◊ แกนนำพันธมิตรยืนยันไม่ได้จัดชุมนุมสร้างเงื่อนไขรัฐประหาร


ครป. เรียกร้องนายกฯใหม่แสดงวิสัยทัสน์ 5 ประการ ระแวงที่มาสภานิติบัญญัติ เปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองเก่าที่มีความสัมพันธ์ทักษิณกลับเข้ามาอีก ยืนยันพันธมิตรฯ จัดชุมนุมโดยสันติ ไม่ได้สร้างเงื่อนไขให้รัฐประหาร >>



1 ต.ค. 49 คณะกรรมการรณรงค์เพื่อประชาธิปไตย (ครป.) แถลงข่าวชี้แจงกรณีที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ทำการยึดอำนาจจาก พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เนื่องจากอาจจะมีการประทะกันระหว่างกลุ่มผู้สนับสนุน พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย รวมถึงกรณีการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ และข้อเรียกร้องต่อ พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ว่าที่นายกรัฐมนตรีคนที่ 24
โดยนายสุริยะใส กตะศิลา เลขาธิการ ครป.กล่าวเรียกร้องถึง พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ว่า ที่ผ่านมา ประชาชนยังไม่เคยเห็นวิสัยทัศน์ว่าที่นายกรัฐมนตรี ว่าจะมีแนวทางแก้ไขปัญหาบ้านเมืองและสังคมอย่างไร ดังนั้น ครป.จึงขอเรียกร้องให้ว่าที่นายกรัฐมนตรีแสดงวิสัยทัศน์ นโยบายที่จะนำไปสูความสมานฉันท์ 5 ประการ คือ

1.ฟื้นฟูความสมานฉันท์ ลดความรุนแรงไม่สร้างความแตกแยกในสังคม ซึ่งตนเชื่อว่าการแก้ไขปัญหาในการใช้อำนาจรัฐไม่สามารถแก้ไขปัญหาระยะยาวได้ แต่แก้ไขได้เพียงช่วงสั้นๆเท่านั้น

2.แก้ไขปัญหาความรุนแรงในจังหวัดภาคใต้ ในฐานะที่ พล.อ.สุรยุทธ์ อดีต ผบ.ทบ. และเคยสัมผัสงานด้านนี้ จึงคาดว่า น่าจะเข้าใจรากเหง้าปัญหาเรื่องดังกล่าว และมีวิธีที่จะคลี่คลายความรุนแรงลงได้

3.การปฏิรูปการเมือง ซึ่งเรื่องนี้ต้องยอมรับว่าไม่เคยได้ยินจากคำให้สัมภาษณ์เรื่องนี้เลย ดังนั้น ต่อไปควรจะวางแนวทางบทบาทการเมืองใหม่ว่าจะเป็นอย่างไร ภาคประชาชนจะมีส่วนร่วมในเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน

4.บทบาทกองทัพกับการเมือง จากประสบการณ์ในการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) เมื่อปี 2535 ยังประสบปัญหาแทรกแซงจากทหารเพื่อนำไปสู่อำนาจการปกครองเพื่อหาผลประโยชน์ ดังนั้น รัฐบาลใหม่ควรมีวิธีป้องกันในระยะยาว

5.คำประกาศการจัดการกับระบอบทักษิณ โดยการส่งสัญญาณไปยัง คณะทำงานตรวจสอบต่างๆ ที่ คปค.ตั้งขึ้นให้ดำเนินการอย่างจริงจัง

นายสุริยะใส ยังได้กล่าวถึงรัฐธรรมนูญชั่วคราวว่า พบจุดอ่อน 2-3 เรื่อง อาจจะทำให้การปฏิรูปการเมืองถอยหลังเข้าคลองไม่สามารถแก้ไขปัญหาระยะยาวได้ เนื่องจาก 1.ร่างรัฐธรรมนูญไม่มีการระบุถึงการใช้อำนาจถ่วงดุลตรวจสอบรัฐบาลเฉพาะกาล ทั้งจากในและนอกระบบรวมถึงจากภาคประชาชน โดยไม่มีการระบุถึงเรื่องดังกล่าวแม้แต่มาตราเดียว 2.ไม่มีหลักประกันหมวดสิทธิเสรีภาพประชาชน ยังไม่ชัดเจนว่าสิทธิส่วนไหนที่ประชาชนสามารถใช้ได้โดยมิถูกละเมิด 3.ที่มาของสภานิติบัญญัติ ยังเปิดโอกาสให้กลุ่มการเมืองเก่าที่มีความสัมพันธ์กับอดีตนายกรัฐมนตรีกลับมาได้ ซึ่งอาจมาในรูปแบบ ฝ่ายการเมือง ไปจัดตั้งจดทะเบียนในรูปแบบมูลนิธิ สมาคม เพื่อเป็นสมาชิกสมัชชาร่างรัฐธรรมนูญ 2,000 คน สุดท้ายก็ให้คณะบุคคลดังกล่าวทำการเลือกกันเองและหนีไม่พ้นจากพวกกลุ่มทุน

ด้าน นายพิภพ ธงไชย ที่ปรึกษา ครป.และอดีตแกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้กล่าวถึง ข้ออ้างในการยึดอำนาจของ คปค.ที่ระบุว่า จะมีการปะทะนำไปสู่ความรุนแรง จึงเป็นเหตุให้ คปค.ตัดสินใจเข้ายึดอำนาจเมื่อวันที่ 19 ก.ย.นั้น ทางพันธมิตรฯและภาคประชาชน ขอยืนยันว่า ไม่เป็นความจริง โดยดูได้จากการจัดชุมนุมที่ผ่านมา ซึ่งเป็นไปตามรัฐธรรมนูญทั้งสิ้น มีการชุมนุมอย่างสันติ ปราศจากอาวุธ เพื่อเรียกร้องให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกจากตำแหน่งทางการเมือง ถึงแม้ช่วงที่ผ่านมาจะมีการยั่วยุของฝ่ายตรงข้ามเพื่อนำไปสู่ความรุนแรงพันธมิตรฯไม่เคยสนับสนุนให้ฝ่ายเราเข้าร่วมเพื่อให้มีการเผชิญหน้า

ทั้งนี้ กำหนดการเดิมในการนัดชุมนุมเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา ก็เป็นไปตามข้อเรียกร้องของพันธมิตรฯในต่างจังหวัด รวมถึงแกนนำทั้ง 5 คนได้พิจารณาให้เป็นไปตามความยืดหยุ่นของสถานการณ์บ้านเมือง นอกจากนี้ การใช้สถานที่ลานพระบรมรูปทรงม้าก็เป็นสถานที่ที่จะสามารถควบคุมดูแลผู้ชุมนุมได้มากกว่าที่สนามหลวง

นายพิภพ กล่าวอีกว่า สภานิติบัญญัติ การร่างรัฐธรรมนูญนั้น คปค.และนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ควรแถลงถึงที่มาสภานิติบัญญัติ 2,000 คน ว่ามีที่มาอย่างไร มิเช่นนั้นหากทำไปแล้วจะแก้ไขไม่ได้ไม่เหมือนคำประกาศ คปค.รวมทั้งต้องเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนที่เคยมีประสบการณ์ในการสรรหา เข้าไปมีส่วนร่วม

นอกจากนี้ เมื่อมีประกาศแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เรื่องที่รัฐบาลต้องทำอย่างเร่งด่วน คือยกเลิกกฎอัยการศึกและการชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน รัฐบาลใหม่จะต้องร่วมมือกับ คปค. ตามที่ได้แต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนใหม่เข้ามา และ คปค.อ้างเรื่องการยึดอำนาจเพราะรัฐบาลที่แล้วบริหารประเทศอย่างไม่เป็นธรรม มีการคอร์รัปชัน คปค.ต้องทำตามที่มีข้อกล่าวหา

โดยใช้กระบวนการทางกฎหมายตรวจสอบอย่างเป็นธรรม เพราะการเมืองเมื่อมีการตีกลับจะมีความรุนแรงกว่าเก่า หากไม่มีการกระทำดังที่ประกาศไว้ รวมทั้งต้องนำข้อเสนอของ กอส. ที่เคยเสนอรัฐบาลไปนำกลับมาพิจารณาเพื่อแก้ไขปัญหาภาคใต้ ต้องทำความเข้าใจประชาชนที่ยังนิยมชมชอบนโยบายรัฐบาลที่แล้ว โดยรัฐบาลที่มาใหม่ต้องดูว่าจะมีการพิจารณาพัฒนาชาวบ้านโดยเฉพาะเรื่องคนจนอย่างไร

นายสุวิทย์ วัดหนู ที่ปรึกษา ครป.กล่าวว่า ตามที่ คปค.ระบุว่า หากมีการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 ก.ย.ที่ผ่านมา จะนำไปสู่ความรุนแรง นั้นคงตัดสินลำบาก เป็นการคาดการณ์ระดับหนึ่ง รวมถึงนักวิชาการบางคนระบุว่าจะใช้พันธมิตรฯ เป็นสายล่อฟ้า เพื่อเป็นเหตุนำไปสู่การเปลี่ยนแปลง ซึ่งเป็นความคิดเห็นที่เรารับฟัง ทัศนะส่วนตัวก็รับฟังความเห็นทักท้วงเพียงแต่ว่าในสถานการณ์จริงๆ แต่ละสถานการณ์มีเหตุมีปัจจัยอยู่

ทั้งนี้ ครป.เคยระบุว่า ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจรัฐประหาร อย่างไรก็ดี ในการชุมนุมในอดีตก็เป็นเครื่องยืนยันที่ดี หากมีการชุมนุมเมื่อวันที่ 20 ก.ย.เราได้มีการวางแผนเตรียมการไว้เป็นอย่างดีหากมีการเคลื่อนย้ายกำลังพล เราสามรถดูแลสถานการณ์ได้

ที่ปรึกษา ครป.ยังกล่าวถึงการสร้างความสมานฉันท์ในสังคม ว่า คือการให้สิทธิเสรีภาพในสังคมอย่างเท่าเทียม ไม่ใช่การหยุดทะเลาะกันชั่วคราว แต่ยังมีการเอาเปรียบกันในสังคม แล้วเรียกว่าคือความสมานฉันท์ สิ่งแรกที่รัฐบาลใหม่ควรทำคือยกเลิกกฎอัยการศึกโดยเร็ว คืนสิทธิเสรีภาพให้ประชาชน

อย่างไรก็ดี หลังการยึดอำนาจ รสช.และมีการแต่งตั้ง นายอานันท์ ปันยารชุน เป็นนายกรัฐมนตรี หลังจากนั้น ไม่มีการยกร่างพระราชบัญญัติกว่า 300 ฉบับ โดยไม่มีเรื่องใดเกี่ยวพันกับคนยากจนแม้แต่ฉบับเดียว จึงหวังว่าสภานิติบัญญัติภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะให้ความสัมพันธ์เรื่องนี้ด้วยไม่ว่าจะเป็น พ.ร.บ.ป่าชุมชน พ.ร.บ.ความแออัด เป็นต้น

…….
ที่มา : ผู้จัดการออนไลน์

2 thoughts on “◊ แกนนำพันธมิตรยืนยันไม่ได้จัดชุมนุมสร้างเงื่อนไขรัฐประหาร

  1. จอมสร้างภาพ …. พวกนี้เป็นพวกเหยีบซากศพวีรชนขึ้นไปเป็นใหญ่ทั้งนั้น สนธิลิ้มเป็นยังไงก็รู้ๆกันอยู่ เกลียดคนๆเดียวถึงกับเชื้อเชิญเผด็จการทหารมาฉีกรัฐธรรมนูญที่มาจากเลือดเนื้อและวิญญาณของพวกเราทิ้ง….ไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาเปรียบแล้ว…ไม่แปลกใจเลยว่า เวทีของ กลุ่มพันธมิตร มีแต่ขาประจำทักษิณ นักการเมืองที่ฉวยโอกาศและกระแสทั้งนั้น…สรุปแล้ว มันเอียง

  2. ฟังเวทีปราศัยของพันธมิตรหลายครั้ง ได้ยินอยู่เสมอถึงการเรียกร้องให้ทหารออกมาปฏิวัติและบอกผู้ร่วมชุมนุมด้วยว่าจะนำดอกไม้ไปให้ซึ่งก็ทำแล้ว กล้าทำก็กล้ารับเถิดครับ ไม่ต้องสร้างภาพหลอก….ติดตามผลงานอาจารย์วรเจตมาตลอด ครับ ชอบมาก

Comments are closed.