◊ เลขา สปสช. ยันเดินหน้าบริการยาต้านเอชไอวี


เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) ย้ำผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ยังสามารถรับยาต้านไวรัสในระบบหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า (บัตรทอง 30 บาท) ได้ดังเดิม แม้เกิดรัฐประหาร >>



นายแพทย์สงวน นิตยารัมภ์พงศ์ เลขาธิการสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) กล่าวในงานประชุมเครือข่ายชุมชนด้านเพศและเอดส์ในประเทศไทย เพื่อแลกเปลี่ยนผลที่ได้จากการเข้าร่วมประชุมเอดส์โลกครั้งที่ 16 ที่เมืองโตรอนโต ประเทศแคนาดา ว่า สปสช.ยังคงดำเนินการตามแผนงานบริการให้คำปรึกษา ตรวจนับเม็ดเลือดขาว (CD4) บริการถุงยางอนามัย และยาต้านไวรัส (ARV) แก่ผู้ติดเชื้อเอชไอวี/เอดส์ต่อไป เพราะสปสช.เป็นองค์กรที่จัดตั้งขึ้นตามพระราชบัญญัติหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 2545 จึงไม่เป็นห่วงเรื่องการผลัดเปลี่ยนรัฐบาล
แต่สิ่งที่เป็นห่วงคือจำนวนผู้ติดเชื้อเอดส์ในประเทศไทยที่เพิ่มมากขึ้นจนอาจจะมากกว่างบประมาณของสปสช.ที่ตั้งไว้ ทั้งนี้ สปสช.มีงบประมาณปี 2549 ในการบริการดังกล่าวประมาณ 2,700 ล้านบาท คาดว่าสามารถให้บริการผู้ติดเชื้อฯ คนไทย รวมไปถึงผู้ที่ไม่มีเลขบัตรประชาชน 13 หลักได้ประมาณ 80,000 คนต่อข้อกังวลที่ว่า ผู้ติดเชื้อเอชไอวีหลายรายยังไม่ได้รับบริการตามสิทธิ เพราะโรงพยาบาลบางโรงมองว่าเป็นการเพิ่มภาระ นายแพทย์สงวนกล่าวว่า งบประมาณในการให้บริการแก่ผู้ติดเชื้อเอชไอวีดังกล่าวเป็นงบประมาณคนละส่วนกับงบประมาณเหมาจ่ายรายหัวตามโครงการบัตรทอง แต่โรงพยาบาลในบางพื้นที่ยังสับสนอยู่ เพราะในปี 2549 สปสช.ใช้งบประมาณส่วนกลางซื้อยาต้านไวรัสแล้วแจกจ่ายยาให้โรงพยาบาล

อย่างไรก็ตาม ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าจะส่งงบประมาณไปให้โรงพยาบาลจัดสรรเองในปี 2550 โดยสปสช.จะเจรจาต่อรองกับบริษัทยาต้านไวรัสก่อนว่าจะไม่ขึ้นราคา

นอกจากนี้ เนื่องจากผู้ติดเชื้อฯ หลายรายกำลังประสบปัญหาดื้อยาและจำเป็นต้องใช้ยาชนิดใหม่อย่างเร่งด่วน ในยุครัฐบาลพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร สปสช.ได้เสนอการใช้มาตรการบังคับใช้สิทธิเพื่อผลิตยาต้านไวรัสราคาแพงที่ติดสิทธิบัตรของบริษัทยาต่างประเทศ แต่คณะรัฐมนตรีไม่อนุมัติ

ขณะนี้ เมื่อมีคปค.และคาดว่าจะมีรัฐบาลใหม่ นายแพทย์สงวนยืนยันว่า จะเสนอเรื่องการใช้มาตรการบังคับสิทธิต่อไปจนผ่านการอนุมัติให้ได้ และมีความคาดหวังร่วมกับเครือข่ายผู้ทำงานรณรงค์ด้านเพศและเอดส์ว่า รัฐบาลชุดใหม่จะไม่ยอมรับข้อตกลงเขตการค้าเสรี (FTA) กับประเทศใดๆ ในเรื่องที่มีผลกระทบต่อสุขภาพและการเข้าถึงยาของประชาชน

ส่วนแนวทางการดำเนินงานเกี่ยวกับนวัตกรรมการป้องกันและรักษาเอดส์ที่พูดกันในงานประชุมเอดส์โลก เช่น ยาต้านไวรัสในเด็ก สารใส่ในช่องคลอดเพื่อฆ่าอสุจิและเชื้อเอชไอวี/เอดส์ (ไมโครบิไซด์) และสถานบริการที่เป็นมิตรที่ให้ความรู้เรื่องเพศและเอดส์แก่ประชาชน รวมทั้งข้อเรียกร้องให้สปสช. ขยายบริการแก่ผู้ติดเชื้อที่ไม่ได้รับสัญชาติไทย และเพิ่มศูนย์บริการแบบองค์รวมในทุกพื้นที่ นายแพทย์สงวนกล่าวว่า เครือข่ายเยาวชน กลุ่มผู้ให้บริการทางเพศ กลุ่มชายรักชาย องค์กรศาสนา กลุ่มชาติพันธุ์ และกลุ่มแรงงานข้ามชาติจะต้องร่วมกันผลักดันประเด็นต่างๆ โดยสปสช.ได้แต่งตั้งสมาชิกเครือข่ายผู้ติดเชื้อเอดส์เข้าร่วมในคณะกรรมการควบคุมคุณภาพและมาตรฐานบริการสาธารณสุขไว้แล้ว เครือข่ายกลุ่มต่างๆ สามารถวางมติร่วมกันแล้วผลักดันเข้าสู่คณะกรรมการฯ เพื่อติดตามการทำงานของสปสช.และสร้างความเคลื่อนไหวในสังคมด้วย

…….

สื่อสังวาส คือ สื่อกลางระหว่างโครงการ “ก้าวย่างอย่างเข้าใจ” กับสื่อมวลชนสาขาต่างๆ เพื่อเผยแพร่ข่าวสารและความคิดเห็นในเรื่องเพศศึกษา โดยมีกำหนดเผยแพร่ ทุกวันที่ 1 และวันที่ 16 ในแต่ละเดือนหากสื่อมวลชนท่านใดสนใจรายงานข่าวหรือต้องการข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องเพศและอนามัยเจริญพันธ์วัยรุ่น หรืองานเพศศึกษาเพิ่มเติม หรือต้องการดาวน์โหลดสื่อ “สื่อสังวาส” ในรูปแบบ Word File สามารถเข้าไปดูได้ที่เว็บไซต์ http://www.teenpath.net หรือติดต่อเจ้าหน้าที่โครงการฯ คือ อุษาสินี ริ้วทอง และ กษมา สัตยาหุรักษ์
ที่องค์การแพธ (path) 17/1 ซอยเพชรบุรี 15 ถนนเพชรบุรี กรุงเทพฯ 10400
โทรศัพท์ 0-2653-7563-5 โทรสาร 0-2653-7568 อีเมล์ pathbangkok@path.org

*สังวาส (น.) การอยู่ด้วยกัน; การอยู่ร่วมกัน; การร่วมประเวณี (พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2525)