◊ ‘อดีต’ จะไล่ล่าเรา

ใต้เท้าขอรับ โดย ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข

วาระรำลึก 30 ปีของเหตุการณ์ ‘6 ตุลา 19’ ในปี 2549 นั้น เศร้าใจเป็นพิเศษ กงล้อประวัติศาสตร์นั้นเวียนมาเล่นตลก สิ่งที่แตกต่างกันระหว่างรัฐประหารเมื่อวันที่ 6 ตุลา 19 กับ 19 กันยายน 2549 ก็แต่เพียงไม่มีการล้มตายและการสังหารหมู่เพื่อใช้เป็นเงื่อนไขและเหตุผลในการรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง แต่การอ้างเหตุผลว่าเกิดความรุนแรงนั้นแทบไม่ต่างกัน >>


คงจำกันได้ว่าการปูกระแสเรื่องนี้มีขึ้นนับตั้งแต่การปะทะที่พารากอน ที่เซ็นทรัลเวิรลด์พลาซ่าแม้กระทั่งการชุมนุมใหญ่ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยที่เลื่อนจากวันที่ 22 กันยายน มาเป็นวันที่ 20 กันยายน 2549 ก็เป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้คณะทหารใช้เป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหาร โดยอ้างว่าเพื่อป้องกันความวุ่นวายและความรุนแรงจากการชุมนุม

อย่าลืมว่า การชุมนุมตลอดต่อเนื่องหลายเดือนของพันธมิตรฯ เกิด เป็น และจบอย่างสันติทุกครั้ง แต่ครั้งที่จะเกิดในวันที่ 20 กันยายนนั้น ได้รับการมองต่างออกไป เพราะความรุนแรงนั้นเกิดขึ้นแล้วจากเหตุการณ์ที่ พารากอน และเซ็นทรัลเวิรลด์

ยังไม่ต้องถามถึงเหตุผลของการจัดชุมนุม ทั้งที่คณะกรรมการการเลือกตั้งก็ได้รับการเลือกแล้วจากวุฒิสภา การเลือกตั้งก็กำลังจะเกิดในเวลาอันใกล้ อีกทั้ง พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ก็แสดงทีท่า (และคุณก็รู้ว่า) เว้นวรรคแล้วอย่างแน่นอน ไม่เช่นนั้นสื่อจะเอาไมค์ไปจ่อปากแกนนำนักการเมืองหลายคนเรื่องนายกฯคนใหม่ทำไม

คุณจำวันที่ 4-5 ตุลาคม 2519 เมื่อ 30 ปีที่แล้วได้ไหม หรือจำวันก่อนหน้านั้นว่าเขาสร้างกระแสกันอย่างไร

ทำไมทุกวันที่ 6 ตุลา ของทุกปี พล.ต.จำลอง ศรีเมือง แกจะไปร่วมทำบุญกับเพื่อนและญาติผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์ 6 ตุลา 19 ทั้งๆ ที่แกไม่มีญาติหรือเพื่อนที่เสียชีวิตในเหตุการณ์ แต่เชื่อกันว่า เหตุผลที่แกไปอย่างสม่ำเสมอ ก็เพื่อไถ่บาปที่ได้ทำไว้ ในฐานะมีส่วนในการสร้างกระแสปลุกระดมให้เกิดการเข่นฆ่าสังหารหมู่ เพื่อการรัฐประหาร

19 กันยายน 2549 และ 6 ตุลาคม 2519 นั้นเนื้อหาและประเด็น วิธีการแทบไม่ต่างกัน และจบลงที่การรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเหมือนกัน และนำระบอบประชาธิปไตยโดยตัวแทนที่มาจากการเลือกตั้ง กลับไปสู่ระบอบประชาธิปไตยโดยขุนนาง ทหาร ข้าราชการ และเทคโนแครท เหมือนยุค พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ แล้วดัดแปลงเล็กน้อยให้ทันสมัยขึ้น ด้วยการนำแกนนำภาคประชาชนมาเป็นหีบห่อ มิหนำซ้ำ ยังได้นำ ‘องคมนตรี’ มาเป็นนายกฯ

ในวาระ 30 ปี 6 ตุลา ผมอยากอธิษฐานอะไร พูดจริงๆ นะครับ นอกจากยังคงหวังและฝันที่จะเห็น ‘ความจริง’ 6 ตุลา ได้ปรากฏแล้ว ผมอยากเห็นความไม่ยอมแพ้ของมนุษย์ ‘สายพันธุ์ 6 ตุลา’

สุดท้าย ผมอยากให้เพื่อนทั้งนักเคลื่อนไหว นักวิชาการ และพี่ที่รักหลายๆ คน (ที่ยังคงรักอยู่) ซึ่งอยู่ในพันธมิตรฯ หรือสนับสนุนกระบวนการต่างๆ ก่อนหน้านั้น หลับไปยาวๆ สักหลายปี แล้วตื่นขึ้นมาเห็นตัวเอง ไปร่วมงานรำลึกอาลัยให้กับการรัฐประหาร 19 กันยายนในทุกๆ ปี

เพราะมันเศร้ามากนะครับที่คนรุ่นสามสิบกว่าๆ อย่างผม ไม่มีป่าให้หนีเข้าไปอยู่ ไม่กล้าที่จะหยิบปืนขึ้นมาสู้เหมือนอย่างคนรุ่นก่อน