◊ 4 สมาคมสื่อ ร้อง คปค.ขอสิทธิเสรีภาพ ไม่น้อยกว่า รัฐธรรมนูญ 2540

4 สมาคมวิชาชีพสื่อ ทำจดหมายเปิดผนึกถึง คปค. ทวงสิทธิเสรีภาพไม่น้อยกว่าที่ให้ไว้ใน รัฐธรรมนูญ 2540 พร้อมประกาศไม่ร่วมสังฆกรรมกับสื่อรับใช้การเมือง >>


วันที่26 ก.ย. องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 4 องค์กร ได้แก่ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย และ สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย ประชุมหารือร่วมกันและแสดงความห่วงใยต่อสถานการณ์บ้านเมืองที่ยังไม่กลับเข้าสู่ภาวะปกติ อีกทั้งยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับการยกร่างธรรมนูญการปกครองชั่วคราว ที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) กำลังจะประกาศใช้บังคับ รวมถึงการจัดตั้งรัฐบาลชั่วคราว และการร่างรัฐธรรมนูญใหม่
ที่ประชุมเห็นร่วมกันในเบื้องต้น คือสนับสนุนการออกจดหมายเปิดผนึกและแถลงการณ์ ที่สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้เผยแพร่ไปก่อนหน้านี้ เมื่อวันที่ 21 และ 24 กันยายน 2549พร้อมกันนี้ ที่ประชุมของทั้ง 4 องค์กรวิชาชีพ ยังมีข้อเสนอแนะและข้อเรียกร้องไปยังคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ดังนี้

1. เพื่อแสดงความจริงใจและเป็นบทพิสูจน์ว่า คปค.ต้องการส่งเสริมระบอบประชาธิปไตย ขอให้ คปค.ได้บัญญัติหลักการสำคัญเพื่อสร้างหลักประกันรับรองสิทธิเสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงความคิดเห็นของสื่อมวลชนและประชาชนโดยรวม ลงในธรรมนูญชั่วคราวและหลักการนั้นไม่ควรน้อยกว่าที่เคยบัญญัติไว้ในรัฐธรรมนูญปี พ.ศ.2540

2. องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 4 องค์กร มีมติร่วมกันที่จะจัดตั้งคณะทำงาน ประกอบด้วย ผู้แทนจากองค์กรวิชาชีพแต่ละแห่ง เพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน โดยในระยะยาว จะมีการศึกษาและรวบรวมประเด็นสำคัญที่เกี่ยวข้องกับการทำหน้าที่และสิทธิเสรีภาพของประชาชนและสื่อมวลชน รวมทั้งผลักดันการปฏิรูปสื่อ เพื่อนำเสนอให้ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดำเนินการต่อไป

3.องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชนทั้ง 4 องค์กร ขอประณามและปฏิเสธความเกี่ยวข้องกับสื่ออื่นใดที่เป็นเครื่องมือนักการเมือง และมีพฤติกรรมขัดต่อหลักจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ดังนั้น ในขณะที่สถานการณ์บ้านเมืองยังไม่เข้าสู่ภาวะปกติ คณะปฏิรูปการปกครองฯ จะต้องระมัดระวังมิให้มีการฉกฉวยโอกาสของกลุ่มบุคคลดังกล่าว มาทำให้สื่อมวลชนในภาพรวมเสียหาย หรือเหมารวมว่าเป็นปัญหาของสื่อทั้งระบบ จนอาจกลายเป็นข้ออ้างให้คณะปฏิรูปการปกครองฯ มีการปฏิบัติที่ลิดรอนสิทธิเสรีภาพของสื่อมวลชน