◊ คนจะต้าน ไม่สะดวกตรงไหนหรือ?

ใต้เท้าขอรับ  โดย ชูวัส ฤกษ์ศิริสุข

การยึดอำนาจของคณะทหารที่เรียกตัวเอง และบังคับให้คนอื่นเรียกว่า คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือชื่อเล่นว่า คปค. นั้น มีต้นทุนที่ประเทศชาติและประชาชนจะต้องจ่าย

มันไม่ง่ายหรอกที่ คปค.จะขึ้นมา แล้ว ‘เคลมเร็ว ไปเร็ว คืนเร็ว’ – คปค. เหมือนที่ผู้อ่านประชาไทให้ความหมายไว้ ต่อให้ พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผู้บัญชาการทหารบก (เกียรติศักดิ์สูงยิ่ง) ผู้เป็นหัวหน้า คปค. (ตำแหน่งที่ลดทอนเกียรติของตนเอง) ปรารถนาดีต่อบ้านเมืองเพียงใด ร่องรอยและท่ออำนาจก็ยังต้องต่อไว้ อย่างน้อยก็เพื่อป้องกันตัวไม่ให้ถูกเช็คบิลในยามที่ต้องลงจากหลังเสือ >>
เอาเป็นว่าถ้าแกเป็นคนดีกว่านั้น และยอมเสียสละ ยอมให้โดนรุมทึ้ง เพื่อจะได้ลงจากหลังเสือ เหมือนที่ ‘กาโล’ ยอมในวรรณกรรมก้องโลกชื่อ ‘คนขี่เสือ’ ความดีของแกก็คงจะทำให้สังคมคอยปกป้อง กระนั้นวันไหนที่รัฐบาลทำอะไรไม่ถูกใจ คนก็จะต้องเรียกร้องให้แกออกมายึดอำนาจ หรือให้คณะทหารรุ่นต่อๆ ไปดูแกเป็นตัวอย่างอยู่ดีในความเป็นมนุษย์คนหนึ่ง พล.อ.สนธิ จึงเป็นบุคคลที่น่าเห็นใจมาก จากคนธรรมดาคนหนึ่ง มาวันหนึ่งก็ถูกบังคับให้เป็นฮีโร่ เพื่อที่วันต่อๆไป จะกลายเป็นอะไรที่ตรงข้ามสัปดาห์ที่ผ่านมา ร่องรอยของต้นทุนที่ต้องจ่ายก็มีให้เห็นแล้ว สหรัฐอเมริกาเลิกกิจกรรมทางการทหารระหว่างกัน มิหนำซ้ำยังเลิกเจรจาเอฟทีเอกับไทย จนกว่าจะมีรัฐบาลประชาธิปไตยที่มาจากการเลือกตั้ง เรื่องแรกคงไม่เท่าไร แต่เรื่องหลังคนจำนวนหนึ่งคงจะโมทนาสาธุแต่โทษทีเชื่อหรือว่า สหรัฐอเมริกาจะทำอย่างนั้นจริงๆ คุณวิฑูรย์ เลี่ยนจำรูญ บอกในรายการวิทยุ ‘เช้าทันโลก’ โดยมีคุณกรรณิการ์ กิจติเวชกุล เป็นผู้ดำเนินรายการว่า ปี 2535 หลังการยึดอำนาจของคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ (รสช.) ไทยสูญเสียอำนาจต่อรองในเวทีโลกและต้องยอมสหรัฐฯ หลายอย่างเพื่อแลกกับการฟื้นฟูการยอมรับบนเวทีโลก สิ่งที่เอาไปแลกก็คือผลประโยชน์ของกลุ่มคนที่มีอำนาจต่อรองน้อยที่สุดในสังคม อย่าง สิทธิบัตรยา เรื่องทรัพย์สินทางปัญญา ซึ่งล้วนแต่เป็นผลประโยชน์ของประชาชนโดยตรง

อย่าลืมนะครับ ไม่ถึงสัปดาห์หลังการยึดอำนาจ คปค. ก็ต้องรีบกุลีกุจอออกแถลงการณ์ว่าจะยึดมั่นระบอบการค้าเสรี เพราะอย่างนั้นเชื่อขนมกินได้เลย อย่างไรเสียการเจรจาเอฟทีเอจะต้องเดินหน้าต่อ แต่คราวนี้เราจะสูญเสียอำนาจต่อรองอย่างมหาศาล คราวนี้การประชุมเจรจาต่อให้มาจัดที่ใจกลางเชียงใหม่ หรือในกรุงเทพฯ ก็ไม่แน่ใจว่าจะมีแรงต้านเหมือนที่เคยเกิดขึ้นที่เชียงใหม่เมื่อตอนต้นปีหรือไม่ หรือมีแรงต้านเช่นนั้นได้ก็ไม่แน่ใจว่า รัฐบาลของ คปค. จะกระทำอย่างไรกับขบวนผู้ชุมนุม

รัฐประหารในประเทศไทยไม่ใช่ว่าเพิ่งเคยเกิดขึ้นเป็นครั้งแรก เกิดมาแล้วหลายครั้ง บทเรียนแบบนี้ ราคาที่ต้องจ่ายแบบนี้ เป็นเรื่องที่คณะทหารควรจะต้องรู้ก่อน โชคดีที่ คปค. ยังอยู่ในช่วงฮันนีมูน ลองถ้าเป็นรัฐบาลทักษิณละก็ ข้อหา ‘ขายชาติ’ ต้องเป็นข้อหาเบาที่สุดที่จะได้รับ แต่ก็ไม่แน่นะ ในยามนี้สังคมก็อาจจะโทษไปที่คุณทักษิณอีกเช่นกันว่า เป็นผู้บีบบังคับให้ คปค.ต้อง…เจอสภาพแบบนี้

อย่างไรก็ตาม เรื่องเป็นมาอย่างนี้ก็ต้องให้เป็นไปแบบนี้ จะไปหวังให้ พล.อ.สนธิ ไปมอบตัวกับ พล.อ.เรืองโรจน์ มหาศรานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ผู้ได้รับมอบหมายตามประกาศสถานการณ์ฉุกเฉินของ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร และยอมรับความผิดที่กระทำการรัฐประหารรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้ง กระทำการเป็นกบฏล้มล้างรัฐธรรมนูญ แม้มันจะเป็นเรื่องที่ควรจะเป็นอย่างไร มันก็เป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ และเชื่อว่า คนที่ออกมาต่อต้านก็ไม่ได้หน่อมแน้มอะไรขนาดนั้น แต่ผมเชื่อแน่ว่า คนเหล่านี้ไม่อาจยอมรับให้การรัฐประหารเป็นวัฒนธรรมทางการเมืองของไทยได้อีกต่อไป การต่อต้านการรัฐประหารจึงมีความสำคัญตรงนี้ เพื่อมิให้ใครหยิบเอามาเป็นทางออกอีกในอนาคต

ผิดก็ผิด ถูกก็ต้องถูก แต่วิธีการนี้ผิด ก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะมาว่า “ผิด แต่เออ ทำไปเหอะ ทำไปแล้วนี่ ก็ไปตรวจสอบแล้วกัน” เพราะมันดูไม่จริงใจ

ครั้นมีคนออกมาต้านการรัฐประหาร ก็อย่าไปคิดว่า มันจะไปกระทบใครที่ ‘แอบ’ ไปเห็นด้วยกับการรัฐประหาร แล้วก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครควรจะออกมาว่าฝ่ายต่อต้านว่าหน่อมแน้ม เพราะเขาเหล่านั้นก็ไม่ได้ทำเพื่อผลประโยชน์ของกลุ่มหนึ่งกลุ่มใดไม่ใช่หรือ หรือคิดว่าพวกนี้ทำเพื่อให้ทักษิณกลับมา อันนั้นก็หน่อมแน้มไม่ต่างกัน

พูดก็พูดเถอะครับ มองกันในภาพรวม การต่อต้านคณะรัฐประหาร เป็นประโยชน์โดยตรงต่อการสร้างวัฒนธรรมทางการเมือง และสร้างรัฐธรรมนูญที่มองไม่เห็น

มีแต่ต้องทำให้อำนาจรัฐที่รวมศูนย์อยู่ที่ ‘หัวหน้าคณะปฏิรูปฯ’ ลดทอนความเข้มแข็ง และเพิ่มอำนาจให้กับการต่อรองของภาคประชาชนมากขึ้น เพื่อจะได้มีอะไรยันๆ ไว้ ยามที่เขาจะล้วงจะควักเอาผลประโยชน์ของประชาชนไปจ่ายให้กับความเสียหายที่เกิดจากการรัฐประหาร

ด้วยความเคารพ พวกที่เย้วๆ ต่อต้านนี่ บางคนที่ผมรู้จัก ไม่ได้หวังทำเพื่อเทห์อะไรนะครับ เจ้าหลักการเสียเหลือเกิน แข็งทื้อ และแหะๆ ไม่น่าคบด้วยซ้ำ แต่เขาไม่มีทางได้ประโยชน์โภชผลอะไรแน่ๆ เสี่ยงก็เสี่ยง พวกที่ได้…โน่น คือนักวิชาการ ระดับนำภาคประชาชนที่จะพาเหรดเข้าไปมีส่วนร่วมในการฟื้นฟู

เพราะอย่างนั้น ไม่ต่อต้านก็อย่าไปว่าพวกเขาเลยครับ อาจจะไม่สะดวกนิดหน่อย เป็นห่วงเป็นใย ก็บอกให้เขารู้ หรือส่งผ่านมาทางประชาไท แต่อย่าถึงขนาดเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นโฆษกคณะรัฐประหารเลย

4 thoughts on “◊ คนจะต้าน ไม่สะดวกตรงไหนหรือ?

  1. วันหนึ่งผมเห็นเพื่อนผมคือคุณธีรยุทธ บุญมี ออกมาพูดเพื่อชี้ความเป็นไปของบ้านเมือง ผมชื่นชมจริง ๆ เพราะบางประเด็นนั้นใช่เลย แต่บางประเด็นเขาก็ไม่พูดทั้งหมด แต่ช่างเหอะ ผมมั่นใจว่าเพื่อนผมจะยืนอยู่กับความจริง และอุดมการณ์ที่วันนั้นเขาปุกเร้าพวกเรา มันใช่ทั้งหมด แต่ตอนนี้ผมและชาวสิบสี่ตุลา รอให้คุณธีรยุทธไปที่สนามหลวง นัดพวกเราไปอีกสิครับ ตายด้วยกันตรงนั้น เพราะเพื่อน ๆ ที่เขาทอดร่างอยู่นี่นั้น เขาจะได้ไม่ตายฟรี ออกมาสิคุณธีรยุทธ ผมรอคุณ ผู้นำอยู่

  2. ใช่เลยครับ พวกเราเหล่าเสรีชน พร้อมหลั่งเลือดชโลมดินเพื่อพิทักษ์และปกป้องประชาธิปไตย

  3. หลายคนไม่ได้อยู่ในเหตุการณ์ 14 ตุลาคม และ 19 ตุลาคม ตลอดจน เหตุการณ์พฤษภาทมิฬ แต่พวกเราได้ซึมซับ ความเสียสละของบรรดาวีรชนผ่านทางสื่ออยู่เนืองๆ ธรรมสาสตร์ จุฬา รามคำแหง และ สถบันการศึกษาอื่นๆต่าง มีแนวคิดต่อต้านเผด็จการในทุกรูปแบบ ทั้ง อาจารย์และศิษย์ มีใจเป็นนึ่งเดียวในการต่อสู้กับเผด็จการ…สถาบันการศึกษาเป็นแหล่งของข้อมูล-ความจริงและตีแผ่ให้ประชาชนทราบผ่านสื่อ สำนักพิมพ์ต่างๆที่ มีลูกศิษย์ลูกหาเป็นผู้บริหารมากมาย ….แต่ปรากฏการณ์รัฐประหารในครั้งนี้ มันแปลกมาก มันไม่น่าเชื่อว่าพวกสื่อ อาจารย์ มหาวิทยาลัย บางจำพวก เลือกยืนอยู่ข้าง รถถังและปากกระบอกปืน แสนสงสารวีรชนผู้กล้าผู้ยังมีชีวิตอยู่และผู้ล่วงลับไปแล้ว ผู้ซึ่งต่อสู้ให้ได้มาซึ่งประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ…….รัฐธรรมนูญ 2540 มันผิดตรงไหน ..ถ้ามาตราไหนบกพร่องทำไมไม่แก้ไข…ฉีกมันทิ้งทำไม ??????? รัฐธรรมนูญที่ได้มาด้วยเลือดและน้ำตา ถูกฉีกทิ้งด้วยปืนและรถถังของเผด็จการทหาร แล้วชีวิตและเลือดเนื้อเพื่อให้ได้มาซึ่งรัฐธรรมนูญฉบับนี้ก่อนหน้านั้น….ก็สูญเปล่า …มิหนำซ้ำบรรดากลุ่มพันธมิตร อาจารย์มหาวิทยาลัยบางคน สื่อมวลชนบางสำนัก ตลอดจนประชาชนบางหมู่ผู้ถูกหลอกให้เข้าร่วมกดดัน และช่วยกันสร้างความวุ่นวาย ตามแผนการของ ใครบางคน ยังสนุบสนุนให้ทหารกระทำการรัฐประหาร..ว่าเป็นสิ่งที่เหมาะสม เป็นการผ่าทางตัน…ตันตรงไหน การมีการตรวจสอบการใช้เงินงบประมาณที่มาจากเงินภาษีของประชาชนกันอย่างเข้มข้น ทั้งจากฝ่ายค้าน นักวิชาการ ตลอดจนประชาชน ที่มีต่อฝ่ายบริหารอย่างนี้นี่หรือคือทางตันของประเทศ .นีมันเป็นพัฒนาการที่สวยงามของประชาธิปไตย ….ใต้หวัน ฝ่ายค้านและฝ่ายสนับสนุนรัฐบาล ประท้วงกันทีคนหลายแสน มากกว่าของไทย ตีกันหัวร้างข้างแตก เกาหลี ก็ประท้วงกันอย่างหนักหน่วง หนักกว่าของไทยอีก แต่ทำไม เขาถึงเจริญกว่าไทย..นี่คือประชาธิปไตยที่ทุกคนมีส่วนร่วมแสดงออก..เพื่อปกปักรักษาประโยชน์ของคนส่วนมาก… ทหารควรเข้ามารักษาความสงบเรียบร้อยของผู้ชุมนุม ที่ชุมนุมอย่างสงบ หรือไม่สงบ แต่นี่เล่นลากรถถัง ปืนM16 มารักษาความสงบ อย่างนี้ใช้ได้เรอะ เหตุการณ์ก็ไม่มีเหตุรุนแรงอะไรแต่เอารถถังมาปฏิวัติรัฐประหาร จะให้มองเป็นอย่างอื่นไม่ได้..ผลประโยชน์ตัวเดียว….ทหารไม่มีวิสัยทัศน์ อาจารย์ขันที ฝ่ายค้านผู้ไม่อยากค้าน และ พันธมิตรผู้โกรธแค้น …..เกลียดคนๆเดียว โกรธแค้นทักษิณคนเดียว ..มีการสร้างกระแสหยุดระบอบทักษิณ โดย สนธิ-จำลอง อภิสิทธิ์ ชวน เสนาะและสนั่น ฯลฯ .. แค่คนๆเดียวถึงกับสร้างเงื่อนไขเพื่อเปิดโอกาศให้ทหารทำการรัฐประหาร.และเหิมเกริมถึงขั้นฉีกรัฐธรรมนูญอันเป็นที่รักยิ่งของคนไทยทิ้งไป..คุ้มหรือ กับความสำเร็จในครั้งนั้ ทักษิณไป แต่ประเทศไทยยังอยู่ ..อยู่ด้วยความอัปยศอดสู เพราะเราถอยหลังเข้าสู่การปกครองเมื่อปี 2475 อีกครั้งหนึ่ง ความคิดทหารไม่เคยเปลี่ยน ประเทศชิปหาย ช่างมัน…ภาพพจน์ของประเทศ ชิปหาย ช่างมัน.. เศรษฐกิจ ดิ่งลงเหวช่างมัน …การท่องเที่ยวดิ่งลงนรก…ช่างมัน คนทำงานเกี่ยวกับการท่องเที่ยวเจ้ง.ตกงาน ช่างมัน การลงทุนหาย นักศึกษาตกงาน …ช่างมัน …..คิดบ้างหรือเปล่าก่อนทำรัฐประหาร ประเทศจะเสียหาย หรือผลประโยชน์มันบังตา อยากเข้ามาโกงกินจนหน้ามืดตามัวกันไปหมดทั้งกองทัพแล้วหรืออย่างไร….เผด็จการทักษิณที่เราด่ากันนักหนา นั้น สื่อยังขุดคุ้ยได้ วิพากษ์วิจารณ์ได้ ด่าได้ ไอ้หน้าเหลี่ยมบ้าง ไอ้แม้วบ้าง ฯลฯ ทักษิณก็ใช้สิทธิ์ทางศาล ฟ้องร้องกันไป ศาลยกฟ้องบ้าง ปรับบ้าง ก็สู้กันไปตามกฎหมาย แต่สำหรับ คปค.นี่ สื่อมีอิสระหรือเปล่า เว็บไซต์มีอิสระหรือเปล่า ชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ได้หรือเปล่า สิ่งเหล่านี้เป็นการริดรอนสิทธิของประชาชนที่เคยมีอยู่ตามรัฐธรรมนูญ ฉบับปี 2540 ทั้งสิ้น …แล้วคุณนิ่งเฉยอยู่ทำไม ….ต้องลุกขึ้นสู้ และทวงถาม เพื่อเอาเสรีภาพของเรากลับคืนมา.. พี่น้องทั้งหลาย

  4. รัฐธรรมนูญยังอยู่ ไม่มีใครมีอำนาจยกเลิก ยกเว้น เว้นวรรค หรือ แก้ไขได้ โดยไม่ผ่านรัฐสภาที่มาจาการเลือกตั้ง และเมื่อรัฐธรรมนูญยังอยู่ ……1+1=2

Comments are closed.