◊ วิทยุชุมชนเหนือยื่นหนังสือผ่านผู้ว่าฯ เชียงใหม่ ร้องนายกฯ หยุดคุมสื่อประชาชน พร้อมตั้ง กสช. ด่วน


เครือข่ายสื่อภาคประชาชน ภาคเหนือ ขึ้นศาลากลางจังหวัดเชียงใหม่ยื่นจดหมายเปิดผนึกถึงนายกรัฐมนตรีผ่านผู้ว่าฯ วอนรัฐบาลรักษาสิทธิเสรีภาพการสื่อสารของประชาชน พร้อมเปิดโอกาสให้มีตัวแทนภาคประชาชนเข้าร่วมร่างรัฐธรรมนูญใหม่ >>


ในวันนี้ (9 ต.ค.) ที่ศาลากลาง จ.เชียงใหม่ เครือข่ายสื่อภาคประชาชนภาคเหนือและเครือข่ายวิทยุชุมชน 17 จังหวัดภาคเหนือ นำโดยนายอินทอง ไชยลังกา ประธานเครือข่ายวิทยุชุมชนชาวล้านนา ได้เข้ายื่นจดหมายเปิดผนึกถึง พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรี ผ่านนายสุวัฒน์ ตันติพัฒน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ โดยเรียกร้องให้มีการให้ยังคงรักษาสิทธิและเสรีภาพในการสื่อสารของประชาชนไว้
 


ขอตัวแทนภาคประชาชนร่วมร่างรัฐธรรมนูญ ยกเลิกการควบคุมสื่อประชาชน
ในเรื่องการร่างรัฐธรรมนูญนั้น เครือข่ายฯ ขอให้มีตัวแทนของภาคประชาชนให้เข้าไปมีส่วนร่วมในการร่างเพื่อสานต่อเจตนารมณ์ในการปฏิรูปสื่อตามรัฐธรรมนูญปี 2540 พร้อมทั้งขอให้สนับสนุนสื่อภาคประชาชน เพื่อส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยยกเลิกการปิดและควบคุมช่องทางการสื่อสารของภาคประชาชน ทั้งวิทยุชุมชน โทรทัศน์ชุมชน และ เว็บไซต์ของภาคประชาชนเร่งให้มี กสช. กำกับสื่อ สนับสนุนวิทยุชุมชนที่ไม่แอบแฝงทางธุรกิจและการเมือง

นอกจากนี้เครือข่ายฯ ยังเรียกร้องให้มีการดำเนินการเพื่อให้เกิดคณะกรรมการกิจการวิทยุกระจายเสียง และวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ (กสช.) เพื่อทำหน้าที่จัดสรรคลื่นความถี่และกำกับกิจการวิทยุกระจายเสียงและวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติ โดยระหว่างที่ยังไม่มี กสช. ควรสนับสนุนวิทยุชุมชนที่ยึดหลักปรัชญาของวิทยุชุมชน โดยไม่มีวัตถุประสงค์แอบแฝงทางธุรกิจและการเมือง ตลอดจนการวางกรอบนโยบายเกี่ยววิทยุชุมชนควรจะต้องดำเนินการโดยคณะกรรมการพหุภาคี ที่มีตัวแทนจากภาครัฐและภาคประชาชน ตลอดจนนักวิชาการและนักวิชาชีพ ที่ได้รับการสรรหาและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย

นายอินทอง ไชยลังกา ประธานเครือข่ายวิทยุชุมชนชาวล้านนา กล่าวว่ามีความหวังว่าข้อเสนอแนะจากภาคประชาชนตามที่ระบุไว้ในจดหมายเปิดผนึกดังกล่าวจะได้รับการพิจารณาจากนายกรัฐมนตรี เพื่อนำไปใช้ในการดำเนินการสื่อภาคประชาชนอย่างจริงจัง เพื่อสร้างสังคมประชาธิปไตยที่สงบสุขให้เกิดขึ้นแก่ประชาชนต่อไป รวมทั้งดำรงไว้ซึ่งสิทธิและเสรีภาพในการสื่อสารของภาคประชาชน

เผยคำสั่งกองทัพภาค 3 เลิกระงับออกอากาศวิทยุชุมชน แต่มีข้อแม้ต้องปฏิบัติตาม

ก่อนหน้านี้ (2 ต.ค.) กองทัพภาคที่ 3 ได้มีวิทยุในราชการทหารไปยังผู้ว่าราชการจังหวัด 17 จังหวัดภาคเหนือให้ยกเลิกการระงับการออกอากาศชั่วคราวของวิทยุชุมชน ตั้งแต่วันจันทร์ที่ 2 ตุลาคม 2549 เป็นต้นไป ยกเว้นวิทยุชุมชนที่ออกอากาศเป็นภาษาพม่า วิทยุชุมชนที่ยังไม่ลดกำลังส่งลงมาตามเกณฑ์ คือกำลังส่งไม่เกิน 30 วัตต์ เสาอากาศสูงไม่เกิน 30 เมตร และรัศมีกระจายเสียงไม่เกิน 15 กิโลเมตร วิทยุชุมชนที่มีความถี่ซับซ้อน และความถี่ที่ไม่เป็นไปตามเกณฑ์การจัดสรรคลื่นความถี่ คือมีช่องห่างกับความถี่อื่นไม่ถึง 0.5 เมกกะเฮิรตซ์

นอกจากนั้นวิทยุสั่งการดังกล่าว ยังกำหนดให้วิทยุชุมชน 17 จังหวัดภาคเหนือถือปฏิบัติตามระเบียบและข้อตกลงเพิ่มเติมในการดำเนินการจำนวน 16 ประการคือ ถ่ายทอดสัญญาณเสียง คำสั่ง แถลงการณ์ของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทุกครั้งที่มีการประกาศ ให้เสนอข่าวตามข้อเท็จจริงในเชิงสร้างสรรค์ สร้างความรักความสามัคคีในชาติ ไม่วิพากษ์ วิจารณ์ อ่านข่าว หรือเสนอข่าวการเมืองที่ก่อให้เกิดความแตกแยกในทุกกรณี งดเปิดสายหน้าไมค์ งดการรับ – ส่ง SMS

ให้เผยแพร่พระราชดำรัส เปิดเพลงชาติ ถ่ายทอดข่าวกองทัพบกและข่าวกรมประชาสัมพันธ์

ให้วิทยุชุมชนปรับกำลังส่งออกอากาศ เสาอากาศ ให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนดเพื่อมิให้กระทบรบกวนคลื่นสัญญาณวิทยุ โทรทัศน์ ระบบสัญญาณอื่น ๆ ของทางราชการ ปรับปรุงผังรายการ โดยให้มีการเผยแพร่พระราชดำรัส พระบรมราชโองการ พระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชกรณียกิจของทุกพระองค์ เทียบเวลา 08.00 น. และ 18.00 น. พร้อมเปิดเพลงเคารพธงชาติ ปิดสถานี ให้เปิดเพลงสรรเสริญพระบารมี ถ่ายทอดข่าวกรมประชาสัมพันธ์ เวลา 07.00 น. และ 19.00 น. รับสัญญาณข่าวและรายการของกองทัพบก ที่ออกอากาศในช่วงเวลา 11.30 -13.00 น.และช่วงเวลาอื่นที่เหมาะสม จัดรายการเพื่อให้ชุมชนมีส่วนร่วมจริง ปลุกจิตสำนึกส่งเสริมด้านจริยธรรมคุณธรรม
ต้องไม่กระทบสถาบันชาติและคณะปฏิรูป หากไม่ปฏิบัติระงับออกอากาศ

ส่วนวิทยุชุมชนที่ดำเนินการโดยรับสัญญาณจากสถานีอื่น ให้ปิดจนกว่าจะทำการแก้ไข วิทยุชุมชนที่ยังไม่ได้ลงทะเบียนหรือส่งข้อมูลกับสำนักประชาสัมพันธ์เขต 3 ให้ดำเนินการโดยเร็ว ทั้งนี้ กองทัพภาค 3 ได้อนุโลมจัดส่งข้อมูลได้ที่สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดทุกจังหวัด ทั้งนี้ ต้องช่วยกันดูแลเฝ้ากันเอง อย่าให้มีการดำเนินการหรือปฏิบัติที่นอกลู่นอกทาง ไม่แสดงออกถึงการจงใจต่อการดูหมิ่นเหยียดหยาม และกระทบกระเทือนต่อสถาบันชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ไม่ดำเนินการที่ก่อให้เกิดการแตกแยก และขัดต่อความสงบเรียบร้อย ไม่กระทำการในลักษณะที่เป็นปรปักษ์กับคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และให้ส่งเสริมสนับสนุนการปกครองโดย ส่งเสริมคนดีมาเป็นผู้แทน และบริหารประเทศ ต่อต้านการซื้อ – ขายเสียง ออกอากาศด้วยภาษาไทย และภาษาท้องถิ่น เท่านั้น เว้นได้รับการอนุญาตจากผู้ว่าราชการแล้ว แต่ต้องมีการแปลเป็นภาษาไทยให้ผู้ฟังอีกทางด้วย

หากสถานีวิทยุใดไม่ปฏิบัติจะให้ระงับออกอากาศจนกว่าจะแก้ไขเป็นที่เรียบร้อย นักจัดรายการวิทยุชุมชน ควรต้องมีใบอนุญาตเป็นนักจัดรายการ หรือบัตรผู้ประกาศของกรมประชาสัมพันธ์ เว้นแต่ผู้ที่เป็นนักจัดท้องถิ่นชุมชนจริง ๆ