◊ รื้อโผทหาร ตท.6 คุมมหาดไทย-กลาโหม



24 ก.ย. 2549 ผู้สื่อข่าวรายงานเมื่อวันที่ 23 กันยายน ถึงความคืบหน้าการจัดทำบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารประจำปี 2549 หลังจากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) ได้เข้ายึดอำนาจรัฐบาล ว่า พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน ผบ.ทบ.ในฐานะหัวหน้า คปค. ได้เรียกดูสำเนาบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหาร จาก พล.อ.สิริชัย ธัญญสิริ ปลัดกระทรวงกลาโหม มาทบทวนใหม่เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับสถานการณ์ >>>>>




โดย พล.อ.สนธิ ได้พิจารณาให้ พล.อ.วินัย ภัททิยะกุล ในฐานะเลขาธิการ คปค. เพื่อนเตรียมทหารรุ่น 6 (ตท.6 ) ขึ้นดำรงตำแหน่ง ปลัดกระทวงกลาโหม แทน พล.อ.สิริชัย ที่จะเกษียณอายุราชการ แต่ปรากฏภายหลังการหารือกับที่ประชุม คปค. แล้วเห็นว่า ควรวางตัว พล.อ.วินัย เป็น รมว.มหาดไทย เพื่อดูแลงานฝ่ายปกครอง และให้พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี (ตท.6) รองปลัดกระทรวงกลาโหม ขึ้นเป็นปลัดกระทรวงกลาโหมแทน จะมีความเหมาะสมมากกว่า

ก่อนหน้านี้มีข่าวแพร่สะพัดออกไปว่า พล.อ.สนธิ จะควบตำแหน่ง ผบ.สส. ในการปรับย้ายครั้งนี้เพื่อให้เกิดความเบ็ดเสร็จทั้งด้านการคุมกำลังทหารและการอำนวยการ แต่ พล.อ.สนธิ เห็นว่าจะเป็นจุดอ่อนให้เกิดการโจมตีว่า เป็นการกุมอำนาจทุกเหล่าทัพ ดังนั้นจึงเสนอให้ พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ (ตท.6) รอง ผบ.สส. ขยับขึ้นเป็น ผบ.สส.ตามโผเดิม

นอกจากนี้ พล.อ.สนธิ ได้พิจารณาจัดทัพในตำแหน่ง 5 เสือ ทบ.ใหม่ โดยให้ พล.ท.อนุพงษ์ เผ่าจินดา (ตท.10) แม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ท.สะพรั่ง กัลยาณมิตร (ตท.7) แม่ทัพภาคที่ 3 ขึ้นเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. พล.อ.ไพศาล กตัญญู (ตท.7) ผู้ช่วย ผบ.ทบ.เป็น รอง ผบ.ทบ.และ พล.ท.มนตรี สังขทรัพย์ (ตท.9) ผบ.นสร.ขึ้นเป็น เสธ.ทบ.ตามโผเดิม

ขณะที่ พล.อ.พรชัย กรานเลิศ (ตท.10) ผู้ช่วย ผบ.ทบ.ถูกย้ายเข้าไปประจำเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ ทบ. เช่นเดียวกับเพื่อน ตท.10 ที่เป็นผู้บัญชาการหน่วยคุมกำลังใน กทม. อาทิ พล.ท.จิรสิทธิ์ เกษะโกมล แม่ทัพน้อยที่ 1 พล.ต.พฤณฑ์ สุวรรณทัต ผบ.พล.1รอ. พล.ต.ศานิต พรหมมาศ ผบ.พล.2 รอ. พล.ต.เรืองศักดิ์ ทองดี ผบ.พล.ปตอ. ถูกย้ายเข้ากรุในตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิทบ.เกือบทั้งหมด

ด้านกองทัพอากาศ ได้มีการโยกย้าย พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรทัต เสธ.ทอ. ออกนอกกองทัพอากาศ และ พล.อ.ท.สุเมธ โพธิ์มณี ผบ.หน่วยบัญชาการอากาศโยธิน (ผบ.อย.) ไปดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิ ทอ.ด้วย

พล.ท.พลางกูร กล้าหาญ โฆษก คปค.กล่าวว่า เลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (กพร.) ชี้แจงในที่ประชุม คปค.ว่า การโยกย้ายนายทหารต้องพิจารณาตามระเบียบของ กพร.และ พล.อ.สนธิ เน้นระบบคุณธรรม จริยธรรม ความสามารถ โดยเฉพาะในระดับ 11 หรือปลัดกระทรวงซึ่งคณะรัฐมนตรีที่ผ่านมาได้เห็นชอบไปแล้วส่วนตำแหน่งที่ได้การโปรดเกล้าฯไปแล้วคงไม่มีปัญหาอะไร เรื่องนี้ต้องพิจารณาให้ถูกต้อง เพราะจะมีผลกระทบต่อผู้ออกคำสั่ง

ประชุมแต่งตั้งโยกย้ายตร. วันนี้ส่วนการประชุมกลั่นกรองการแต่งตั้งนายตำรวจ บ่ายวันเดียวกัน พล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ ผบ.ตร.ได้ประชุมตำรวจสำนักงานกำลังพล พร้อมนำเอกสารการแต่งตั้งโยกย้ายมาพิจารณา การพิจารณาครั้งนี้เป็นไปอย่างเคร่งเครียดและตำรวจที่รักษาการณ์ได้ปิดประตูไม่ให้สื่อมวลชนเข้าไปสังเกตการณ์ภายใน และไม่ยอมให้สัมภาษณ์ใดๆ ทั้งนี้ ในเวลา 14.00 น.วันที่ 24 กันยายนนี้ จะมีการประชุมคณะกรรมการกลั่นกรองแต่งตั้งนายตำรวจระดับนายพล โดยมี รอง ผบ.ตร.ทั้งหมด รวมทั้งจเรตำรวจแห่งชาติและ ก.ตร.ผู้ทรงคุณวุฒิ ที่เพิ่งได้รับแต่งตั้งจาก คปค.เป็นกรรมการร่วมด้วยสำหรับการแต่งตั้งโยกย้ายในครั้งนี้คณะกรรมการ ก.ตร.จะพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายในส่วนของบัญชีแต่งตั้งนายตำรวจระดับ พล.ต.ท.จนถึง พล.ต.อ.ซึ่งก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคมที่ผ่านมา มีการพิจารณาแต่งตั้งไปแล้ว 29 ตำแหน่ง และครั้งนั้นมีนายตำรวจที่ใกล้ชิดและเป็นเพื่อนร่วมรุ่น นรต.รุ่น 26 รุ่นเดียวกับ พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับการเลื่อนตำแหน่งไปคุมหน่วยงานสำคัญหลายหน่วย

สำหรับรายชื่อ นายตำรวจที่คาดว่าจะต้องถูกสับเปลี่ยนโยกย้าย ประกอบด้วย พล.ต.ท.วงกต มณีรินทร์ ผช.ผบ.ตร (นรต.26).ที่ได้รับการแต่งตั้งให้เลื่อนเป็น พล.ต.อ.ในตำแหน่ง รอง.ผบ.ตร. อาจถูกเปลี่ยนไปอยู่ในตำแหน่ง ที่ปรึกษา สบ.10 เทียบเท่า รอง.ผบ.ตร.แทน วันเดียวกัน มีคำสั่ง คปค.ที่ 13/2549 ให้ พล.ต.ต.พีรพันธุ์ เปรมภูติ ปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี มาปฏิบัติราชการสำนักนายกรัฐมนตรี และให้นายรองพล เจริญพันธ์ เลขาธิการ ครม. เข้าไปรักษาการปลัดสำนักนายกรัฐมนตรีอีกตำแหน่งหนึ่ง
 

…………………………………………

ที่มา: เว็บไซต์แนวหน้า