่มขู่ คุกคาม และรังแกประชาชนจะน้อยลง แต่ที่สุดความจริงก็ปรากฏว่าระบอบทักษิณยังไม่หมดไปจากระบบราชการและสังคมไทย เพราะเจ้าหน้าที่บางส่วนยังติดอยู่กับระบบอำนาจเดิมที่เคยใช้เมื่อสมัยรัฐบาลทักษิณ เวลานี้เจ้าหน้าที่รัฐและนายทุนยังมีพฤติกรรมเดิมที่เคยทำได้และได้รับการสนับสนุนเมื่อครั้งรัฐบาลทักษิณ มาใช้กับประชาชนอีกครั้งหนึ่ง และ การบริษัททีทีเอ็มสำรวจพื้นที่ป่าชายเลนและหากมีการวางแนวท่อก๊าซผ่านพื้นที่ป่าชายเลนย่อมเป็นการทำลายสิ่งแวดล้อมที่รุนแรงอีกครั้งหนึ่งของบริษัททีทีเอ็ม
 


การดำเนินการของปตทในนามของบริษัททีทีเอ็มในการวางแนวท่อเส้นใหม่เพื่อเชื่อมกับโรงไฟฟ้าสงขลา และการไฟฟ้าแห่งประเทศไทย(กฝผ.)ซึ่งดำเนินก่อสร้างโรงไฟฟ้าสงขลาเพื่อรองรับการใช้ก๊าซจากโรงแยกก๊าซอยู่ในขณะนี้ เปรียบเสมือนอนุสาวรีย์การ “โกหกคำโตของรัฐบาลที่มีนายกรัฐมนตรีชื่อทักษิณ ชินวัตร” ที่ออกมาประกาศทางสื่อสาธารณะว่าโครงการท่อส่งก๊าซและโรงแยกก๊าซธรรมชาติไทย-มาเลเซียจะมีเฉพาะท่อก๊าซและโรงแยกก๊าซเท่านั้นจะไม่มีในส่วนของอุตสาหกรรมต่อเนื่องดังที่พี่น้องจะนะเป็นห่วงและกังวล แม้ทักษิณจะพ้นจากตำแหน่งผู้บริหารประเทศแต่สิ่งชั่วร้ายจากการดำเนินงานของรัฐบาลทักษิณยังคงอยู่และรากเหง้าของการใช้อำนาจรัฐ อำนาจหน้าที่รังแกประชาชนยังคงฝังรากอยู่ในสังคมไทย