◊ ศาลปกครอง – ศาลฎีกา เลือกตุลาการรธน. แล้ว


6 ต.ค. 2549 ตามที่ มาตรา 35 วรรคหนึ่ง ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2549 บัญญัติให้ มีคณะตุลาการรัฐธรรมนูญประกอบด้วย ประธานศาลฎีกา เป็นประธาน ประธานศาลปกครองสูงสุด เป็นรองประธาน ผู้พิพากษาในศาลฎีกา ซึ่งดำรงตำแหน่งไม่ต่ำกว่าผู้พิพากษาศาลฎีกาซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ของศาลฎีกาโดยวิธีลงคะแนนลับจำนวนห้าคนเป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ และตุลาการในศาลปกครองสูงสุดซึ่งได้รับเลือกโดยที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด โดยวิธีลงคะแนนลับจำนวนสองคน เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ นั้น >>


ในส่วนของศาลปกครองสูงสุด วันนี้ (6 ต.ค.) เวลา 14.30 น. ที่ประชุมใหญ่ศาลปกครองสูงสุด พิจารณาคัดเลือกตุลาการในศาลปกครองสูงสุดที่มีความรู้ ความสามารถ และเชี่ยวชาญเกี่ยวกับกฎหมายรัฐธรรมนูญ เพื่อไปทำหน้าที่เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญจำนวนสองคน ที่ประชุมพิจารณาแล้วมีมติเลือกนายจรัญ หัตถกรรม ตุลาการหัวหน้าคณะศาลปกครองสูงสุด และ นายวิชัย ชื่นชมพูนุท ตุลาการศาลปกครองสูงสุด เป็นตุลาการรัฐธรรมนูญ ซึ่งสำนักงานศาลปกครองจะได้มีหนังสือแจ้งให้สำนักงานศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาดำเนินการต่อไป

อนึ่ง นายจรัญ หัตถกรรม นั้นเคยเป็นเจ้าของสำนวนคดี กฟผ. จนนำไปสู่คำสั่งของศาลปกครอง ให้ยกเลิกการแปรรูป กฟผ.เป็นรัฐวิสาหกิจ

ด้านนายวิชัย ชื่นชมพูนุท เป็นเจ้าของสำนวนที่มีคำสั่งให้ศาลรับฟ้องคดีที่นายศาสตรา โตอ่อน อาจารย์นิติศาสตร์มหาวิทยาลัยรังสิต ยื่นฟ้อง กระทรวงไอซีที กระทรงคมนาคม และปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี ในความผิดเรื่องสัญญาสัมปทาน ที่ละเลยต่อหน้าที่ในการตรวจสอบ การถ่ายและโอนหุ้นของบริษัท ชินคอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ให้กับกองทุนเทมาเส็กประเทศสิงคโปร์ ซึ่งคดีดังกล่าว ผู้ฟ้องขอให้มีการเพิกถอนสัญญาสัมปทาน ที่รัฐทำกับบมจ.ชินคอร์ปอเรชั่น ในการให้สัมปทานดำเนินกิจการธุรกิจสื่อสาร

ศาลฎีกาลงมติเลือก 5 ผู้พิพากษา ดำรงตำแหน่งตุลาการรัฐธรรมนูญ

ส่วนในการประชุมใหญ่ศาลฎีกาเพื่อเลือกผู้พิพากษาในศาลฎีกา จำนวน 5 คน ดำรงตำแหน่งตุลาการรัฐธรรมนูญ ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยฯ ฉบับชั่วคราวมาตรา 35 ผลปรากฎว่าผู้ที่ได้รับเลือก 5 คนโดยผู้ที่ได้รับคะแนนอันดับหนึ่งคือ นายสมชาย พงษธา อายุ 59ปี ประธานแผนกคดีล้มละลาย

อันดับ 2 ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ อายุ 59ปี รองประธานศาลฎีกา คนที่ 1 อันดับ 3 นายธานิศ เกศวพิทักษ์ อายุ 58 ปี ผู้พิพากษาศาลฎีกา อันดับ4 นายกิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ อายุ 56 ผู้พิพากษาหัวคณะในศาลฎีกา และ 5 นายนุรักษ์ มาประณีต อายุ 57 ปี ผู้พิพากษาศาลฎีกา

สำหรับประวัติของตุลาการรัฐธรรมนูญนั้น ม.ล.ไกรฤกษ์ เกษมสันต์ รองประธานศาลฎีกา อายุ 59 ปี ประวัติการทำงาน อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดแม่สะเรียง ศาลจังหวัดลำปาง อธิบดีกรมคุมประพฤติ รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประธานศาลอุทธรณ์ภาค 6 ผู้พิพากษาศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา คณะกรรมการตุลาการศาลยุติธรรม (ก.ต.)

นายสมชาย พงษธา ประธานแผนกคดีล้มละลายในศาลฎีกา อายุ 59 ปี ประวัติการทำงาน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดชลบุรี ศาลจังหวัดทุ่งสง ศาลจังหวัดสมุทรปราการ รองอธิบดีกรมบังคับคดี รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่ง ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 1 ผู้พิพากษาศาลฎีกา ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา

นายกิติศักดิ์ กิติคุณไพโรจน์ ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลฎีกา อายุ 58 ปี ประวัติการทำงาน ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดสงขลา ศาลแขวงสงขลา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา ผู้พิพากษาศาลอุทธรณ์ ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ รองประธานศาลอุทธรณ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา

นายธานิศ เกศวพิทักษ์ ผู้พิพากษาศาลฎีกา อายุ 56 ปี ประวัติการทำงาน อาจารย์คณะนิติศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อัยการผู้ช่วย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดมุกดาหาร ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลภาษีอากรกลาง ผู้ช่วยผู้พิพากษาศาลฎีกา เลขานุการศาลฎีกา รองอธิบดีผู้พิพากษาศาลแพ่งธนบุรี ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์

นายนุรักษ์ มาประณีต ผู้พิพากษาศาลฎีกา อายุ 57 ปี ประวัติการทำงาน อัยการผู้ช่วย ผู้พิพากษาหัวหน้าศาลจังหวัดไชยา ศาลจังหวัดภูเก็ต รองอธิบดีผู้พิพากษาภาค 6 ผู้พิพากษาหัวหน้าคณะในศาลอุทธรณ์ภาค 8 ประธานแผนกคดีเยาวชนและครอบครัวในศาลอุทธรณ์ภาค 7