◊ ฆ่าเวลายุคปวงประชารูดซิปปาก อ่านสัมภาษณ์ปากไร้ซิปของ ‘อูโก ชาเวซ’

เกรก พาลาสต์ แห่งนิตยสาร The Progressive
สัมภาษณ์ อูโก ชาเวซ ประธานาธิบดี เวเนซุเอลา
ภัควดี วีระภาสพงศ์ แปล

“เรากำลังส่งเสริมโครงการด้านยุทธศาสตร์ในชื่อว่า ‘แผนหว่านเมล็ดพันธุ์น้ำมัน’ (Oil Sowing Plan) นั่นคือ ใช้ความมั่งคั่งจากน้ำมันพลิกเวเนซุเอลาให้กลายเป็นประเทศเกษตรกรรม” คำให้สัมภาษณ์ของ อูโก ชาเวซ ประธานาธิบดี เวเนซุเอลา จากนิตยสาร The Progressive…ภัควดี วีระภาสพงศ์ แปล >>

คุณคงคิดว่าจอร์จ บุชน่าจะคุกเข่าและจูบก้นของอูโก ชาเวซสักจ๊วบหนึ่ง เพราะไม่เพียงชาเวซส่งน้ำมันราคาถูกให้เขตบรองซ์และชุมชนยากจนอื่นๆ ในสหรัฐอเมริกา ไม่เพียงเขาเสนอให้ความช่วยเหลือแก่เหยื่อพายุแคทรีนา เท่านั้นยังไม่พอ ในการสัมภาษณ์ที่ผม (เกรก พาลาสต์) ได้สนทนากับประธานาธิบดีเวเนซุเอลาเมื่อวันที่ 28 มีนาคม ชาเวซยังยื่นข้อเสนอที่น่าตกใจให้บุชอีกว่า เขาจะลดราคาน้ำมันลงเหลือ 50 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล “ราคานี้ไม่สูงเกินไป กำลังดี” เขาบอก ราคานี้ถูกกว่าราคาน้ำมัน 75 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในตลาดส่งมอบเมื่อเร็วๆ นี้ถึง 1 ใน 3 นั่นหมายถึงมันจะดึงราคาหน้าปั๊มน้ำมันลดลงเกือบหนึ่งเหรียญ คือจาก 3 ดอลลาร์ เหลือ 2 ดอลลาร์ต่อแกลลอน แต่ประธานาธิบดีบุชกลับตอกหน้าชาเวซ บอกให้เขาเอาน้ำมันราคาถูกกลับไปใส่ท่อไว้ตามเดิม ก่อนที่ผมจะอธิบายว่าทำไมบุชถึงทำอย่างนั้น ผมจะอธิบายก่อนว่าทำไมชาเวซจึงมีอำนาจทำอะไรแบบนั้นได้ –รวมถึงวิธีการที่ดูเหมือนบ้าๆ ในข้อตกลงประเภท “เอาน้ำมันของผมไปหน่อยเถอะ ขอร้องล่ะ!”ชาเวซบอกผมว่า เวเนซุเอลามีน้ำมันมากกว่าซาอุดีอาระเบีย ขี้โม้หรือเปล่า? เปล่าเลย อันที่จริง คำกล่าวอ้างที่ฟังดูน่าประหลาดใจนี้มาจากแหล่งข้อมูลที่น่าประหลาดใจที่สุด นั่นคือ กระทรวงพลังงานของสหรัฐอเมริกา ในรายงานที่เป็นเอกสารภายในกระทรวงฉบับหนึ่ง กระทรวงพลังงานสหรัฐฯ ประเมินว่า เวเนซุเอลามีแหล่งน้ำมันสำรองมากกว่าซาอุดีอาระเบียถึง 5 เท่า อย่างไรก็ตาม น้ำมันดิบจำนวนมหาศาลของเวเนซุเอลาส่วนใหญ่อยู่ในรูปของ ‘น้ำมันดิบชนิดหนักมาก’ (extra-heavy crude oil) หรือ liquid asphalt ซึ่งมีต้นทุนแพงบรรลัยในการสกัดและนำมากลั่น น้ำมันต้องมีราคาขายสูงกว่า 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล จึงจะทำให้การลงทุนกับน้ำมันดิบชนิดหนักมากนี้มีความคุ้มทุน หากจู่ๆ ราคาน้ำมันเกิดตกลงอย่างพรวดพราด กิจการที่ลงทุนกับน้ำมันชนิดนี้จะล้มละลายทันที และจะว่าไปแล้ว เพียงแค่ 6 ปีก่อน น้ำมันก็ยังมีราคาแค่ 18 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลเท่านั้น แต่ความเป็นไปได้ที่จะลงทุนเกิดขึ้นแล้วในปัจจุบัน นี่คือที่มาของข้อเสนอจากชาเวซ : ลดราคาน้ำมันเหลือ 50 ดอลลาร์…แค่รักษาราคานี้ไว้ นั่นหมายถึงหลักประกันการลงทุนในน้ำมันดิบชนิดหนักมากของเวเนซุเอลา

แต่การที่เวเนซุเอลาจะก้าวขึ้นมามีบทบาทภายในโอเปก ย่อมหมายถึงอิทธิพลอำนาจที่ลดถอยลงของราชวงศ์ซาอุด และครอบครัวตระกูลบุชคงไม่ชอบใจแม้แต่น้อย มันเป็นเรื่องของ ‘ปิโตรดอลลาร์’ (1) เมื่อจอร์จ ดับเบิลยู บุช พาเจ้าฟ้าชาย (ในตอนนั้น ปัจจุบันคือกษัตริย์) อับดุลเลาะห์แห่งซาอุดีอาระเบีย นั่งรถกอล์ฟไปทั่วสนามกอล์ฟครอว์ฟอร์ด ไม่ใช่เพราะอเมริกาต้องการน้ำมันของอาหรับใจจะขาด ถึงอย่างไรซาอุดีอาระเบียก็ขายน้ำมันให้เราอยู่แล้ว สิ่งที่บุชต้องการคือปิโตรดอลลาร์จากซาอุฯ ต่างหาก ตลอดสามทศวรรษที่ผ่านมา ซาอุดีอาระเบียดูดเงินสดจากกระเป๋าสตางค์ของเจ้าของรถเอสยูวีชาวอเมริกัน แล้วช่วยรีไซเคิลเงินนี้ด้วยการส่งมันกลับไปนิวยอร์กเพื่อซื้อพันธบัตรและสินทรัพย์อื่นๆ ของสหรัฐฯ อีกทีหนึ่ง

บรรดาผู้มีอำนาจในอ่าวเปอร์เซียเข้าใจดีว่า การให้กระทรวงการคลังสหรัฐฯ ยืมเงินสดไป เป็นการสนับสนุนทางการเงินให้จอร์จ บุช สามารถสร้างหนี้ให้สหรัฐอเมริกาเพิ่มขึ้นมาอีก 2 ล้านล้านดอลลาร์ สิ่งตอบแทนที่พวกเขาได้กลับมาก็คือความคุ้มครอง พูดง่ายๆ คือ พวกเขาให้เรายืมเงินปิโตรดอลลาร์ เราให้เขายืมกองพลบินที่ 82 (2)สิ่งที่ชาเวซทำจะเป็นการยุติวงจรทั้งหมดนี้ เขาจะขายน้ำมันให้เราในราคาค่อนข้างถูก….แต่ตั้งใจจะเก็บเงินปิโตรดอลลาร์ไว้ในละตินอเมริกา เมื่อเร็วๆ นี้ ชาเวซถอนเงินจากธนาคารกลางสหรัฐฯ มา 2 หมื่นล้านดอลลาร์ และในขณะเดียวกัน ก็ให้ยืมหรือสัญญาว่าจะให้ยืมเงินก้อนเดียวกันนี้แก่อาร์เจนตินา, เอกวาดอร์ และประเทศอื่นๆ ในละตินอเมริกาวอลล์สตรีทเจอร์นัล ตั้งข้อสังเกตว่า ชาเวซกำลังทำตัวเป็น ‘ไอเอ็มเอฟเขตศูนย์สูตร’ และความจริงก็เป็นเช่นนั้น ดังที่ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาบอกผมว่า เขาต้องการล้มล้าง ‘กองทุนการเงินระหว่างประเทศ’ ที่มีฐานที่ตั้งในวอชิงตัน ซึ่งเท่ากับทำลายกลไกในการชี้นิ้วสั่งให้เปิดตลาดเสรีอย่างป่าเถื่อนไปพร้อมกันด้วย ชาเวซต้องการแทนที่ IMF ด้วย ‘กองทุนมนุษยธรรมระหว่างประเทศ’ (International Humanitarian Fund) หรือ IHF หรือพูดให้ตรงเผงยิ่งกว่านั้นก็คือ กองทุนอูโกระหว่างประเทศ (International Hugo Fund) นั่นเอง นอกจากนั้น ชาเวซยังต้องการให้โอเปกรับรองเวเนซุเอลาอย่างเป็นทางการว่า เวเนซุเอลาเป็นผู้นำในด้านแหล่งน้ำมันสำรองของกลุ่มองค์กรนี้ แน่นอน ทั้งซาอุดีอาระเบียและบุชย่อมไม่ยอมเรื่องนี้ง่ายๆในทางการเมือง เวเนซุเอลากำลังแตกออกเป็นสองเสี่ยง ‘การปฏิวัติโบลิวาร์’ ของชาเวซแทบจะถอดแบบมาจากโครงการนิวดีลของแฟรงกลิน รูสเวลท์ อาทิเช่น ภาษีรายได้แบบก้าวหน้า, งานด้านสาธารณูปโภค, ความมั่นคงทางสังคม, ไฟฟ้าราคาถูก เป็นต้น ทั้งหมดนี้ทำให้เขาเป็นที่นิยมคลั่งไคล้ในหมู่คนจน แถมชาวเวเนซุเอลาส่วนใหญ่เป็นคนยากจนเสียด้วย ส่วนฝ่ายที่ต่อต้านชาเวซ ส่วนใหญ่เป็นชนชั้นสูงผิวขาวที่สืบทอดอำนาจมาถึง 4 ศตวรรษ ไม่คุ้นเคยกับการแบ่งปันความร่ำรวยจากน้ำมันให้ใคร คนพวกนี้จึงวาดภาพเขาเป็นอันตคริสต์ (3) ที่กอดคอมากับคาสโตรรัฐบาลของชาเวซเคยปัดคำวิจารณ์พวกนี้ทิ้งไปอย่างไม่ไยดี แต่ระยะหลังกลับหันมาจัดการกับฝ่ายค้านอย่างก้าวร้าว ผมตั้งคำถามแหย่ชาเวซหลายครั้งเกี่ยวกับการตั้งข้อหากับองค์กรเอกชน Súmate ซึ่งเป็นองค์กรหลักของฝ่ายค้าน ผู้ก่อตั้งองค์กรเอกชนแห่งนี้สองคน ซึ่งเป็นผู้นำในการรณรงค์ถอดถอนชาเวซ อาจต้องโทษจำคุกถึงแปดปีในข้อหารับเงินจากรัฐบาลบุชและสถาบัน [พรรค] รีพับลิกันระหว่างประเทศ ไม่มีประเทศไหนอนุญาตให้รับเงินต่างชาติมาใช้ดำเนินการทางการเมืองก็จริง แต่การตั้งข้อหานี้ (ตอนนี้ยังไม่มีใครเข้าคุก) เปรียบเหมือนการใช้ค้อนอันเบ้อเริ่มทำโทษการกระทำผิดเล็กๆ น้อยๆ ของพวกแมลงหวี่แมลงวันที่น่าสมเพชปฏิกิริยาที่บุชแสดงออกต่อชาเวซ มีทั้งความเกลียดชังระคนยั่วยุท้าทาย วอชิงตันสนับสนุนการพยายามทำรัฐประหารโค่นล้มชาเวซในปี ค.ศ. 2002 คอนโดลีซา ไรซ์ และ โดนัลด์ รัมสเฟลด์ ออกมากล่าวประณามชาเวซหลายครั้ง ในเอกสารชื่อ ยุทธศาสตร์ความมั่งคงแห่งชาติของสหรัฐอเมริกา ที่เผยแพร่ออกมาในเดือนมีนาคม ระบุว่า “ในเวเนซุเอลา นักปลุกปั่นที่ลอยหน้าลอยตาด้วยเงินจากน้ำมัน กำลังบ่อนทำลายประชาธิปไตยและพยายามสั่นคลอนเสถียรภาพในภูมิภาค”ดังนั้น เมื่อนักเทศน์ แพท โรเบิร์ทสัน พันธมิตรของบุช กล่าวกับสาวกผู้ศรัทธาในเดือนสิงหาคม ค.ศ.2005 ว่า ต้องกำจัดชาเวซให้ได้ จึงไม่ใช่เรื่องเลื่อนลอยที่จะสันนิษฐานว่า โรเบิร์ทสันกำลังพูดแทนความในใจของรัฐบาลบุช “ถ้าชาเวซคิดว่าเรากำลังพยายามลอบสังหารเขา” โรเบิร์ทสันกล่าวเอาไว้ “พ่อคิดว่าเราควรจะทำจริงๆ เสียเลย วิธีนี้ถูกกว่าทำสงครามตั้งเยอะ….และพ่อไม่คิดว่าเรือขนส่งน้ำมันจะหยุดเดินด้วย”มีเพียงสองวิธีเท่านั้นในการสกัดชาเวซไม่ให้ก้าวขึ้นเป็นอับดุลเลาะห์คนใหม่แห่งทวีปอเมริกา วิธีแรกเป็นทางเลือกที่ไม่ค่อยจูงใจเท่าไร นั่นคือ กดราคาน้ำมันให้เหลือต่ำกว่า 30 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล วิธีนี้จะทำให้น้ำมันดิบชนิดหนักมากของชาเวซหมดความหมายลงทันที หรือวิธีที่สองคือ ฆ่าเขาซะถาม : ฝ่ายตรงข้ามโวยวายว่า คุณกำลังสถาปนาระบอบเผด็จการอย่างช้าๆ นั่นคือสิ่งที่เราจะได้เห็นต่อไปข้างหน้าหรือเปล่า?ชาเวซ : พวกเขาพูดแบบนั้นมานมนานแล้ว เวลาคิดอะไรไม่ออก หามุขใหม่ไม่ทัน ก็คิดเรื่องโกหกพกลมขึ้นมาแก้ตัวต่างๆ นานา นั่นเป็นเรื่องโป้ปดมดเท็จโดยสิ้นเชิง ผมยินดีเชิญชาวอังกฤษ ชาวอเมริกัน และพลเมืองประเทศไหนก็ได้ในโลกมาที่เวเนซุเอลา มาเดินเที่ยวอย่างอิสระตามท้องถนนในเวเนซุเอลา พูดคุยกับใครก็ได้ มาดูทีวี มาอ่านหนังสือพิมพ์ เรากำลังสร้างระบอบประชาธิปไตยที่แท้จริง ระบอบประชาธิปไตยที่มีสิทธิมนุษยชนสำหรับทุกคน มีสิทธิทางสังคม มีการศึกษา การรักษาพยาบาล บำนาญ ความมั่นคงทางสังคม และมีงานทำ

ถาม : ฝ่ายค้านบางคนถูกดำเนินคดีในข้อหารับเงินจากจอร์จ บุช คุณจะจับคนพวกนี้เข้าคุกไหม?

ชาเวซ : ผมไม่ใช่คนตัดสินใจ เรามีสถาบันจัดการเรื่องนี้ คนพวกนี้ยอมรับว่ารับเงินจากรัฐบาลสหรัฐฯ จริง เรื่องนี้จึงแล้วแต่อัยการว่าจะจัดการพวกเขาอย่างไร แต่ความจริงก็คือ เราไม่อาจปล่อยให้สหรัฐฯ ส่งเงินเข้ามาทำลายเสถียรภาพในประเทศของเรา จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราสนับสนุนทางการเงินแก่คนในสหรัฐฯ เพื่อบ่อนทำลายรัฐบาลของจอร์จ บุช? คนพวกนี้ก็ต้องเข้าคุกแน่

ถาม : คุณจะตอบโต้อย่างไรต่อคำกล่าวหาของบุชว่า คุณกำลังบ่อนทำลายเสถียรภาพในภูมิภาคและแทรกแซงการเลือกตั้งในประเทศละตินอเมริกาอื่นๆ?

ชาเวซ : มร.บุชต่างหากเป็นประธานาธิบดีที่ไม่มีความชอบธรรม ในรัฐฟลอริดา เจบ บุช น้องชายของเขา ตัดสิทธิ์คนผิวดำจำนวนมากออกไปจากบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิ์ลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ตำแหน่งประธานาธิบดีของบุชจึงได้มาด้วยการโกง ไม่ใช่แค่เท่านั้น ตอนนี้เขาต่างหากกำลังใช้อำนาจเผด็จการในสหรัฐอเมริกา ประชาชนอาจถูกจำคุกโดยไม่มีการตั้งข้อหา พวกเขาดักฟังโทรศัพท์โดยไม่มีคำสั่งศาล ตรวจสอบรายชื่อหนังสือที่ประชาชนยืมจากห้องสมุดสาธารณะ จับกุมตัวซินดี ชีแฮน (4) เพียงเพราะเธอใส่เสื้อยืดมีข้อความเรียกร้องให้ถอนกำลังทหารออกจากอิรัก กดขี่คนผิวดำและพลเมืองเชื้อสายละติน และถ้าเราพูดถึงการเข้าไปยุ่งในกิจการของประเทศอื่นล่ะก็ สหรัฐฯ นั่นแหละตัวดีที่สุดที่ชอบเข้าไปแทรกแซงกิจการภายในของประเทศอื่น สหรัฐฯ รุกรานกัวเตมาลา ล้มล้างรัฐบาลซัลวาดอร์ อัลเยนเด รุกรานปานามาและสาธารณรัฐโดมินิกัน ทั้งยังพัวพันในรัฐประหารที่อาร์เจนตินาเมื่อสามสิบปีก่อน

ถาม : สหรัฐฯ เข้ามาแทรกแซงการเลือกตั้งในประเทศของคุณบ้างหรือเปล่า?

ชาเวซ : สหรัฐฯ แทรกแซงมา 200 ปีแล้วล่ะ พวกเขาพยายามกีดกันไม่ให้เราชนะการเลือกตั้ง สนับสนุนการทำรัฐประหาร ให้เงินหลายล้านดอลลาร์แก่กลุ่มผู้วางแผน สนับสนุนสื่อมวลชน หนังสือพิมพ์ ขบวนการนอกกฎหมาย การแทรกแซงทางทหารและการจารกรรม แต่ที่นี่ ในประเทศนี้ จักรวรรดิสิ้นอำนาจแล้ว และผมเชื่อว่าก่อนสิ้นศตวรรษ จักรวรรดิจะสิ้นอำนาจในทุกๆ ส่วนของโลก เราจะได้เห็นพิธีฝังศพจักรวรรดินกอินทรี

ถาม : คุณไม่ได้แทรกแซงการเลือกตั้งในประเทศอื่นๆ ของละตินอเมริกา?

ชาเวซ : ไม่โดยสิ้นเชิง ผมสนใจแต่ประเทศเวเนซุเอลาเท่านั้น อย่างไรก็ตาม สิ่งที่กำลังเกิดขึ้นตอนนี้ก็คือ ขบวนการปีกขวาบางขบวนการกำลังใช้ผมเป็นเบี้ยเพื่อเล่นการเมืองภายในประเทศ โดยกุข้อกล่าวหาที่ไม่มีมูลความจริงเลย ยกตัวอย่างเช่น การที่โมราเลส (แห่งโบลิเวีย) ชนะการเลือกตั้ง หรือหาว่าผมสนับสนุนทางการเงินแก่การชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของลูลา (แห่งบราซิล) ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเรื่องมดเท็จ พวกเขายังกล่าวหาอีกว่า ผมสนับสนุนทางการเงินแก่การชิงตำแหน่งประธานาธิบดีของเคิร์ชเนอร์ (แห่งอาร์เจนตินา) ซึ่งก็มดเท็จอีกเช่นกัน ในเม็กซิโก พรรคฝ่ายขวาใช้ภาพพจน์ของผมเพื่อโจมตีอีกฝ่ายหนึ่ง สิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ ในละตินอเมริกาก็คือ มีการเลี้ยวซ้ายเกิดขึ้น ชาวละตินอเมริกาเอือมระอาเต็มทีกับฉันทามติวอชิงตัน หรือลัทธิเสรีนิยมใหม่ที่คอยซ้ำเติมความทุกข์ยากลำเค็ญ

ถาม : คุณหว่านเงินหลายล้านดอลลาร์ที่ได้จากความมั่งคั่งของน้ำมันในชาติไปทั่วละตินอเมริกา คุณตั้งใจช่วยเหลือประเทศเหล่านี้จริงๆ หรือเพียงแค่ซื้อเสียงสนับสนุนทางการเมืองให้รัฐบาลของคุณ?

ชาเวซ : เรา (ชาวละตินอเมริกา) เป็นพี่น้องกัน นั่นคือเหตุผลหนึ่งที่ทำให้จักรวรรดิโมโหโกรธา คุณก็รู้ว่าเวเนซุเอลามีแหล่งน้ำมันสำรองใหญ่ที่สุดในโลก และมีแหล่งก๊าซสำรองใหญ่ที่สุดในซีกโลกนี้ หรือเป็นอันดับแปดของโลก จวบจนกระทั่งเมื่อเจ็ดปีก่อน เวเนซุเอลาตกเป็นเมืองขึ้นน้ำมันของสหรัฐฯ มาโดยตลอด น้ำมันทั้งหมดของเราถูกส่งไปซีกโลกเหนือ ก๊าซของเราก็ส่งไปให้สหรัฐฯ ใช้ เราเองกลับไม่ได้ใช้ ตอนนี้เรากำลังสร้างความหลากหลายให้มากขึ้น น้ำมันของเราจะช่วยคนจน เดี๋ยวนี้เราขายน้ำมันให้สาธารณรัฐโดมินิกัน เฮติ คิวบา บางประเทศในอเมริกากลาง อุรุกวัย อาร์เจนตินา

ถาม : แล้วที่ส่งน้ำมันให้เขตบรองซ์ในสหรัฐฯ ล่ะ?

ชาเวซ : ในบรองซ์นั้นเป็นการบริจาค ทุกกรณีที่ผมหยิบยกขึ้นมาเมื่อกี้ นั่นเป็นการค้าขาย ไม่ใช่การค้าเสรีนะ แต่เป็นการแลกเปลี่ยนที่เป็นธรรม เรายังตั้งกองทุนมนุษยธรรมระหว่างประเทศด้วยรายได้จากน้ำมันอีกต่างหาก

ถาม : ทำไมจอร์จ บุชจึงปฏิเสธข้อเสนอของคุณที่จะให้ความช่วยเหลือเมืองนิวออร์ลีนส์หลังพายุเฮอร์ริเคน (แคทรีนา)?

ชาเวซ : คุณไปถามเขาดูสิ อันที่จริง ตั้งแต่หายนภัยเลวร้ายจากพายุแคทรีนาเริ่มต้นขึ้น คนของเราในสหรัฐฯ เช่น ประธานของ CITGO (5) ก็ไปที่นิวออร์ลีนส์เพื่อช่วยเหลือประชาชนทันที เราติดต่อทางโทรศัพท์อย่างใกล้ชิดกับสาธุคุณ เจสซี แจ็คสัน (6) เราเช่ารถเมล์ เราเอาอาหารและน้ำเข้าไป เราพยายามปกป้องชาวเมืองนิวออร์ลีนส์ เพราะพวกเขาเป็นพี่น้องของเรา ไม่สำคัญเลยว่าพวกเขาจะเป็นชาวแอฟริกัน, เอเชีย, คิวบา หรือชาติไหนก็ตาม

ถาม : คุณกำลังพยายามเข้ามาแทนที่ธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศด้วยการทำตัวเป็น ‘คุณพ่อกระเป๋าหนัก’ หรือเปล่า?

ชาเวซ : ผมปรารถนาให้ไอเอ็มเอฟและธนาคารโลกปลาสนาการไปในเร็ววันเหมือนกัน

ถาม : แล้วแทนที่ด้วยธนาคารอูโกหรือ?

ชาเวซ : เปล่า แทนที่ด้วยธนาคารมนุษยธรรมระหว่างประเทศต่างหาก เราเพียงแต่พยายามสร้างทางเลือกอื่นในการทำธุรกรรมทางการเงิน มันควรตั้งอยู่บนความร่วมมือ ยกตัวอย่างเช่น เราส่งน้ำมันให้โรงกลั่นในอุรุกวัยและอุรุกวัยจ่ายตอบแทนให้เราด้วยวัว

ถาม : นมแลกน้ำมัน

ชาเวซ : ถูกต้อง นมแลกน้ำมัน อาร์เจนตินาจ่ายให้เราด้วยวัวเช่นกัน รวมทั้งให้อุปกรณ์ทางการแพทย์เพื่อต่อสู้กับโรคมะเร็ง มันเป็นการถ่ายทอดเทคโนโลยี เรายังแลกน้ำมันกับเทคโนโลยีซอฟท์แวร์ด้วย อุรุกวัยเป็นผู้ผลิตซอฟท์แวร์รายใหญ่ที่สุดรายหนึ่ง เรากำลังแยกทางจากโมเดลแบบเสรีนิยมใหม่ เราไม่เชื่อในการค้าเสรี เราเชื่อในการค้าและการแลกเปลี่ยนที่เป็นธรรม ไม่ใช่การแข่งขัน แต่เป็นความร่วมมือ ผมไม่ได้แจกน้ำมันฟรีๆ เพียงแต่ใช้น้ำมันเพื่อประโยชน์ของประชาชน เพื่อบรรเทาความยากจนเป็นอันดับแรก ตลอดร้อยปีที่ผ่านมา เราเป็นประเทศผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดรายหนึ่งของโลก แต่กลับมีอัตราความยากจนถึง 60% ตอนนี้เรากำลังยกเลิกหนี้ประวัติศาสตร์เสียที

ถาม : พูดถึงตลาดเสรี คุณเรียกภาษีย้อนหลังจากบรรษัทน้ำมันสหรัฐฯ คุณยกเลิกสัญญากับบรรษัทน้ำมันสัญชาติอเมริกาเหนือ, อังกฤษและยุโรป คุณกำลังพยายามลดสัดส่วนของบรรษัทน้ำมันอังกฤษและอเมริกันในเวเนซุเอลาหรือเปล่า?

ชาเวซ : เปล่า เราไม่ต้องการไล่บรรษัทพวกนี้ออกไป และผมไม่คิดว่าบรรษัทเหล่านี้อยากออกไปจากเวเนซุเอลาด้วย เราต่างต้องการซึ่งกันและกัน เพียงแต่เราต้องการกอบกู้อำนาจอธิปไตยเหนือน้ำมันของเราเท่านั้นเอง เมื่อก่อน บรรษัทพวกนี้ไม่ยอมจ่ายภาษี ไม่ยอมจ่ายค่าภาคหลวง ไม่ยอมยื่นบัญชีผลประกอบการให้รัฐบาล บรรษัทเหล่านี้ครอบครองที่ดินมากกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญา พวกเขาไม่ปฏิบัติตามข้อตกลงเรื่องการแลกเปลี่ยนเทคโนโลยี มิหนำซ้ำยังสร้างมลภาวะต่อสิ่งแวดล้อมและไม่ยอมจ่ายค่าชดเชยเพื่อแก้ไขปัญหามลภาวะ ตอนนี้พวกเขาต้องปฏิบัติตามกฎหมาย

ถาม : คุณบอกว่า คุณจินตนาการเห็นราคาน้ำมันสูงขึ้นไปจนถึง 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล คุณคิดจะใช้ความมั่งคั่งจากน้ำมันนี้รีดนาทาเร้นโลกหรือ?

ชาเวซ : เปล่า เปล่า เราไม่มีความคิดที่จะรีดนาทาเร้นใครทั้งนั้น เราถูกรีดนาทาเร้นและลำบากมากมาตลอดต่างหาก ห้าร้อยปีของการรีดนาทาเร้นและบีบเค้นเรา ประชาชนของซีกโลกใต้ ผมเชื่อว่าอุปสงค์กำลังเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และอุปทานกำลังลดลง แหล่งน้ำมันสำรองขนาดใหญ่กำลังหมดไป แต่นั่นไม่ใช่ความผิดของเรา ในอนาคต ต้องมีข้อตกลงระหว่างผู้บริโภครายใหญ่กับผู้ผลิตรายใหญ่เกิดขึ้น

ถาม : จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อเงินจากน้ำมันหมดไป จะเกิดอะไรขึ้นเมื่อราคาน้ำมันตกต่ำลงอีกเหมือนเมื่อก่อนที่เคยเกิดมาแล้ว? การปฏิวัติโบลิวาร์ของอูโก ชาเวซจะพังทลายลงง่ายๆ เพียงเพราะไม่มีเงินจ่ายให้ใครต่อใครเกาะขบวนไปฟรีๆ หรือเปล่า?

ชาเวซ : ผมไม่คิดว่ามันจะพังทลายง่ายๆ เท่าๆ กับเป็นไปไม่ได้ที่น้ำมันจะหมดโลกวันนี้ การปฏิวัติจะยังคงอยู่ต่อไป การปฎิวัติไม่ได้ขึ้นอยู่กับน้ำมันเพียงอย่างเดียว การปฏิวัติยังขึ้นอยู่กับเจตจำนงแห่งชาติ แนวความคิดแห่งชาติ โครงการแห่งชาติ อย่างไรก็ตาม วันนี้เรากำลังส่งเสริมโครงการด้านยุทธศาสตร์ในชื่อว่า ‘แผนหว่านเมล็ดพันธุ์น้ำมัน’ (Oil Sowing Plan) นั่นคือ ใช้ความมั่งคั่งจากน้ำมันพลิกเวเนซุเอลาให้กลายเป็นประเทศเกษตรกรรม เป็นจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยว เป็นประเทศอุตสาหกรรมที่มีภาคเศรษฐกิจหลากหลาย เรากำลังลงทุนหลายพันล้านดอลลาร์ในด้านโครงสร้างพื้นฐาน เครื่องกำเนิดไฟฟ้าที่ใช้พลังงานความร้อน รางรถไฟขนาดใหญ่ ถนน ไฮเวย์ เมืองใหม่ มหาวิทยาลัยใหม่ โรงเรียนใหม่ การฟื้นฟูที่ดิน จัดหารถแทรกเตอร์และให้เงินกู้แก่เกษตรกร วันหนึ่ง เราอาจไม่มีน้ำมันเหลืออยู่อีก แต่นั่นจะเกิดขึ้นในศตวรรษที่ 22 เวเนซุเอลายังมีน้ำมันไปอีก 200 ปี

ถาม : แต่การปฏิวัติอาจมาถึงจุดสิ้นสุด หากเกิดรัฐประหารอีกครั้งและทำได้สำเร็จ คุณเชื่อว่าบุชยังพยายามล้มรัฐบาลของคุณอยู่หรือเปล่า?

ชาเวซ : เขาอยากทำอยู่หรอก แต่สิ่งที่คุณอยากทำเป็นเรื่องหนึ่ง ส่วนทำได้จริงหรือไม่เป็นอีกเรื่องหนึ่ง

…………………………………………….
จาก Greg Palast, ‘Hugo Chavez Interview,’ The Progressive, September 24, 2006.
http ://www.progressive.org/mag_intv0706หมายเหตุ : ในการแปลบทความนี้ ผู้แปลขอขอบคุณ อ.วงกต วงศ์อภัย คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ มา ณ ที่นี้ด้วยคำอธิบายท้ายบทความ :
(1) petrodollar เงินดอลลาร์เป็นเงินตรามาตรฐานในการซื้อขายน้ำมันระหว่างประเทศ ทั้งนี้เนื่องจากน้ำมันส่วนใหญ่ในโลกซื้อขายกันที่ตลาดไนเม็กซ์ที่เมืองนิวยอร์ก และที่ตลาด IPE ในกรุงลอนดอน ซึ่งตลาดทั้งสองแห่งนี้เป็นของบรรษัทสัญชาติอเมริกัน เงินดอลลาร์จึงกลายเป็นเงินสกุลหลักที่รัฐบาลประเทศต่างๆ ต้องเก็บสำรองเพื่อใช้ซื้อน้ำมันและชำระหนี้ต่างประเทศ ค่าของเงินดอลลาร์จึงไม่ได้ขึ้นอยู่กับความแข็งแกร่งของเศรษฐกิจสหรัฐฯ แต่อย่างใด แต่ขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐฯ ต้องทำทุกวิถีทางให้การซื้อขายน้ำมันดำเนินไปด้วยระบบ ‘ปิโตรดอลลาร์’ นี้ให้ได้ การบุกอิรักส่วนหนึ่งก็สืบเนื่องมาจากการที่อิรักต้องการหันไปขายน้ำมันเป็นเงินยูโร การคุกคามอิหร่านก็มีเหตุผลส่วนหนึ่งมาจากประเด็นเดียวกัน
(2) กองพลบินที่ 82 มีบทบาทในยุทธการหลายครั้งหลังเหตุวินาศกรรม 9/11 รวมทั้งยุทธการยึดครองอิรักในปัจจุบัน(3) Antichrist ปิศาจผู้ต่อต้านพระคริสต์ที่จะมาครองโลก จวบจนถูกพระคริสต์ปราบลงได้เมื่อเสด็จลงมาครั้งที่สอง มีปรากฏใน วิวรณ์ ของพระคัมภีร์ภาคพันธสัญญาใหม่(4) Cindy Sheehan (1957- ) นักต่อต้านสงครามอิรัก หลังจากบุตรชายของเธอ เคซีย์ ชีแฮน เสียชีวิตระหว่างไปสงครามอิรัก สื่อมวลชนขนานนามให้เธอว่า ‘คุณแม่สันติภาพ’

(5) Citgo Petroleum Corporation หรือ Citgo เป็นบริษัทสาขาของ Petróleos de Venezuela S.A. (PDVSA) บริษัทน้ำมันเวเนซุเอลาที่รัฐเป็นเจ้าของ บริษัท CITGO ตั้งอยู่ในสหรัฐอเมริกา เป็นทั้งผู้กลั่นและจำหน่ายน้ำมัน โดยมีปั๊มน้ำมันจำนวนมากในสหรัฐฯ

(6) Jesse Jackson (1941- ) นักการเมืองผิวดำชาวอเมริกัน นักเคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชน เคยได้รับเสนอชื่อให้เป็นตัวแทนของพรรคเดโมแครตเพื่อชิงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี ค.ศ. 1984 และ 1988