◊ กรมทรัพย์ฯเตือน 21 จว.ระวังแผ่นดินถล่ม-น้ำป่าจากพายุ ‘ช้างสาร’


กรมทรัพยาธรณีเตือน 21 จัหวัด ให้ระวังแผ่นดินถล่มและน้ำป่า จากพายุไต้ฝุ่นช้างสาร ขณะนี้อ่อนกำลังเป็นดีเปรสชันศูนย์กลางอยู่ที่ร้อยเอ็ด ‘อภิรักษ์’เผยกรุงเทพฯพร้อมรับมือ >>



2 ต.ค. 49 -พายุไต้ฝุ่นช้างสาร อ่อนกำลังลงกลายเป็นพายุดีเปรสชัน ซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่ จ.ร้อยเอ็ด ส่งผลให้หลายจังหวัดในพื้นที่ภาคอีสานมีฝนตกหนัก กรมทรัพยากรธรณีจึงออกมาเตือนชาวบ้าน 21 จังหวัด ให้ระวังดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก

นายวรวุฒิ ตันติวนิช ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้าน ที่ปรึกษาทางการบริหารจัดการทรัพยากรณี กรมทรัพยากรธรณี กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า หลังจากพายุไต้ฝุ่นช้างสารเคลื่อนตัวเข้าในแถบภาคอีสาน กรมทรัพยากรธรณีได้ออกประกาศเตือนให้ชาวบ้านในพื้นที่ภูเขาสูงและหมู่บ้านในหุบเขา บริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จ.อุบลราชธานี ศรีสะเกษ เลย นครราชสีมา และชัยภูมิ ภาคตะวันออก ได้แก่ จ.ตราด จันทบุรี สระแก้ว และปราจีนบุรี ภาคเหนือ บริเวณ จ.เพชรบูรณ์ พิษณุโลก อุตรดิตถ์ แพร่ สุโขทัย กำแพงเพชร ตาก และลำปาง

บริเวณภาคใต้ ได้แก่ จ.ตรัง พัทลุง สตูล สงขลา และจังหวัดใกล้เคียง ตรวจเฝ้าระวังภัยดินถล่มและน้ำป่าไหลหลาก และขอให้ประชาชนเพิ่มความระมัดระวังในการเดินทาง ซึ่งอาจเกิดดินไหล หรือหินร่วงมาปิดทับเส้นทาง พร้อมทั้งให้อาสาสมัครเฝ้าระวังแจ้งเตือนภัยดินถล่มของกรมทรัพยากรธรณี เฝ้าระวังและวัดปริมาณน้ำฝนอย่างต่อเนื่อง และแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตามที่มีการอบรมไว้แล้ว นอกจากนี้ ยังส่งเจ้าหน้าที่เข้าพื้นที่เพื่อประสานงานกับผู้เกี่ยวข้องในการเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง และหากจำเป็นต้องอพยพก็ต้องให้ประชาชนอพยพออกจากพื้นที่

สำหรับกรุงเทพฯ นายอภิรักษ์ โกษะโยธิน ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร (กทม.)วันที่ 2 ต.ค. ลงพื้นที่ชุมชนวัดลำต้อยติ่ง เขตหนองจอก ที่ประสบภัยน้ำท่วมบ้านเรือน นาข้าว และบ่อปลาเสียหาย พร้อมสั่งการสำรวจความเสียหายเพื่อจัดงบช่วยเหลือด่วน ล่าสุดได้วางกระสอบทรายกั้นแนวถนน-คลอง และสูบน้ำออก ทั้งนี้ ยังมั่นใจว่าจะรับมือพายุช้างสารได้ เพราะหากปริมาณฝนตกไม่เกิน 100 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง จะสามารถระบายน้ำได้ทัน ซึ่งคืนที่ผ่านมาวัดปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนักที่เขตลาดกระบังได้เพียง 79 มิลลิเมตรต่อชั่วโมง ขณะที่ปริมาณน้ำท้ายเขื่อนที่ปล่อยลงสู่กรุงเทพฯ มีปริมาณ 2,990 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำทะเลหนุนยังไม่สูง ซึ่งแผนป้องกันน้ำท่วมจะยังคงเร่งพร่องน้ำจากคลองหลัก เช่น คลองประเวศบุรีรมย์ คลองหลวงแพ่ง ให้รองรับปริมาณน้ำฝนที่อาจตกหนักให้ได้มากที่สุด

นอกจากนี้ นายอภิรักษ์ กล่าวอีกว่าว่า ยังมีเรื่องที่น่าเป็นห่วง คือ พื้นที่เกษตรและบ่อปลาด้านฝั่งตะวันออก ที่มีมากถึง 1.74 แสนไร่ ได้รับผลกระทบแยกเป็น หนองจอก เสียหาย 2.9 หมื่นไร่ คลองสามวา 4,000 ไร่ ลาดกระบัง มีนบุรี และประเวศเขตละ 1,300 ไร่ ซึ่งมอบหมายให้ไปจัดทำรายละเอียดเพื่อจะนำหารือรัฐบาล เพื่อขอรับการสนับสนุนด้านงบประมาณต่อไป