◊ สมัชชาเหมืองฝายล่ม หวั่นกระทบคำสั่งห้ามชุมนุม


สมัชชาเหมืองฝายเหนือล่ม หวั่นกระทบคำสั่งห้ามชุมนุม และเกรงกลุ่มคนรักทักษิณหยิบยกมาเป็นข้ออ้าง พร้อมค้านหาก คปค.ขานรับโครงการรัฐบาลชุดเดิม เช่น โครงการไนท์ซาฟารี โครงการพืชสวนโลก หรือข้อตกลงการค้าเสรี(FTA)>>



ตามที่ ประชาไท รายงานว่า มีการเตรียมจัดงานสมัชชาเหมืองฝาย ที่สนามกีฬา 700 ปี จ.เชียงใหม่ ในระหว่างวันที่ 28-29 ก.ย.นี้ โดยคาดว่าจะมีกลุ่มเหมืองฝายทั่วภาคเหนือเข้าร่วมกว่า 500 คน โดย นายนิคม พุทธา กรรมการมูลนิธิคุ้มครองสัตว์ป่าและพรรณพืชแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชินูปถัมภ์ และโครงการจัดการลุ่มน้ำปิงตอนบน ได้เปิดเผยก่อนหน้านี้ว่า งานประชุมสมัชชาเหมืองฝาย ได้มีการเตรียมการมานานแล้ว ก่อนการจะมีคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) และคิดว่าน่าจะมีการจัดงานประชุมสมัชชาเหมืองฝายได้เพราะเนื้อหา รูปแบบ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเมือง นั้น
ล่าสุด นายนิคม ได้เปิดเผยกับประชาไท ว่า หลังจากที่ได้มีการประชุมหารือกับทางตัวแทนสมาชิกสมัชชาเหมืองฝายแล้ว ทุกคนได้ลงมติกันว่า ขอเลื่อนการประชุมออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากติดปัญหาเรื่องการห้ามชุมนุม ของ คปค. อีกทั้งหลายคนหวั่นเกรงกันว่า หากมีการจัดประชุมสมัชชาเหมืองฝาย ที่จะจัดขึ้นที่ สนามกีฬา 700 ปี นั้น และหวั่นเกรงว่าอาจจะทำให้กลุ่มคนรักทักษิณได้หยิบยกประเด็นนี้มาใช้เป็นข้ออ้างโจมตีได้ ดังนั้น จึงขอเลื่อนการประชุมดังกล่าวเอาไว้ก่อน

ในขณะที่ นายชัยพันธุ์ ประภาสวัต ผู้อำนวยการสถาบันเพื่อสิทธิชุมชน กล่าวว่า การจัดงานสมัชชาเหมืองฝายที่เตรียมการจะจัดขึ้นนั้น คงจะเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำหนด เนื่องจากติดปัญหาของ คปค.ซึ่งมีคำสั่งห้ามการชุมนุม ห้ามการรวมกลุ่ม และคณะผู้จัดงานเกรงว่าหากจัดงานในช่วงนี้อาจจะเป็นการวุ่นวายรบกวนชาวบ้าน อย่างไรก็ตามเมื่อมีรัฐบาลรักษาการก็คงต้องมีการทำงาน มีการจัดเวทีต่อ

“สมัชชาเหมืองฝายเองก็ต้องเคลื่อนร่วมกับภาคีอื่นที่เคลื่อนไหวเพื่อสิทธิของชุมชนด้านการจัดการบริหารป่าไม้ ที่ดิน การจัดการน้ำ ตลอดจนเข้าไปมีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อกำหนดชะตากรรมภาคประชาชน โดยการปฏิรูปการเมืองต้องเข้าไปแก้จุดอ่อนนี้ตรงนี้ เราต้องรักษามาตรา 46 ตามรัฐธรรมนูญปี 2540 ให้คงอยู่และทำให้มากกว่านี้ เช่นกำหนดให้มีการออกกฎหมายลูกออกมารองรับ นายชัยพันธุ์กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ คปค.ได้แถลงว่า โครงการพัฒนาของรัฐที่มีผลการศึกษาเรียบร้อยแล้ว และ คปค. จะดำเนินการโครงการพัฒนาของรัฐต่อไปได้นั้น

นายชัยพันธุ์กล่าวว่า บางโครงการหาก คปค.จะดำเนินการตามรัฐบาลเก่านั้น ตนไม่เห็นด้วย เพราะบางโครงการมีที่ปรึกษาห่วยๆ มีผลการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมห่วยๆ หรือไม่ได้ทำการศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม เช่น โครงการไนท์ซาฟารี โครงการพืชสวนโลก รัฐบาลชั่วคราวชุดใหม่ก็ควรจะมีการทบทวนการดำเนินการ

ทั้งนี้ คปค.ได้ออกแถลงการณ์คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 2 เมื่อวันที่ 25 ก.ย.2549 โดยระบุในความตอนหนึ่งว่า ในด้านเศรษฐกิจ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีนโยบายที่จะดูแลให้เศรษฐกิจขยายตัวต่อไปอย่างมีเสถียรภาพ โดยต่อเนื่องและมั่นคง โดยจะธำรงไว้ซึ่งระบบเศรษฐกิจเสรี ที่เปิดกว้างให้เอกชนเป็นผู้มีบทบาทนำในกิจกรรมเศรษฐกิจของประเทศ ส่งเสริมการลงทุนของเอกชน ทั้งในประเทศและจากต่างประเทศ สนับสนุนการส่งออก ซึ่งเป็นจักรกลสำคัญในการขยายตัวของเศรษฐกิจ และดูแลให้การไหลเข้าออกของเงินทุนเป็นไปอย่างเสรีดังที่เป็นอยู่

จากนี้ เพื่อให้เศรษฐกิจรุดหน้าต่อไปอย่างราบรื่น คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะดูแลให้การอนุมัติงบประมาณค่าใช้จ่ายและลงทุน ประจำปีงบประมาณ 2550 เสร็จสิ้นภายในปีพุทธศักราช 2549 เพื่อให้สามารถเริ่มเบิกจ่ายได้เต็มขอบเขต ตั้งแต่เดือนมกราคม พุทธศักราช 2550 เป็นต้นไป และจะเร่งดำเนินการลงทุนเพื่อปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจในโครงการต่างๆ ที่รออยู่โดยเร็ว อาทิ โครงการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนในกรุงเทพมหานคร ซึ่งจะช่วยประหยัดการใช้น้ำมันของประเทศ ตลอดจนโครงการอื่นๆ ที่ได้ศึกษาครบถ้วนแล้วว่าเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน

ซึ่งในส่วนของภาคประชาชน ได้แสดงความวิตกกังวลกันว่า คปค.อาจมีการนำโครงการต่างๆ ในรัฐบาลชุดเก่าที่ส่งผลกระทบต่อประชาชน โดยเฉพาะโครงการเมกะโปรเจ็กต์ หรือข้อตกลงการค้าเสรี Free Trade Agreement ที่รัฐบาลชุดเก่ามาปัดฝุ่นดำเนินการต่อไป ในขณะที่ยังมีการจำกัดเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็น โดยภาคประชาชนไม่ได้มีสิทธิเรียกร้องหรือนำเสนอแนวทางการดำเนินงานใดๆ ได้