◊ ‘บ่อนอก’ แถลงรับรางวัล ‘คมตุลา’: “มีอุดมการณ์ไม่ยาก รักษาไว้ยากกว่า”

“…บางที ในตอนนี้ วีรชน 6 ตุลาเหล่านั้นและเจริญ วัดอักษร ก็อาจจะกำลังแลกเปลี่ยนกันถึงความจริงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 และ 21 มิถุนายน 2547 ไปพร้อมๆ กับที่พวกเราก็ยังคงต้องสืบสานภารกิจต่อไป ในท่ามกลางประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ได้ชำระ และประวัติศาสตร์ที่กำลังซ้ำรอยอยู่ทุกวันนี้” >>

 

แถลงการณ์กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก-กุยบุรี
ในวาระครบรอบ 30 ปีเหตุการณ์ 6 ตุลา


ในโอกาสที่พวกเรากลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก-กุยบุรี ได้มารับรางวัล ‘คมตุลา’ ซึ่งทางคณะกรรมการกองทุนญาติ วีรชน 6 ตุลา มอบให้กับ ‘เจริญ วัดอักษร’ อดีตประธานกลุ่มของเรา ที่ถูกยิงเสียชีวิตเมื่อวันที่ 21 มิถุนายน 2547 นั้น

เราขอขอบคุณที่ท่านเห็นความสำคัญของการให้คุณค่าของคน โดยดูจากการกระทำตามสิ่งที่เขาเชื่อถือเป็นอุดมการณ์ ไม่ใช่จากสถานะทางสังคมหรือความสำเร็จในลาภยศเงินทอง ขณะเดียวกัน พวกเราก็เคยได้รับรู้ และเห็นคุณค่าของการต่อสู้เพื่ออุดมการณ์ ของญาติพี่น้อง และเพื่อนพ้องของพวกท่าน ที่เสียชีวิตจากการถูกล้อมปราบอย่างโหดเหี้ยมเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 เช่นกัน

นอกเหนือจากการรำลึกถึงวีรชนเหล่านั้น สิ่งที่สำคัญก็คือ ภารกิจของพวกเรา ว่าจะอยู่กันต่อไปอย่างไรหลังความตายของพวกเขา จากเพลงบทหนึ่งของพวกท่านที่บอกว่า ‘จักแก้แค้นแทนสหายคนกล้า จักต่อสู้เพื่อประชาไปตลอดกาล’ เราเข้าใจเอาเองว่าท่านมองเห็นภารกิจที่สำคัญอย่างน้อยสองอย่าง คือ 1. การแก้แค้น ซึ่งเราเข้าใจว่าเป็นสิ่งเดียวกับที่พวกท่านเรียกในวันนี้ว่า ‘การชำระประวัติศาสตร์’ และ 2. คือการสืบสานอุดมการณ์การต่อสู้เพื่อประชาชน ซึ่งก็ไม่ต่างจากที่เราเองก็ยังคงต่อสู้อยู่ทุกวันนี้ เพื่อยืนยันว่า ‘การตายของเจริญจะต้องไม่สูญเปล่า’

แต่กาลเวลาไม่เคยปรานีใคร กาลเวลาทำให้ความทรงจำของผู้คนพร่าเลือนเสมอ

สามสิบปีผ่านไป เราเห็นหลายคนที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘คนเดือนตุลา’ ลืมเลือนต่อภารกิจที่วีรชนเหล่านั้นได้สละชีวิตไป คนตุลาส่วนหนึ่ง ไม่เพียงละเลยต่อการชำระสะสางประวัติศาสตร์ แต่ยังทรยศต่ออุดมการณ์การต่อสู้เพื่อประชาชนอีกด้วย เราเห็นหลายคนไปทำงานรับใช้นักการเมืองฉ้อฉลในรัฐบาลทักษิณ หลายคนไปทำงานรับใช้นายทุนเลวๆ เพื่อแลกกับเศษเงินค่าจ้างในการมาทำร้ายชาวบ้านและทำลายชุมชน พวกเราเจอมาแล้วด้วยตัวเองกับบรรดา ‘อดีตสหาย’ ที่ทิ้งอุดมการณ์ไปกินเงินเดือนบริษัท ที่จะมายัดเยียดโรงไฟฟ้าเข้ามาในชุมชนของเรา มาละเมิดสิทธิและข่มขู่คุกคามพวกเราทั้งที่บ่อนอกและบ้านกรูด และหลังจากที่พวกเราสั่งสอนบทเรียนจนคนเหล่านั้นเก็บกระเป๋ากลับบ้านไปแล้ว แต่ทุกวันนี้ก็ยังมีอดีตสหายขายอุดมการณ์อีกหลายคน ที่ยังคงไปรับจ้างนายทุนเอกชน มาทำลายขบวนชาวบ้านที่คัดค้านโรงไฟฟ้าแก่งคอยที่จ.สระบุรี หรือชาวบ้านที่คัดค้านเหมืองแร่โปแตชที่จ.อุดรธานี เป็นต้น คนพวกนี้ใช้ความช่ำชองจากการทำงานเพื่อมวลชน มาเป็นอาวุธในการทำร้ายขบวนการประชาชน

แล้วจะให้เราจดจำและเข้าใจประวัติศาสตร์และอุดมการณ์เดือนตุลาอย่างไรดี ?

อย่างไรก็ตาม เราได้พบเห็นคนตุลาอีกพวกหนึ่ง ที่กาลเวลาไม่อาจฆ่าความทรงจำของพวกเขา พวกเขาส่วนหนึ่งจึงยังพยายามอย่างไม่ย่อท้อที่จะชำระประวัติศาสตร์ และอีกส่วนหนึ่งก็ยังคงทำงานเคียงข้างชาวบ้าน แต่คนเหล่านี้ก็ดูเหมือนจะมีน้อยลงเรื่อยๆ

เราได้แต่ชื่นชมกับคนตุลาที่ยืนหยัด และสังเวชใจกับคนตุลาที่กลายพันธุ์

เจริญ วัดอักษร เพิ่งจากเราไปได้ 2 ปี ยังเป็นเวลาที่น้อยนักเมื่อเทียบกับการจากไปของวีรชน 6 ตุลา แต่บทเรียนที่เห็นจากพวกคนตุลากลายพันธุ์ ทำให้เรารู้ว่า เราต้องพยายามรักษาความทรงจำและอุดมการณ์ของขบวนพวกเราไว้ให้ได้ เพราะ การมีอุดมการณ์ไม่ใช่เรื่องยาก แต่การรักษาอุดมการณ์ไว้ต่างหาก ที่เป็นเรื่องยากยิ่งกว่า

ในวันนี้พวกเรารู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่ง ที่ได้มาร่วมแสดงการคารวะต่อวีรชนที่จากไป บางที ในตอนนี้ วีรชน 6 ตุลาเหล่านั้นและเจริญ วัดอักษร ก็อาจจะกำลังแลกเปลี่ยนกันถึงความจริงที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2519 และ 21 มิถุนายน 2547 ไปพร้อมๆ กับที่ พวกเราก็ยังคงต้องสืบสานภารกิจต่อไป ในท่ามกลางประวัติศาสตร์ที่ยังไม่ได้ชำระ และประวัติศาสตร์ที่กำลังซ้ำรอยอยู่ทุกวันนี้

6 ตุลาคม 2549
กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก-กุยบุรี