◊ ‘มิ่งขวัญ’พร้อมบอร์ด อสมท.ประกาศลาออกยกชุด


ผลของค่ำคืน 19 ก.ย.49 ยังแรง ‘มิ่งขวัญ’ และบอร์ดลาออกยกชุด ระบุ เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีผล 27 ก.ย. >>


เมื่อเวลา 16.45 น. วันที่ 26 กันยายน นายเรวัต ฉ่ำเฉลิม ประธานคณะกรรมการ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน)แถลงว่า การประชุมบอร์ด ครั้งที่ 16/2549 มีวาระเดียว คือ เรื่องรายงานเหตุการณ์วันที่ 19 กันยายน จากเหตุการณ์วันนั้น นายมิ่งขวัญ แสงสุวรรณ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท อสมท จำกัด (มหาชน) ได้รายงานการปฏิบัติงานของโมเดิร์นไนน์ทีวี ให้ที่ประชุมได้รับทราบ และเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ประธานคณะกรรมการ รองประธานคณะกรรมการ และกรรมการ รวมทั้งนายมิ่งขวัญ ขอลาออกจากตำแหน่งด้วย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 27 กันยายน เป็นต้นไป
นายเรวัต กล่าวว่า หลังจากผู้บริหารทั้งหมดของ อสมท ลาออก ได้มอบหมายให้ นายชิตณรงค์ คุณะกฤดาธิการ รองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ อสมท รักษาการตำแหน่งกรรมการผู้อำนวยการใหญ่แทน ขณะที่กรรมการทั้งชุด จะยังรักษาการไปจนกว่าจะมีบอร์ดชุดใหม่เข้ามาทำหน้าที่แทน

เหตุการณ์เมื่อค่ำวันที่ 19 กันยายน ในระหว่างที่ คปค.เตรียมออกแถลงการณ์ นายมิ่งขวัญยอมให้ พ.ต.ท.ทักษิณ ออกแถลงการณ์ประกาศภาวะฉุกเฉินจากประเทศสหรัฐอเมริกา ทั้งที่ในเวลานั้นทหารได้ควบคุมพื้นที่ห้องส่ง อสมท ไว้แล้ว

2 thoughts on “◊ ‘มิ่งขวัญ’พร้อมบอร์ด อสมท.ประกาศลาออกยกชุด

  1. ช่วงเวลานั้นจะรู้ได้อย่างไรว่า พวกเดนมนุษย์ที่ติดอาวุธเหล่านั้นไม่ใช่พวกกบฎ
    เค้าทำหน้าที่ของเค้าก็ถูกต้องดีแล้ว
    พวกที่สมควรลาออกคือพวกที่มาปล้นประชาธิปไตยมากกว่า

  2. ข้อเสนอของประชาชนไทยเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง ต่อ

    คณะปฎิรูปการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.)

    ตามที่ คณะบุคคลได้ใช้กำลังพลของกองทัพ พร้อมอาวุธ ยุทโธปกรณ์ กระจายกำลังยึด พื้นที่กรุงเทพมหานคร และสถานีวิทยุโทรทัศน์ โดยเรียกตนเองว่าคณะปฎิรูปการเมืองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประ
    มุขและประกาศแก่ประชาชนทั้งประเทศว่า ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญ ยกเลิกสภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา ศาลรัฐธรรมนูญ และคณะรัฐมนตรี ที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชนเสียงข้างมาก เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2549 นั้น ถือเป็นการปล้นชิงอำนาจอธิปไตยจากประชาชนเยี่ยงโจร

    คณะบุคคลดังกล่าวมีอำนาจอะไร ถึงสามารถออกกฎ ออกคำสั่งให้ประชาชนไทยต้องทำอะไร และไม่ต้องทำอะไร เป็นรายชั่วโมง รายวัน ตามความประสงค์ของคณะบุคคลเพียงหยิบมือเดียว….ถ้ามิใช่อำนาจของกองกำลังที่ตรึงพื้นที กทม. พร้อมอาวุธ ยุทโธปกรณ์ที่ใช้กดดัน ขมขู่ ประชาชนผู้รักชาติรักประชาธิปไตยมิให้ออกมาคัดค้าน ทวงคืนอำนาจอธิปไตยที่เป็นของประชาชนอยู่เดิม

    ประชาชนเรา ไม่อนุญาตให้คณะบุคคลดังกล่าวใช้คำว่า คณะปฎิรูปการเมืองในระบอบประชาธิปไตย เพราะว่า
    ประการแรก พวกท่านทั้งหลายมิได้ใช้วิธีการการปฎิรูปตามที่อ้าง แต่กลับใช้กำลังอาวุธเข้าปล้นชิงอำนาจอธิปไตยจากประชาชน
    ประการที่สอง พวกท่านไม่รู้อะไรเกี่ยวกับการเมือง เพราะตลอดชีวิตของท่านเชี่ยวชาญแต่การสงคราม รู้แต่การใช้กำลัง ข่มขู่ เข่นฆ่า คู่ต่อสู้ และ
    ประการที่สาม ประชา+อธิปไตย หมายถึงอำนาจอธิปไตยเป็นของประชาชน การใช้อำนาจนี้ต้องได้รับฉันทานุมัติจากประชาชนโดยเสียงข้างมากจากการเลือกตั้งเท่าน
    ั้น คณะของพวกท่านไม่มีสิทธิ์ใช้อำนาจนี้ และมิอาจอ้างสิทธิ์ใช้อำนาจนี้ด้วยการใช้กองกำลังและอาวุธ ยุทโธปกรณ์กดหัว ประชาชนให้จำนนต่อ อำนาจกระบอกปืนของพวกท่าน

    ในนามประชาชน ผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง ขอเสนอให้ท่านปฎิบัติดังต่อไปนี้..

    1.ถอนกำลังพลและอาวุทธ ยุทโธปกรณ์กลับสู่กรมกอง โดยทันที และไม่มีเงื่อนไข ให้ยุติการสร้างภาพโดยการ รณรงค์และกะเกณฑ์ผู้คนที่ไม่เดียงสาทางการเมืองไปมอบดอกไม้ให้ทหาร ราวกับว่า การปล้นอำนาจของประชาชนเป็นสิ่งที่ควรยกย่อง ชื่นชม

    2.ให้ยุติความพยายามใดๆ ที่จะยกร่างและประกาศใช้ธรรมนูญการปกครอง ตามแบบฉบับของเผด็จการทหารในอดีต

    3.ประกาศใช้รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี พ.ศ. 2540 ในทันที และไม่มีเงื่อนไข

    4.ประกาศให้มีการเลือกตั้ง ภายใน 120 วัน นับจากวันวันที่ 19 กันยายน 2549 ซึ่งเป็นวันพวกท่านปล้นอำนาจไปจากประชาชน

    5.ประชาชนอนุญาตให้ท่านแก้ไขรัฐธรรมนูญ บทเฉพาะกาลเพื่อให้ท่านเป็นรัฐบาลรักษาการเพียง 120 วัน ซึ่งนับเป็นความกรุณาอย่างสูงแล้ว

    6.ประชาชนอนุญาตให้ท่านแก้ไข รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย ปี 2540 มาตรา 313 เพื่อเปิดช่องทางให้กระบวนการทางประชาธิปไตยสามารถ ดำเนินการแก้รัฐธรรมนูญตามครรลองของรัฐธรรมนูญ ซึ่งจะกระทำกันหลังการเลือกตั้ง แล้วเท่านั้น

    ท่านมีหน้าที่ที่จะต้องปฎิบัติตามข้อเสนอทั้ง 6 ข้อนี้เท่านั้น ท่านไม่มีสิทธิ์ต่อรองและปฎิเสธข้อเสนอนี้ และอย่าคิดว่ากำลังอาวุธที่ท่านใช้กดหัวประชนอยู่ในขณะนี้นั้น จะน่ากลัว น่าเกรงขาม ยิ่งกว่าจิตวิญญาณแห่งการรักประชาธิปไตย และความหวงแหนในเสรีภาพ และอย่าได้เชื่อว่า บรรดาสื่อมวลชนและประชาชน นักวิชาการที่ชื่นชอบและมอบดอกไม้ให้ท่าน จะสนับสนุนท่านไปตลอดรอดฝั่ง ในช่วงที่ผ่านมาพลังแห่งประชาธิปไตยที่แท้จริงยังมิได้แสดงตน หากท่านยังดื้อดึง และปฎิเสธข้อเสนอจากประชาชน พลังแห่งประชาธิปไตยที่แท้จริงมิอาจให้ความเมตตาแก่ท่านได้ ท่านจะต้องพบจุดจบที่น่าอนาถอย่างแน่นอน

    ในนามประชาชนชาวไทยผู้เป็นเจ้าของอำนาจอธิปไตยที่แท้จริง

Comments are closed.