◊ จับตา ‘การยึดทรัพย์’ จับตาการยืดได้หดได้ ของ ‘ทุนทางการเมือง’

โดย วิทยากร บุญเรือง

แม้แถลงการณ์ของ คปค. ยังคงสนับสนุนการค้าเสรี เช่นเดียวกับคณะรัฐประหารทุกชุดที่ผ่านมา แต่ขอบอกไว้ก่อนว่ามันไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ การลงทุนมันโยงใยกันจนครอบงำมิติทางการเมืองไปหมดแล้ว ถ้าเศรษฐกิจพัง ชนชั้นนำที่เล่นเกมการเมืองในครั้งนี้ก็พังหมด—นี่แหละที่ทำให้คนในเครือข่ายทักษิณตบเท้าเข้าประเทศ เพราะมั่นใจใน ‘มิติทางเศรษฐกิจ’ และไม่ต้องห่วง เมื่อนักธุรกิจล้มมันก็พร้อมที่จะลุกและมาเอาคืนเสมอ >>

คลายความมั่นใจไปให้นักลงทุนในชาติ – ต่างชาติไปอีกหนึ่งเฮือก (ซึ่งก็คาดการณ์กันไว้ล่วงหน้าพอสมควรแล้ว) หลังจากแถลงการณ์ของ คปค. ที่ยังคงสนับสนุนการค้าเสรี เช่นเดียวกับคณะรัฐประหารทุกชุดที่ผ่านมา และคงจะต้องเยียวยาผลกระทบจากการสะดุดของประชาธิปไตยครั้งนี้โดยเร่งด่วน ซึ่งจะต้องเป็นหน้าที่ของรัฐบาล ‘หอย-2’ หลัง คปค. ต้องถอยฉากแปรสภาพไปเป็น ‘คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ’ เป็น รปภ. คอยรักษาความปลอดภัยให้กับรัฐบาลและประเทศอย่างแข็งขัน

ตัวเก็งนายก ที่ล๊อกไว้ 3 สเปก คือ 1.มือเศรษฐกิจ 2. มือกฎหมาย 3.ผู้มากบารมี แนวโน้มทั้ง 3 มีความเป็นไปได้ทั้งสิ้น แต่คนในแวดวงธุรกิจ ภาวนาให้หวยออกที่หมายเลข 1 จะดีที่สุดแต่ถ้าหมายเลข 2 และหมายเลข 3 ออกมานั้นก็หมายถึงการตามล้างตามเช็ดระบอบทักษิณ ซึ่งก็จะหมายความว่า มิติทางอารมณ์การเมืองจะเหนือกว่ามิติทางเศรษฐกิจ

แต่ขอบอกไว้ก่อนว่ามันไม่ใช่เรื่องกล้วยๆ เงินตราจากการทุจริตเชิงนโยบายที่เป็นข้อหาหนักที่จะเอามาสนอง ‘มิติทางอารมณ์การเมืองนั้น’ มันไม่ได้เอาใส่ไหฝังดินไว้หลังบ้าน ที่จะไปยึดเมื่อไหร่ก็แค่หาจอบหาเสียมไปขุด … แต่การลงทุนมันโยงใยกันไปจนอีรุงตุงนัง และโลกโลกาภิวัฒน์หมุนไปเร็วมากจนเหมือนกับว่าในระดับโลก มิติทางเศรษฐกิจมันนำหน้าครอบงำมิติทางการเมืองไปหมดแล้ว ถ้าเศรษฐกิจพัง ชนชั้นนำที่เล่นเกมการเมืองในครั้งนี้ก็พังหมด แบบนี้จะเอาไหม? — นี่แหละที่ทำให้คนในเครือข่ายทักษิณตบเท้าเข้าประเทศ เพราะมั่นใจใน ‘มิติทางเศรษฐกิจ’ และไม่ต้องห่วง เมื่อนักธุรกิจล้มมันก็พร้อมที่จะลุกและมาเอาคืนเสมอ

เพราะมองๆ ไปในเครือข่ายของ ‘ทักษิณ’ แล้วธุรกิจผูกขาดใหญ่ๆ ก็ล้วนแล้วแต่นำเอาเครือญาติ-เครือข่ายไปเป็นตัวประกันไว้กับทักษิณและแบ่งสรรปันส่วน ‘เค้ก’ กันไว้พอสมควร — บนทุนนิยมผูกขาด การแข่งขันเป็นเพียง ‘ธรรมเนียม’ ที่ต้องจำใจ ‘แกล้ง’ แข่งกันไป แต่ในความเป็นจริงแล้ว พวกเขาล้วนแล้วแต่รุมสูบเลือดสูบเนื้อ ‘แรงงานกึ่งผู้บริโภค’ อย่างเราต่างหาก

แต่กลุ่มธุรกิจแรกๆ ที่ต้องโดน ‘Coup d’état Effect’ อย่างที่จะเลี่ยงเสียไม่ได้ ก็ได้แก่ เยาวภา วงศ์สวัสดิ์ ทั้ง MLINK ที่คอยเก็บงานจากโครงการภาครัฐด้านการสื่อสาร และอินดัสเทรียล ปาร์ค ที่คงจะถูกตรวจสอบอย่างหนัก พายัพ ชินวัตร ที่กร่างอยู่ในตลาดหุ้นในช่วงที่ตระกูลชินวัตรใหญ่คับประเทศ จนนักลงทุนด้วยกันเองยังหมั่นไส้ ก่อน Coup นั้นแกก็เริ่มถูกมองๆ ว่าคาบลูกคาบดอกเกี่ยวกับการปั่นหุ้น หลัง Coup คงจะไม่เหลือแน่ๆ และ ฮาวคัม มีเดีย ของ พานทองแท้ ชินวัตร ที่พึ่งประมูลผูกขาดงานผลิตสื่อโฆษณาในชานชาลารถไฟฟ้าใต้ดินได้ถึง 18 สถานี — เครือญาติทักษิณยังไงก็จะต้องโดนก่อน ตามธรรมเนียม ‘ผู้แพ้ในเกมแรก’ และในลิสต์รายต่อๆ มาก็คนใกล้ชิดที่ร่วมกันได้ผลประโยชน์จากนโยบายของรัฐ

Thai coup 2006 การปะทะทางความคิดแห่งยุคสมัยครั้งล่าสุดนี่แหละจะเป็นตัววัดว่า ‘มิติทางเศรษฐกิจ’ กับ ‘มิติอารมณ์ทางการเมือง’ อะไรจะเหนือกว่ากัน ถ้าแตกหักแบบถึงรากถึงโคน กำจัดนายทุนสามานย์ได้หมด ล้างบางประเทศไทยให้ปราศจากแบคทีเรีย .. ผู้ก่อการครั้งนี้คงจะหนีตำแหน่ง ‘วีระบุรุษ-วีระสตรี’ แห่งสยามประเทศไปไหนไม่พ้น

แต่ถ้าเริ่มคิดหน้าคิดหลังถึง ‘มิติทางเศรษฐกิจทุนนิยม’ แล้วผลักดันให้จบแบบ ‘ปาหี่’ ยึดทรัพย์แบบไม่ให้กระทบเศรษฐกิจในวงกว้าง ชุบตัวให้นายทุนสามานย์ที่คอยพยุงเศรษฐกิจทุนนิยมที่ผลประโยชน์ตกอยู่กับชนชั้นนำต่อไป เขาและเธอทั้งหลายก็คงถูก ‘ท่านมุ้ย’ ดึงตัวไปเล่นหนังเรื่อง ‘บางระจัน – ภาคพิสดาร’ — และประชาชนส่วนใหญ่ก็คงจะรู้สึกว่า เสียดายน้ำมันรถถังกับแบ็ตเตอรรี่กล้องดิจิตอลชิบเป๋ง😉

โชคดีครับพี่น้อง …

ข้อมูลที่น่าสนใจ ประกอบการวิเคราะห์สถานการณ์ ‘ยึดทรัพย์และการ ยืดหดตามอำนาจของกลุ่มทุน

2 thoughts on “◊ จับตา ‘การยึดทรัพย์’ จับตาการยืดได้หดได้ ของ ‘ทุนทางการเมือง’

  1. คุณหญิงจารุวรรณ บ้าอำนาจเกินไปหรือเปล่า คนอย่างนี้หาความเป็นกลางยากนะ มีแต่ความแค้นที่รอวันเอาคืน และแล้ววันนั้นก็มาถึง เป็นรองประธานกรรมการตรวจสอบ แต่ไม่เห็นหัวประธาน นิสัยเสียอย่างนี้เอามาทำงานรับใช้ชาติได้อย่างไรกัน จารุวรรณ…….ออกไป จารุวรรณ…….ออกไป จารุวรรณ…….ออกไป จารุวรรณ…….ออกไป จารุวรรณ…….ออกไป จารุวรรณ…….ออกไป

  2. ลดความต้องการลด ความโลภก็จะลดตาม

Comments are closed.