◊ ฮิวแมนไรท์วอทช์จี้นายกฯ ชั่วคราว ยกเลิกกฏอัยการศึก – ฟื้นฟูสิทธิมนุษยชน

‘ฮิวแมนไรท์วอทช์’ ระบุการประกาศยกเลิก รธน.ปี 40 และเสนอให้ใช้ร่าง รธน.ชั่วคราว ปี 49 อาจส่งผลกระทบต่อเรื่องสิทธิมนุษยชน เนื่องจากองค์กรต่างๆ ที่ปกป้องและดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนไม่มีความเข้มแข็งพอ เพราะถูกแทรกแซงและลดทอนความสำคัญได้อย่างง่ายดายจากอำนาจของฝ่ายบริหารหรืออำนาจทหาร พร้อมกระตุ้นให้ คปส.และนายกฯ คนใหม่เร่งฟื้นฟูสิทธิมนุษยชนโดยเร็ว >>

3 ต.ค. 2549 – ‘ฮิวแมนไรท์วอทช์’ องค์กรระหว่างประเทศที่เคลื่อนไหวด้านสิทธิมนุษยชนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่เร่งฟื้นฟูและสนับสนุนให้เกิดสิทธิและเสรีภาพแก่ประชาชนไทยโดยเร็ว ภายหลังจากที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2549 (ฉบับชั่วคราว) และแต่งตั้งให้ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 24 เมื่อวันที่ 2 ตุลาคมที่ผ่านมา

ขณะเดียวกันคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ได้แปรสภาพเป็น ‘คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ’ และจะรับหน้าที่เป็นที่ปรึกษาให้กับนายกฯ ไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีจะเข้ามารับหน้าที่อย่างเป็นทางการในสัปดาห์หน้าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติจึงยังคงมีอำนาจในการออกคำสั่งหรือประกาศต่างๆ จนกว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่จะเสร็จสิ้น และการเลือกตั้งจะถูกจัดให้มีขึ้นในปีหน้า ทำให้องค์กรสิทธิมนุษยชนต่างๆ รวมถึงฮิวแมนไรท์วอทช์เกรงว่ารัฐบาลที่เข้ามาบริหารประเทศชั่วคราวอาจถูกแทรกแซงได้โดยง่าย จึงเรียกร้องให้พล.อ.สุรยุทธ์ดำเนินการใดๆ ก็ตามเพื่อให้เกิดความมั่นใจแก่ประชาชน รวมถึงรับรองสถานะของชาวไทยทุกคนว่าจะได้รับสิทธิ-เสรีภาพขั้นพื้นฐานตามหลักของระบอบการปกครองแบบประชาธิปไตย

แบรด อดัมส์ ผู้อำนวยการองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์แห่งเอเชีย กล่าวว่าคณะมนตรีความมั่นคงและพล.อ.สุรยุทธ์จะต้องรักษาสัญญาที่ให้ไว้กับคนไทยด้วยการปฏิรูปรัฐธรรมนูญ และภารกิจแรกของรัฐบาลชั่วคราวก็คือการยกเลิกกฏอัยการศึกที่ประกาศเมื่อวันที่ 19 กันยายน เป็นต้นมา

ทั้งนี้ เพื่อเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนมีสิทธิในการแสดงความคิดเห็นในที่สาธารณะ และมีโอกาสเข้าร่วมชุมนุมทางการเมืองได้โดยไม่มีการปิดกั้นแหล่งข่าวหรือข้อมูลใดๆ รวมไปถึงการหยุดควบคุมสื่อต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นสถานีโทรทัศน์ วิทยุชุมชน หรือเวบไซต์

แม้ว่าพล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ประธานคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ จะยืนยันว่าคณะมนตรีความมั่นคงฯ ไม่เข้าไปแทรกแซงการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรี หรือไม่เสนอแนะตัวบุคคลเข้าไปเป็นคณะรัฐมนตรี และจะไม่เข้าไปแทรกแซงการบริหารประเทศของรัฐบาลชั่วคราวชุดนี้เป็นอันขาด แต่คณะมนตรีความมั่นคงฯ ยังคงมีอำนาจ ในการแต่งตั้งรองนายกรัฐมนตรี ประธานรัฐสภา สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร 250 ราย และคัดเลือกสมาชิกสมัชชาประชาชนแห่งชาติอีก 2,000 ราย เพื่อเข้าร่วมทำหน้าที่ใน ‘สภาร่างรัฐธรรมนูญ’

นอกจากนี้ คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติยังสามารถคัดเลือกผู้ทรงคุณวุฒิที่จะมารับรองร่างรัฐธรรมนูญได้ถึง 10 คน จากจำนวนผู้รับรองทั้งหมด 35 คน ทั้งยังมีอำนาจในการนำรัฐธรรมนูญฉบับเดิมกลับมาใช้ ในกรณีที่สภาร่างรัฐธรรมนูญไม่สามารถร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้เสร็จสิ้นได้ภายใน 180 วัน นับตั้งแต่วันที่เริ่มประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก และสามารถเรียกประชุมคณะรัฐมนตรีได้ในทุกเวลาและทุกโอกาสอีกด้วย

ด้วยเหตุดังกล่าว ฮิวแมนไรท์วอทช์จึงเห็นว่าการประกาศยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2540 และเสนอให้ใช้ร่างรัฐธรรมนูญชั่วคราว ปี 2549 อาจส่งผลกระทบต่อเรื่องสิทธิมนุษยชน เนื่องจากองค์กรต่างๆ ที่ทำหน้าที่ปกป้องและดูแลสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนไม่มีความเข้มแข็งพอ เพราะถูกแทรกแซงและลดทอนความสำคัญได้อย่างง่ายดายจากอำนาจของฝ่ายบริหารหรืออำนาจทหาร องค์กรเหล่านี้จึงปราศจากอิสระในการทำงานอย่างที่ควรจะเป็น

นายแบรด อดัมส์ กล่าวว่าจนกว่าจะถึงเวลาที่รัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งเข้ามาปฏิบัติหน้าที่ จำเป็นต้องมีการตรวจสอบและจับตาดูขั้นตอนการทำงานของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติและสภาร่างรัฐธรรมนูญกันอย่างใกล้ชิด (IPS News)