◊ สั่งปิดวิทยุชุมชนทั่วภาคเหนือ ลามไปถึงอีสาน


23 ก.ย.2549 พลโทสพรั่ง กัลยาณมิตร แม่ทัพภาคที่ 3 กล่าวว่า การออกอากาศกระจายเสียงของวิทยุชุมชนในพื้นที่ 17 จังหวัดภาคเหนือ นับตั้งแต่มีการยึดอำนาจการปกครองไปเมื่อวันที่ 19 ก.ย.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ามีวิทยุชุมชนหลายแห่งยังคงออกอากาศโจมตีการปฏิบัติหน้าที่ของคณะปฏิรูปฯ ยุยงประชาชนให้เกลียดทหาร และเสนอข่าวที่ไม่เป็นข้อเท็จจริง จึงได้ขอให้วิทยุชุมชนทุกแห่งในพื้นที่กองทัพภาคที่ 3 ที่มีอยู่เกือบ 1 พันสถานี ได้ยุติการกระจายเสียงเป็นการชั่วคราว จนกว่าสถานการณ์ความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองดีขึ้น พร้อมให้ประชาสัมพันธ์จังหวัดทั้ง 17 จังหวัดในภาคเหนือ ได้ตรวจสอบให้เป็นไปตามที่ร้องขอด้วย ส่วนสถานีวิทยุหลักให้เพิ่มความ ระวังในการแสดงความคิดเห็นผ่านทางโทรศัพท์เข้าไปในรายการ ให้ระงับการแสดงความคิดเห็นผ่านทาง เอสเอ็มเอส. ด้วย

 

นอกจากนี้คณะกรรมการสมาพันธ์วิทยุชุมชนภาคเหนือตอนบน จัดการประชุมร่วมกันกำหนดมาตรการในการดำเนินการวิทยุชุมชนในพื้นที่ โดยต้องปฏิบัติตามระเบียบที่มีการกำหนดไว้ก่อนหน้านี้อย่างเคร่งครัด พร้อมทั้งกำหนดข้อตกลงเพิ่มเติมคือ จะต้องไม่กระทำการในลักษณะเป็นปฏิปักษ์ต่อกองทัพ จะต้องไม่ส่งสัญญาณทับซ้อนหรือรบกวนคลื่นสัญญาณอื่นโดยเฉพาะวิทยุการบิน ห้ามมีการวิพากษ์วิจารณ์เกี่ยวกับการเมืองหรือการทำรัฐประหาร ห้ามกระทำในลักษณะอันจะนำไปสู่การสร้างความแตกแยก ห้ามมีการให้ผู้ฟังโทรศัพท์หรือส่ง SMS ออกอากาศ ห้ามกระจายเสียงเป็นภาษาที่ล่อแหลมต่อความมั่นคง และจะต้องบันทึกรายการไว้ให้สามารถตรวจสอบได้อย่างน้อย 50 วันหลังออกอากาศ ซึ่งสมาพันธ์ฯจะแจ้งสมาชิกให้มาลงชื่อรับทราบแนวทางปฏิบัติดังกล่าวเพื่อนำเสนอต่อกองทัพภาคที่ 3 พิจารณาอนุญาตให้ออกอากาศต่อไปที่ประชุมยังได้พิจารณาขึ้นบัญชีดำสถานีวิทยุชุมชนที่มีปัญหา เช่น บางสถานีที่ยังดื้อแพ่งไม่ยอมระงับการออกอากาศตามคำสั่งของกองทัพ สถานีที่ทำตัวเป็นปฏิปักษ์หรือวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของคณะกรรมการปฏิรูปฯ และสถานีที่มีปัญหาคลื่นรบกวนหรือทับซ้อนทั้งกับสถานีวิทยุหลักหรือวิทยุชุมชนด้วยกันเอง ซึ่งขณะนี้เฉพาะที่จังหวัดเชียงใหม่มีประมาณ 7-10 สถานี ซึ่งทางสมาพันธ์จะส่งรายชื่อหรือคลื่นความถี่ให้กับทางทหารดำเนินการตามกฎหมายต่อไปในส่วนของจังหวัดพิษณุโลก นางธารทิพย์ ทองงามขำ ประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลก กล่าวว่า สำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดพิษณุโลกจึงได้มีประกาศให้วิทยุชุมชนทุกแห่งในจังหวัดพิษณุโลก ยุติการออกอากาศตั้งแต่ 23ก.ย. ซึ่งได้รับความร่วมมือจากผู้ประกอบการวิทยุชุมชนในจังหวัดพิษณุโลกมีจำนวน 30 แห่งเป็นอย่างดี แต่ยังมีวิทยุชุชนอีก 4-5 แห่งยังออกอากาศอยู่ บางสถานีรับสัญญาณถ่ายทอดรายการจากมาภาคอื่น ซึ่งจะได้แจ้งให้วิทยุชุมชนดังกล่าวยุติการออกอากาศอีกครั้งหนึ่งถ้ายังฝ่าฝืนจะดำเนินการตรวจยึดอุปกรณ์และดำเนินการตามกฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป

ในส่วนของภาคอีสาน นายนพพร จันทรถง ผู้ว่าราชการจังหวัดร้อยเอ็ด ระบุว่า เพื่อให้เป็นตามคำสั่งฉบับที่ 3 ของคณะปฏิรูป ทางจังหวัดจึงประกาศให้สถานีวิทยุชุมชน หรือใช้ชื่ออย่างอื่นที่ดำเนินการไม่ถูกต้องตามกฎหมายยุติการออกอากาศกระจายเสียง ตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไป หากยังคงดำเนินการต่อไปจังหวัดร้อยเอ็ด จะดำเนินการตามกฎหมาย โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 22 กันยายน 2549 เป็นต้นไป

นางจุฑารัตน์ โสดาศรี ประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด กล่าวว่า จังหวัดร้อยเอ็ดมี 17 อำเภอ 3 กิ่งอำเภอ 192 ตำบล วิทยุชุมชนที่ขึ้นชื่อไว้กับสำนักงานประชาสัมพันธ์จังหวัดร้อยเอ็ด จำนวน 53 แห่ง และไม่แจ้งอีกกว่า 20 แห่ง ซึ่งจังหวัดร้อยเอ็ดไม่สามารถกำกับดูแลได้ เพราะเป็นอิสระในการดำเนินการ

ด้านจังหวัดขอนแก่น นางชนัดดา แฮร์รีส ประชาสัมพันธ์จังหวัดขอนแก่น เปิดเผยว่า แม้จะมีการสั่งยกเลิกรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 ไปแล้วก็ตาม วิทยุชุมชนใน จ.ขอนแก่น ที่มีประมาณ 100 กว่า แห่งยังคงดำเนินรายการตามปกติอยู่ ขณะเดียวกัน ทัพภาค 2 จังหวัดทหารบก หรือจังหวัดขอนแก่น ยังไม่ได้มีคำสั่งให้ระงับการออกอากาศของวิทยุชุมชนแต่อย่างใด

พลโทสุเจตน์ วัฒนสุข แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เรียกประชุมผู้ว่าฯ หัวหน้าส่วนราชการจังหวัดในพื้นที่ขอนแก่น-มหาสารคาม เพื่อย้ำให้สร้างความเข้าใจประชาชน พร้อมขอความร่วมมือตรวจสอบวิทยุชุมชนและสื่อท้องถิ่นต่างๆ ที่ใกล้ชิดประชาชน ให้ระมัดระวังการนำเสนอข่าว โดยขอให้หลีกเลี่ยงการวิจารณ์ อันจะสร้างความแตกแยกในสังคม โดยขณะนี้ยังไม่มีคำสั่งปิดสถานีวิทยุชุมชนใดๆ

ก่อนหน้านี้ น.ส.กิตติธรา รวมธรรม ประธานชมรมวิทยุท้องถิ่นอุดรธานี นำคณะกรรมการ เดินทางเข้าพบ พล.ต.ศักดิ์ศิลป์ฯ ผบ.ทมบ.24 และนายจารึก ปริญญาพล ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี เพื่อรับทราบนโยบาย และมีการทำจดหมายเวียนแจ้งไปยังสมาชิกซึ่งส่วนใหญ่ เป็นสถานีวิทยุชุมชนในอุดรธานี ให้ปฏิบัติเป็นแนวทางเดียวกันคือ

1.ถ่ายทอดสัญญาณคำแถลงการณ์และบทสัมภาษณ์ หน.คณะปฏิรูปฯ , 2.งดการ ออนแอร์ หน้าไมค์ทุกกรณี , 3.ไม่ให้มีการวิพากษ์ วิจารณ์ อ่านข่าว เสนอข่าว การเมืองทุกด้าน 4. อัญเชิญเพลงพระราชนิพนธ์ทุกต้นชั่วโมง , 5.เผยแพร่พระราชดำรัส พระบรมราโชวาท พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว , 6. เผยแพร่แนวพระราชดำริเศรษฐกิจพอเพียง ลดความฟุ้งเฟ้อ 7.ถ่ายทอดสัญญาณข่าวจากกรมประชาสัมพันธ์ 07.00 , 19.00 น. , 8.เทียบเวลาเปิดเพลงเคารพธงชาติ 08.00 และ 18.00 น. , 9.เสริมสร้างความสามัคคีให้สังคม , 10.ปลูกฝังจิตสำนึกจริยธรรม คุณธรรม และ 11.ส่งรายชื่อสถานี ฝังรายการ ให้ชมรมฯนำส่ง ผบ.มทบ.24 , ผู้ว่าราชการ จ.อุดรธานี และประชาสัมพันธ์ จ.อุดรธานี