◊ ม.เที่ยงคืนแต่งดำฉีกธรรมนูญชั่วคราว คปค. ลั่นประชาชนต้องกำหนดรัฐธรรมนูญเอง


นักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนในชุดดำ นำโดย รศ.สมเกียรติ ตั้งนโม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน,ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ และคณาจารย์ได้รวมกันเพื่อแถลงข่าวหัวข้อ “ประชาชนต้องกำหนดรัฐธรรมนูญ” ที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน จ.เชียงใหม่ โดยมีรองศาสตราจารย์ สมเกียรติ ตั้งนโม คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอธิการบดี ม.เที่ยงคืน เป็นผู้อ่านแถลงการณ์ >>



วันนี้ 28 ก.ย. ที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน นักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนในชุดดำ นำโดย รศ.สมเกียรติ ตั้งนโม อธิการบดีมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน,ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ และคณาจารย์ได้รวมกันเพื่อแถลงข่าวหัวข้อ “ประชาชนต้องกำหนดรัฐธรรมนูญ” ที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน จ.เชียงใหม่ โดยมีรองศาสตราจารย์ สมเกียรติ ตั้งนโม คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และอธิการบดี ม.เที่ยงคืน เป็นผู้อ่านแถลงการณ์
โดย รศ.สมเกียรติกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เมื่อมีการรัฐประหาร ม.เที่ยงคืนได้ออกแถลงการณ์แสดงปฏิกิริยาไม่เห็นด้วยกับรัฐประหาร และวันนี้จะเป็นการออกแถลงการณ์ฉบับที่ 2 หัวข้อ “ประชาชนต้องกำหนดรัฐธรรมนูญ” ซึ่งสาระสำคัญจากแถลงการณ์ดังกล่าวเห็นว่าการยึดอำนาจและการฉีกรัฐธรรมนูญปี 2540 ของ คปค. เป็นการทำลายหลีกการสำคัญของการปกครองและพัฒนาการระบอบประชาธิปไตย นอกจากนี้ในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ แม้จะเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วม แต่ คปค. ก็ยังคงมีอำนาจตัดสินใจในขั้นสุดท้าย

“และด้วยกฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งกฎอัยการศึกและคำสั่งจำนวนมาก จึงทำให้เห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญจากกระบวนการของ คปค. จะไม่สามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตย ซึ่งการทำรัฐธรรมนูญมิใช่เพียงแค่ให้ประชาชนมาประชุมกัน แต่ต้องเป็นสังคที่มีเงื่อนไขเอื้อให้ประชาชนสามารถผลักดันนโยบายหรือความเห็นของตนโดยอิสระ อันจะเกิดขึ้นก็แต่ในสังคมที่มีการเคารพสิทธิเสรีภาพเท่านั้น”รศ.สมเกียรติ กล่าวอีกว่า เพื่อการนำสังคมไทยกลับคืนสู่ครรลองของระบอบประชาธิปไตย มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเห็นว่าต้องดำเนินการดังต่อไปนี้คือ หนึ่ง รัฐชั่วคราวต้องทำหน้าที่เพียงแค่จัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้น เนื่องจากไม่ได้เป็นรัฐบาลที่มาตามวิถีทางประชาธิปไตยจึงไม่ควรดำเนินบทบาทอื่นใดที่ไม่มีความจำเป็น สอง ภายหลังจากการเลือกตั้ง คปค. ต้องสลายตัวไปจากการเมืองโดยทันทีและต้องไม่แฝงตัวอยู่ในระบอบการเมือง เช่น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ เป็นต้น สามหน้าที่สำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งก็คือ การทำให้เกิดการปฏิรูปการเมืองที่ต้องดำเนินไปอย่างอิสระและไม่ถูกควบคุมไว้โดย คปค. หากประชาชนเป็นผู้กำหนดรัฐธรรมนูญด้วยตนเองโดยตอนท้ายของแถลงการณ์ระบุว่า มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเชื่อว่าการปฏิรูปการเมืองและรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นใหม่ ภายใต้ “ระบบ” ที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมและตัดสินใจ จะเป็นหลักประกันในการเข้าถึงและการใช้อำนาจอย่างเท่าเทียม สามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม อันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งของสังคมในการเผชิญหน้ากับความยุ่งยากต่างๆ มากกว่าการพึ่งพิงอำนาจนอกระบบ โดยมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเรียกร้องให้สังคมไทย ร่วมกันกดดันเพื่อให้รัฐบาลชั่วคราวที่จะเกิดขึ้นทำหน้าที่เพียงจัดการเลือกตั้งและนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองที่จะเป็นอิสระจากการควบคุมของ คปค. ต่อไป

โดยหลังจากนั้นคณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืน ได้ฉีกธรรมนูญชั่วคราวที่กำลังจะนำเสนอของ คปค. โดยระบุว่าไม่เห็นด้วยกับรัฐธรรมนูญฉบับนี้ ด้วยเราไม่อาจย้อนกลับเวลาไปได้ แต่เราสามารถสร้างอนาคตของเราได้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นอุบัติการทางการเมืองที่ภาคประชาชนไม่มีส่วนเกี่ยวข้อง มีแต่ได้รับความเสียหาย ถูกริบประชาธิปไตย เสรีภาพ สิทธิ และสิ่งอื่นๆ ทั้งหมดที่เคยเป็นสิทธิโดยธรรมชาติ ด้วยการรัฐประหารของคณะรัฐประหารชุดหนึ่ง แม้เราจะแก้ไขไม่ได้ เราขอเป็นก้าวเล็กๆ ที่จะบอกว่าเราไม่ยินยอมที่จะถูกปล้นสิทธิตามธรรมชาติของเรา 1.ไม่โปร่งใส 2.ไม่มีส่วนร่วม 3.ไม่มีการรับรอง หรือความชอบธรรมโดยผ่านประชามติ


“ที่รัฐธรรมนูญต้องผ่านประชามตินั้น เป็นเพราะประชาธิปไตยเติบโตขึ้นมากกว่า 16 ปีที่แล้ว ดังนั้นรัฐธรรมนูญฉบับใดก็ตามรวมทั้งธรรมนูญฉบับนี้ด้วย จึงเป็นแนวคิดของนักรัฐประหารในโลกล้าหลัง ที่เราไม่อาจยอมรับได้ ความไม่โปร่งใส ความไม่มีส่วนร่วม และการไม่ถูกรับรองโดยประชาชน เราไม่สามารถยินยอมให้คน 4-5 คนปิดห้องประชุมแล้วเขียนธรรมนูญมาปกครองคน 60 ล้านคนในหนึ่งปี เราไม่ยินยอมให้คน 4-5 คนทำอะไรโดยที่เราไม่มีส่วนร่วม โดยที่เราไม่รับรอง โดยที่เราไม่มีฉันทานุมัติ เราจึงขอทำลายธรรมนูญชั่วคราวฉบับนี้” รศ.สมเกียรติกล่าว ก่อนที่คณาจารย์มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนจะพากันฉีกธรรมนูญชั่วคราวฉบับ คปค.


หลังจากนั้นผู้สื่อข่าวได้ถาม ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ ชาวบ้านไม่มีความรู้ความเข้าใจในการร่างรัฐธรรมนูญ ทำอย่างไรที่จะทำให้ชาวบ้านเข้าใจกระบวนการ ศ.ดร.นิธิ กล่าวว่า จริงๆ แล้วแม้แต่พวกเราที่ได้รับการศึกษาก็ไม่อาจร่างรัฐธรรมนูญได้ คือการร่างรัฐธรรมนูญมันเป็นเทคนิคเหมือนการตัดผม เราก็ตัดผมไม่เป็น ก็ต้องอาศัยคนมีความรู้ความสามารถทางด้านเทคนิค แต่เขาไม่ได้คิดว่ามันควรมีเงื่อนไขอะไร ถามว่าประชาชนรากหญ้ารู้ไหมว่าควรมีเงื่อนไขอะไรในรัฐธรรมนูญถึงจะทำให้เขาเงยหน้าอ้าปากได้ คิดว่าเขารู้ แต่ให้เขาลงไปนั่งเขียนกฎหมายเขาทำไม่ได้หรอกแต่เขาบอกได้ว่าต้องการอะไร


“ดังนั้นจะทำอย่างไรให้เขาเปิดเงื่อนไขของเขาได้ ผมคิดว่าเราต้องเปิดให้มีกระบวนการทางสังคม เช่น ถ้าสมัชชาคนจนอยากคัดค้านเรื่องเขื่อน การปิดป่า ต้องให้เขาเคลื่อนไหว เพราะจากความต้องการเหล่านี้ จะสะท้อนว่าเราจะกำหนดเงื่อนไขทางกฎหมายอย่างไร ถึงจะอยู่ร่วมกันโดยสันติและทุกคนได้ส่วนแบ่งของทรัพยากรที่เป็นธรรมรัฐ พอพูดถึงกระบวนการผมคิดว่าไม่ใช่แค่เอาประชาชนมาประชุม แต่กระบวนการที่ว่าคือกระบวนการทางสังคมและการเมืองที่ปล่อยให้กลุ่มต่างๆ เรียกร้องสิ่งที่เขาต้องการ และพวกช่างตัดผมจะได้สามารถเขียนกฎหมายมาตอบสนองเงื่อนไขนี้ได้”
นอกจากนี้ รศ.สมเกียรติ ตั้งนโม ได้กล่าว่าขณะนี้มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนได้เปิดกระดานร่างรัฐธรรมนูญฉบับลงขันที่เว็บไซต์ http://www.midnightuniv.org ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน และประชาชนสามารถเสนอปัญหาเชิงนโยบาย หรือปัญหาด้านทรัพยากรเขาสามารถส่งมาทางช่องทาง ตู้ ป.ณ.196 มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ 50202


“นี่คือสิ่งที่เป็นแนวทางเชิงปฏิบัติ ที่มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนเตรียมไว้ให้กับประชาชน ในการร่วมกันลงขันสร้างรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน”
มีผู้สื่อข่าวถามคณาจารย์ ม.เที่ยงคืนว่า ตามที่มีการชุมนุมเกิน 5 คนในมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ธรรมศาสตร์ และจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยของปัญญาชน ชนชั้นกลางในเมืองนั้น ทางคณาจารย์มีคำแนะนำการอารยะขัดขืนสำหรับพี่น้องในชนบทอย่างไรบ้าง ศ.ดร.นิธิ เอียวศรีวงศ์ กล่าวตอบว่าผมสถานการณ์แบบนี้เปิดโอกาสให้คนข้างล่างเคลื่อนไหวได้ยาก เพราะคนในเมืองถูกมองว่าเป็นพันธมิตร แต่กับคนชนบท คปค. แยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร แต่ต้องยืนยันในสิทธิ การฉีกสิ่งที่เป็นคำสั่งที่เรามิอาจรับได้นั้นจำเป็นต้องทำ อารยะขัดขืนคือการที่คุณไม่ยอมรับคำสั่งที่คุณเห็นว่าไม่ชอบธรรมและเป็นสิทธิ ซึ่งจนถึงนาทีนี้ พวก คปค. ก็ยังไม่ได้ลงโทษใครอย่างรุนแรง อย่างที่มีชาวบ้านยกมาจากเพชรบูรณ์ ทหารก็เกลี้ยกล่อมให้กลับแต่เขาก็ไม่ได้ยิง เพราะฉะนั้นผมคิดว่าคนชนบท เช่นกลุ่มที่จัดตั้งไว้แล้วอย่าหยุดเคลื่อนไหว ให้ทำต่อไป อย่างกรณีสมัชชาคนจน ช่วงก่อนรัฐประหารเขาก็มีการเตรียมเรื่องการปฏิรูปการเมือง มีการประชุมเพื่อกำหนดข้อเรียกร้องต่อสาธารณะ ผมคิดว่าอย่าหยุด ต้องทำต่อไปเมื่อผู้สื่อข่าวตั้งคำถามอีกว่า หาก คปค. คิดจะครองอำนาจนานเราควรทำอย่างไร ศ.ดร.นิธิกล่าวว่า ข้อที่เราทุกคนควรวิตกคือเมื่อไหร่ก็ตามที่เราให้อำนาจที่ไม่สามารถตรวจสอบ ทัดทานได้ ผมคิดว่า “อย่าไว้ใจแม่งทั้งนั้น”นอกจากนี้ ผศ.สมชาย ปรีชาศิลปกุล คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ และนักวิชาการมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน กล่าวว่า หากใครได้อ่านรัฐธรรมนูญชั่วคราวที่มีชัย ฤชุพันธ์ สรุปออกมานั้นจะเห็นว่า คปค.ยังคงแฝงร่างอยู่ในสังคมไทยต่อไป อาทิ การร่างรัฐธรรมนูญที่ให้มีสมัชชาแห่งชาติ 200 คนสุดท้าย หลังจากนั้นจะมีการดำเนินการต่อโดย คปค.ซึ่งจะเปลี่ยนเป็นคณะมนตรีแห่งชาติที่พิจารณาคัดเลือก 100 คน ซึ่งในขั้นตอนการร่างรัฐธรรมนูญโดยกรรมาธิการ จะมีการเลือกกันเองอีก 25 คน แต่คณะมนตรีแห่งชาติเลือกอีก 10 คน เพราะฉะนั้นหากอ่านจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวดังกล่าว เราจะเห็นว่า คปค.จะเข้ามามีส่วนควบคุมโดยปราศจากการตรวจสอบในสังคมไทยต่อไปอีกนาน

เปิดแถลงการณ์ของมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน “ประชาชนต้องกำหนดรัฐธรรมนูญ”

ประชาชนต้องกำหนดรัฐธรรมนูญ


การยึดอำนาจและการฉีกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.2540 โดย คปค. เป็นการทำลายหลักการสำคัญของการปกครองและพัฒนาการระบอบประชาธิปไตยในสังคมไทยลงอีกครั้งหนึ่ง ไม่ว่าการกระทำนี้จะทำลงไปด้วยข้ออ้างหรือเหตุผลใดก็ตาม เพราะเป็นการเปลี่ยนแปลงที่มิได้เป็นไปตามครรลองของระบอบประชาธิปไตย

คปค. เสนอแนวทางในการนำสังคมไทยกลับคืนภาวะปกติภายหลังการยึดอำนาจด้วยการเสนอให้มีการจัดตั้งสภาร่างรัฐธรรมนูญ โดยจะใช้ระยะเวลาในการจัดทำรัฐธรรมนูญอย่างน้อย 8 เดือน 15 งัน เมื่อได้รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ก็จะจัดให้มีการเลือกตั้ง และภายหลังจากนั้นจึงกลับคืนไปสู่ระบอบรัฐสภา โดยในระหว่างนี้จะมีรัฐบาลที่มาจากการแต่งตั้งทำหน้าที่บริหารบ้านเมือง

จะเห็นได้ว่าตามแนวทางดังกล่าว คปค. ยังคงมีอำนาจในการควบคุมการร่างรัฐธรรมนูญทั้งโดยตรงและโดยอ้อม แม้จะเปิดให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมแต่ คปค. ก็ยังคงมีอำนาจตัดสินใจในขั้นสุดท้าย และด้วยกฎหมายที่จำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน ทั้งกฎอัยการศึกและคำสั่งจำนวนมาก จึงทำให้เห็นได้ว่ารัฐธรรมนูญจากกระบวนการของ คปค. จะไม่สามารถสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตย ต้องเข้าใจว่าการจัดทำรัฐธรรมนูญมิใช่เพียงแค่การให้ประชาชนมาประชุมกัน แต่ต้องเป็นสังคมที่มีเงื่อนไขเอื้อให้ประชาชนสามารถผลักดันนโยบายหรือความเห็นของตนได้โดยอิสระ อันจะเกิดขึ้นก็แต่ในสังคมที่มีการเคารพเสรีภาพเท่านั้น

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนมีความเห็นว่าในการนำสังคมไทยกลับคืนสู่ครรลองของระบอบประชาธิปไตย ต้องดำเนินการดังต่อไปนี้

1.การจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราวที่กำลังจะเกิดขึ้น รัฐบาลชุดนี้ต้องมีหน้าที่เพียงแค่จัดการเลือกตั้งให้เกิดขึ้นในระยะเวลาอันสมควร ที่เพียงพอต่อการเตรียมการให้กระบวนการเลือกตั้งเป็นไปโดยบริสุทธิ์ยุติธรรม เนื่องจากมิได้เป็นรัฐบาลที่มาตามวิถีทางแห่งประชาธิปไตยจึงไม่ควรดำเนินบทบาทอื่นใดที่ไม่มีความจำเป็น

2.ภายหลังจากการเลือกตั้ง คปค. ต้องสลายตัวไปจากการเมืองทันทีและต้องไม่แฝงตัวอยู่ในระบอบการเมือง ไม่ว่าจะเป็นภายใต้ชื่อหรือรูปแบบอื่นใด เช่น คณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ เป็นต้น

3.หน้าที่สำคัญของรัฐบาลชุดใหม่ที่มาจากการเลือกตั้งก็คือ การทำให้เกิดการปฏิรูปการเมืองที่ดำเนินไปอย่างอิสระและไม่ถูกควบคุมไว้โดย คปค. หากประชาชนเป็นผู้กำหนดรัฐธรรมนูญด้วยตนเอง

การแก้ปัญหาความแตกแยกและความรุนแรงในสังคมไทยเป็นประเด็นสำคัญของการปฏิรูปการเมือง อันจะทำให้ระบอบประชาธิปไตยเกิดขึ้นมาและดำรงอยู่อย่างมั่นคง มิฉะนั้น ก็จะมีความตึงเครียดในความสัมพันธ์ระหว่างคนต่างกลุ่มซึ่งมีอำนาจที่ไม่เท่าเทียมกัน มีความได้เปรียบเสียเปรียบอย่างสูงระหว่างผู้กุมอำนาจอยู่ในมือกับผู้มีอำนาจน้อยหรือปราศจากอำนาจ มีการดำเนินนโยบาย “ประชานิยมจอมปลอม” เพื่อคะแนนเสียง และเกิดการใช้อำนาจรัฐโดยปราศจากกระบวนการควบคุมตรวจสอบที่มีประสิทธิภาพและปราศจากการมีส่วนร่วมอย่างแท้จริงของภาคประชาชน อันอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งที่รุนแรงและเกิดการรัฐประหารซ้ำซากในอนาคต

ซึ่งการปฏิรูปการเมืองและรัฐธรรมนูญที่ร่างขึ้นใหม่ ภายใต้ “ระบบ” ที่ประชาชนสามารถมีส่วนร่วมและตัดสินใจ จะเป็นหลักประกันในการเข้าถึงและการใช้อำนาจอย่างเท่าเทียม สามารถตอบสนองต่อปัญหาและความต้องการของประชาชนทุกกลุ่ม อันจะเป็นการสร้างความเข้มแข็งของสังคมในการเผชิญหน้ากับความยุ่งยากต่างๆ มากกว่าการพึ่งพิงอำนาจนอกระบบ

มหาวิทยาลัยเที่ยงคืนขอเรียกร้องให้สังคมไทย ร่วมกันกดดันเพื่อให้รัฐบาลชั่วคราวที่จะเกิดขึ้นทำหน้าที่เพียงจัดการเลือกตั้งและนำไปสู่การปฏิรูปการเมืองที่เป็นอิสระจากการควบคุมของ คปค. ต่อไปมหาวิทยาลัยเที่ยงคืน
28 กันยายน 2549