◊ แถลงการณ์กร้าวจากบ่อนอก-บ้านกรูด : ไม่เคยหวังกับอำนาจรัฐไม่ว่าหน้าไหน!


“แถลงการณ์นี้ไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องการแจ้งให้ทราบผ่านสาธารณะว่า ใครก็ตามที่จะมากุมอำนาจกำหนดนโยบายใดๆ ที่จะมากระทบกับสิทธิชุมชนของเราอีก ไม่ว่าจะเป็นนายปิยะสวัสดิ์หรือเป็นใคร…ประชาชนที่นี่พร้อมจะแสดงพลังให้เห็นเสมอว่า เราไม่ใช่กบเลือกนาย แต่เราต่างหากที่เป็นนายตัวจริง !” >>


ประชาไท – 4 ต.ค.2549 กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก-กุยบุรี และกลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูด ซึ่งเป็นกลุ่มชาวบ้านที่ต่อต้านโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินเมื่อหลายปีก่อนจนแกนนำคนสำคัญ ‘เจริญ วัดอักษร’ ถูกยิงเสียชีวิตไปแล้ว ร่วมกันเคลื่อนไหวทางการเมืองอีกครั้งด้วยการออกแถลงการณ์ประกาศตัวเป็น ‘นาย’ ตัวจริง ไม่หวังพึ่งอำนาจรัฐ ไม่ว่าชนชั้นนำกลุ่มไหนจะมาปกครอง พร้อมสู้เสมอหากการพัฒนาแนว ‘อยุติธรรม’ ลุกพื้นที่
 


เนื้อหาของแถลงการณ์มีดังนี้

แถลงการณ์
“ไม่ใช่กบเลือกนาย…
…เพราะอัปรีย์จะไป จัญไรจะมา ประชาชนก็ต้องออกแรงเหมือนเดิม”

แม้ว่าคนหลายกลุ่มในสังคมไทยจะคาดหวังว่า การรัฐประหารที่เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา จะนำไปสู่การปฏิรูปการปกครองที่เปิดโอกาสให้คนดีมาบริหารประเทศเพื่อรักษาผลประโยชน์ของชาติ สะสางปัญหาคอร์รัปชั่น สร้างสังคมใหม่ที่มีจริยธรรมเป็นธงนำนั้น

แต่จากประสบการณ์ของพวกเราชาวบ้าน ที่ต้องออกแรงคัดค้านมาเกือบทศวรรษ กว่าที่จะขับไล่โครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินออกไปจากชุมชนของเราได้จนสำเร็จนั้น เราได้เรียนรู้ว่า พวกเราไม่สามารถที่จะคาดหวังให้ชนชั้นนำที่ปกครองประเทศ ทั้งที่เป็นฝ่ายการเมืองหรือกลไกราชการใดๆ มาแก้ปัญหาให้พวกเราได้ และได้เรียนรู้ว่าปัญหาของตัวบุคคลกับปัญหาของระบบ เป็นเรื่องที่ไม่อาจแยกขาดออกจากกัน ดังจะเห็นได้จากการที่ ถึงแม้ฝ่ายรัฐบาลจะยอมยกเลิกโครงการโรงไฟฟ้าถ่านหินบ่อนอก-หินกรูด และถึงแม้จะเปลี่ยนตัวผู้กุมนโยบายด้านพลังงานคนสำคัญในขณะนั้นคือนายปิยะสวัสดิ์ อัมระนันท์ออกไปจากตำแหน่ง แต่ความคิดเรื่องการผลักดันโรงไฟฟ้าสกปรกอย่างถ่านหินก็ยังคงถูกใส่ไว้ในนโยบายและแผนด้านพลังงานตลอดมา และจนถึงบัดนี้ก็ยังไม่เคยมีการสะสางปัญหาค่าโง่ที่เกิดจากการทำสัญญารับซื้อไฟฟ้าที่เสียเปรียบของโครงการโรงไฟฟ้าทั้งสองโรงด้วย

ล่าสุดในขณะนี้ที่มีกระแสข่าวว่านายปิยะสวัสดิ์ อัมระนันท์อาจจะได้รับการคัดเลือกจากรัฐบาลชั่วคราวที่มาจากการรัฐประหารให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานนั้น ก็ยิ่งเป็นเครื่องตอกย้ำถึงวงจรอุบาทว์ในระบอบการปกครองของไทยที่หนีไม่พ้นการแย่งชิงกันเองระหว่างกลุ่มอำนาจต่างๆ ที่ผลัดเปลี่ยนกันขึ้นมากอบโกยเพื่อตนเองและพวกพ้องโดยอ้างผลประโยชน์ของชาติทั้งสิ้น

แต่พวกเราก็ติดนิสัยพึ่งตนเองและเชื่อมั่นในพลังประชาชนมานาน เกินกว่าจะมีข้อเรียกร้องใดๆ ต่อผู้กุมอำนาจในปัจจุบันนี้ที่จะให้เลือกหรือไม่เลือกใครมาเป็นรัฐมนตรีกระทรวงใด เพราะเราได้เห็นแล้วถึงกฎแห่งอนิจจังว่า ขนาดในสมัยรัฐบาลทุนก๊าซอย่างรัฐบาลทักษิณ ที่มีนายวิเศษ จูภิบาลมานั่งกระทรวงพลังงานก็ยังผลักดันจะสร้างโรงไฟฟ้าถ่านหินอีก 4,000 เมกะวัตต์ที่ทับสะแก หลังจากรัฐบาลผลักดันโครงการท่อก๊าซไทย-มาเลเซียที่จะนะจนชาวบ้านที่นั่นหัวร้างข้างแตก ถูกใส่ร้ายและจับกุมคุมขังไปไม่รู้กี่คน

เราจึงไม่เชื่อในการฝากความหวังว่าจะมีเทวดาองค์ใดมาดลบันดาลให้เราได้มีนโยบายด้านพลังงานที่เน้นการใช้พลังงานยั่งยืนและมีประสิทธิภาพ เน้นการจัดการด้านความต้องการใช้ไฟฟ้า เข้าใจถึงผลกระทบของการใช้พลังงานที่มีต่อสิ่งแวดล้อมและวิถีชุมชน และที่สำคัญคือมียางอายต่อการนำเสนอข้อมูลต่อสาธารณะ บนพื้นฐานของการเคารพสิทธิของประชาชน ซึ่งเป็นเรื่องเดียวกันกับผลประโยชน์ของชาติ

เช่นเดียวกันกับที่เราไม่อาจฝากความหวังไว้กับใครว่าจะมาบันดาลให้สังคมไทยมีวัฒนธรรมประชาธิปไตย และการเคารพในอำนาจและการตัดสินใจของประชาชน ซึ่งไม่ใช่เฉพาะเรื่องนโยบายพลังงานเท่านั้น แต่รวมถึงสิทธิในการกำหนดแนวทางการพัฒนาและสิทธิในทางการเมืองด้วย ตราบใดที่สังคมไทยยังอยู่ภายใต้วงจรอุบาทว์ของกลุ่มอำนาจและกลุ่มทุนต่างๆ ที่แย่งชิงกันข้ามหัวประชาชนไปมาทุกยุคทุกสมัย เพราะการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริง ไม่ว่าจะมากหรือน้อยเพียงใด จะเกิดขึ้นได้เมื่อประชาชนออกแรงเองเท่านั้น
แถลงการณ์นี้จึงไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ ทั้งสิ้น เพียงแต่ต้องการแจ้งให้ทราบผ่านสาธารณะว่า ใครก็ตามที่จะมากุมอำนาจกำหนดนโยบายใดๆ ที่จะมากระทบกับสิทธิชุมชนของเราอีก ไม่ว่าจะเป็นนายปิยะสวัสดิ์หรือเป็นใคร และไม่ว่าคราวนี้จะเป็นการใช้อำนาจรับใช้ทุนกลุ่มใด ประชาชนที่นี่พร้อมจะแสดงพลังให้เห็นเสมอว่า เราไม่ใช่กบเลือกนาย แต่เราต่างหากที่เป็นนายตัวจริง !

4 ตุลาคม 2549
กลุ่มรักท้องถิ่นบ่อนอก-กุยบุรี
กลุ่มอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมบ้านกรูด