◊ จัดระเบียบวิทยุชุมชน ให้เสนอข่าวทหารวันละ3เวลา


สวพช. เชิญผู้ประกอบการนักจัดรายการวิทยุชุมชน ฟังกรอบตาม คปค. ให้เป็นกระบอกเสียงทหารวันละ 3 เวลา และให้คอยฟังนโยบายและแผนด้วย >>



วันที่ 2 ต.ค. สภาการวิทยุโทรทัศน์แห่งชาติตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง(สวชพ.)ได้เชิญสมาชิกผู้ประกอบการ นักจัดรายการวิทยุชุมชนทั่วประเทศ เข้าร่วมประชุมระหว่างคณะทำงานประสานการดำเนินงานตามนโยบายของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข (คปค.)ที่สโมสรกองทัพบก สี่เสาเทเวศร์
 


นายสุขุม วงประสิทธิ เลขาธิการสวชพ.เปิดเผยว่าหลังจากคณะเข้าพบและรับนโยบายจาก คปค.เมื่อวันที่ 29 ก.ย. พ.อ.อัคร ทิพยโรจน์ โฆษกกองทัพบกและรองโฆษกคปค.ได้มอบนโยบายในการดำเนินงานของสถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศ โดยขอให้สวชพ. โดยความร่วมมือของกองทัพบกและกรมประชาสัมพันธ์ กำกับ ดูแลและจัดระเบียบการดำเนินงานของสถานีวิทยุชุมชนทั่วราชอาณาจักร ให้เป็นไปตามนโยบาย กรอบ และแผนปฏิบัติการด้านสื่อ ของคปค.
นอกจากนี้ยังให้สวชพ.จัดประชุมชี้แจงและประสานไปยังสถานีวิทยุชุมชนทั่วประเทศ เจ้าของสถานี และผู้ดำเนินรายการ ให้เผยแพร่ข่าวสารและผลิตรายการตามกรอบนโยบายและแผนปฏิบัติการด้านสื่อ ของคปค.ทั้งนี้ คปค.มีแผนปฏิบัติการด้านสื่อวิทยุชุมชน โดยขอให้ดำเนินการถ่ายทอดสด และเผยแพร่ข่าวสาร ของคปค.และคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ โดยให้ทุกสถานีวิทยุชุมชนปฏิบัติการดังนี้

1.ให้ทุกสถานีวิทยุชุมชนดำเนินการถ่ายทอดและเผยแพร่ข่าวสารจากสถานีวิทยุในเครือข่ายกองทัพบก 126 สถานีทั่วประเทศใน 3 ช่วงเวลาของทุกวัน คือ เวลา 07.30-08.00 น. เวลา 12.30 -13.00 น. และ เวลา 18.00-19.00 น. และให้ทุกสถานีวิทยุชุมชน ผลิตรายการและดำเนินรายการที่มุ่งเน้นส่งเสริมความมั่นคงแห่งชาติ สร้างความสมานฉันท์และส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข

2. ให้สถานีวิทยุชุมชนที่เปิดดำเนินการแล้ว แต่ยังไม่ได้ขึ้นทะเบียนกับกรมประชาสัมพันธ์ แจ้งความประสงค์ไปยังสวชพ.เพื่อดำเนินการขึ้นทะเบียน

3. ให้สถานีวิทยุชุมชนที่ขึ้นทะเบียนแล้ว เตรียมเข้าร่วมประชุมรับฟังนโยบายและนำแผนปฏิบัติการไปปฏิบัติการ ตามวันเวลาและสถานที่ที่ สวชพ.มีกำหนดการ

4. ให้สถานีวิทยุชุมชนที่ขึ้นทะเบียนแล้ว เตรียมจัดหาบุคลากรของสถานีเข้ารับการฝึกอบรมตามหลักสูตรวิทยุกระจายเสียง และสอบเป็นผู้ประกาศประจำสถานีต้นสังกัด แห่งละ 1 คน เป็นรุ่นๆไป โดย สวชพ.จะเป็นผู้ดำเนินการ และกรมประชาสัมพันธ์เป็นผู้สนับสนุนในด้านวิชาการและวิทยากรตามหลักสูตร