◊ บทเรียนจากการปฏิวัติ : สัมภาษณ์อาจารย์เสาวนีย์ จิตรื่น

โดย ไพรินทร์ โชติสกุลรัตน์

ย้อนกลับไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2534 ทันทีที่ คณะรสช. ทำการรัฐประหาร ยึดอำนาจ มีผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนหนึ่งลุกขึ้นมาแถลงข่าวประณามการยึดอำนาจ ในนามของเลขาธิการสหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย โดยไม่สนใจต่อการประกาศกฎอัยการศึก และไม่สนใจต่อคำสั่งของ รสช. ที่เรียกให้เธอไปรายงานตัว

วันนี้ เธอผู้นั้นคือ อาจารย์เสาวนีย์ จิตรื่น อาจารย์พิเศษด้านรัฐศาสตร์ ในหลายมหาวิทยาลัย ในบทสัมภาษณ์นี้อาจารย์ได้นำเสนอมุมมองต่อการปฏิวัติจากประสบการณ์ตรงและจากการศึกษามาในสายสันติภาพและรัฐศาสตร์ >>>

 

สังคมเรากำลังหวังว่าการยึดอำนาจครั้ง 19 กันยายน นั้น จะช่วยแก้ปัญหาเรื้อรังต่าง ๆ ในระบอบทักษิณได้ และคิดว่าการปฏิวัตินี้จะไม่ลงเอยเหมือนในครั้ง รสช. อาจารย์คิดอย่างไร

เสาวนีย์ ไม่เห็นด้วย เพราะ หนึ่งคือ เราฝากความหวังทางการเมืองกับบุคคลหนึ่งบุคคลใดไม่ได้ จิตวิญญาณของพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย คือ เราต้องฝากความหวังกับตัวเอง คนไทยเรายังไม่คุ้นเคยกับจิตวิญญาณเช่นนี้ สอง การเมืองไทยนั้นเป็นการเมืองของชนชั้นนำมาตลอด การเปลี่ยนรัฐบาลเป็นการเปลี่ยนแปลงในวงแคบ ซึ่งคนหวังว่าชีวิตจะดีขึ้น แต่ที่ผ่านมามันไม่เป็นเช่นนั้น ดูการปฏิวัติในยุคที่ผ่านมา ก็ยังไม่มีอะไรดีขึ้น โครงสร้างก็ยังคงเดิม ประชาชนก็ยังไม่มีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ครั้งนี้ก็ยังไม่มีการพูดถึงการเปลี่ยนแปลงโครงสร้าง มุ่งแต่จะจัดการทักษิณ ซึ่งตอนนี้ทักษิณก็ยังเป็นสุขดี ยังเดินช้อปปิ้งอยู่ที่ลอนดอนได้ เหมือนสุจินดาที่ก็ยังมีตำแหน่งในบริษัท ซีพี ซึ่งใกล้ชิดกับทักษิณ โครงสร้างต่าง ๆ ก็ยังเหมือนเดิม
จะเป็นความผิดพลาดครั้งใหญ่ถ้าเราไปเห็นด้วย จากประสบการณ์แล้ว คาดว่าการปฏิวัติจะไม่แก้ปัญหา การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในระดับกว้างต่างหาก ที่จะทำให้ชีวิตความเป็นอยู่ของคนดีขึ้น เราต้องตั้งสติ ทบทวนประวัติศาสตร์การเมือง อย่างน้อยในระยะสั้นตั้งแต่สฤษดิ์ยึดอำนาจ

การเมืองไทยกลับมาเริ่มต้นที่ศูนย์ใหม่รึเปล่า อาจารย์คิดว่าเรามีพัฒนาการอะไรบ้างไหม


เสาวนีย์
เราว่ามันย้อนไปที่ติดลบ มันกลับตอกย้ำความเชื่อในอัศวินม้าขาว ว่านี่คือคำตอบที่ถูกต้อง ทำให้เราไม่เชื่อในจิตวิญญาณประชาธิปไตยของตัวเอง ไม่เชื่อในพลังของตัวเองว่าเราสามารถทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ อำนาจที่เยอะ ๆ อยู่ในมือคนจำนวนน้อยยังอยู่เหมือนเดิม เหมือนยุคสฤษดิ์ ยุคถนอม

ปัญหาการเมืองไทยคือคนส่วนใหญ่ไม่มีอำนาจในการตัดสินใจอย่างแท้จริง ไม่ใช่แค่หย่อนบัตรเท่านั้น แต่เราต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางนโยบาย ในการแสดงความคิดเห็น ในการเห็นต่าง การจะสร้างบรรยากาศเช่นนี้ได้ เราจะต้องมีเสรีภาพเพื่อให้เสียงทุกเสียงได้แสดงออกมา เสรีภาพคือ แม้เราจะไม่ชอบความคิดเห็นของคนอื่น แต่เราก็ต้องให้เขาพูดออกมา เสรีภาพเป็นองค์ประกอบอันหนึ่งของสันติภาพ ถ้าไม่มีเสรีภาพก็นำไปสู่สังคมยุติธรรมไม่ได้

คณะทหารขอเวลาเพียงสองอาทิตย์ในการจำกัดเสรีภาพ เพื่อแลกมากับความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เราจะอดทนเพียงสองอาทิตย์เพื่อความสงบเรียบร้อยได้ไหม

เสาวนีย์ เสรีภาพนั้นขาดไปวินาทีเดียวก็ไม่ได้ ถ้าจะเปลี่ยนแปลงก็เปลี่ยนแปลงด้วยวิธีการอื่น ๆ ที่ไม่ปิดเสรีภาพได้ มีวิธีการต่าง ๆ ที่จะทำให้ทักษิณออกไปอีกมาก อย่างพันธมิตรออกมาเคลื่อนไหว หรือ อาจารย์มหาลัยมาเคลื่อนไหวให้ทักษิณออกไป

คุณจะให้เสรีภาพโดยการทำลายเสรีภาพได้อย่างไร ฝากให้ผู้ที่ยึดอำนาจช่วยตอบด้วย การยึดอำนาจแล้วเรียกคนไม่กี่คนเข้าไปพบนั้น ขาดความชอบธรรม คนเหล่านี้ไม่ใช่ สส. ตัวแทนของประชาชน เรายอมรับไม่ได้

สังคมควรได้เรียนรู้บทเรียนอะไรจากการยึดอำนาจบ้าง

เสาวนีย์ ปัญหาคือสังคมจะเรียนรู้รึเปล่า สังคมเราไม่ค่อยเรียนรู้ความผิดพลาดในอดีต การรัฐประหารจึงเกิดขึ้นอีก แล้วคนก็เอาดอกไม้ไปให้ เรารู้สึกเศร้าใจ ว่าเราจะต้องตายกันไปอีกกี่หน สังคมนี้ โดยเฉพาะนักวิชาการด้วย ยังไม่มีความกล้าหาญทางจริยธรรม ไม่กล้าที่จะยืนยันความถูกต้องชอบธรรมในเวลาคอขาดบาดตาย เราว่าน่าเศร้าที่สุด เวลาที่เกิดความรุนแรงขึ้น ชาวบ้านร้านตลาดเป็นผู้ที่ตาย นักวิชาการส่วนหนึ่งก็เข้าไปเล่นเกมกับชนชั้นนำด้วย

อาจารย์มีข้อเสนออย่างไรต่อคณะทหาร

เสาวนีย์ ถ้าคณะยึดอำนาจมีความจริงใจ ก็แก้ปัญหาโครงสร้างที่ไม่ยุติธรรมด้วย ให้ชาวบ้านมีส่วนร่วมในการตัดสินใจอย่างจริงจัง จะตั้ง ปชช.มา 10 คณะก็ไม่พอ ถ้าประชาชนไม่มีส่วนในการตรวจสอบ มันก็รั่วไหลได้อยู่ดี ทำระบบราชการให้ตอบสนองต่อชาวบ้านด้วย ปฏิรูปการศึกษาอย่างจริงจังเสียที

ถ้าจะชดเชยกับสิทธิเสรีภาพที่ถูกย่ำยีไป ช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ด้วย ถ้าสังคมได้เจริญขึ้นในวันข้างหน้า คนจะได้กลับมาแซ่ซ้องสรรเสริญ แล้วถ้าจะมาจับคนพูดเข้าคุกนี่ก็ยินดี เพราะตอนนี้อยู่ข้างนอกนี้ก็เหมือนอยู่ในคุกอยู่แล้ว

3 thoughts on “◊ บทเรียนจากการปฏิวัติ : สัมภาษณ์อาจารย์เสาวนีย์ จิตรื่น

  1. เห็นชอบกับธรรมศาสตร์ครับ และขอเป็นกำลังใจให้กลุ่มเสื้อดำ หรือกลุ่ม19ก.ย.ที่หน้าสยามเซ็นเตอร์ต่อสู้ต่อไป เพราะขณะนี้ต่างจังหวัดเตรียมเคลื่อนไหวกันแล้ว แน่นอนว่าประชาธิปไตยของเรา รัฐธรรมนูญของเรา การเลือกตั้งของเรา ใครจะเอาปืนเอารถถังมาแย่งไปได้อย่างไร ดูแคลนกันไปหน่อย ท่านฉลาด วรฉัตรอยู่ไหนครับออกมาช่วยกัน วินาทีไม่มีใครกลัวใครแล้ว หากคปค.ไม่รีบสละอำนาจคืนประชาชนโดยด่วน ก็อาจต้องถูกปิดล้อมหน้ากองทัพบก ปิดล้อมหน้าบ้านสี่เสาเทเวศน์ ปิดล้อมหน้าบ้านพระอาทิตย์ รวมทั้งปิดล้อมหน้าบ้านสุริยะใสและพรรคพวก ขอเชิญเหล่าวีระชนผู้กล้าประชาธิปไตยออกมาต่อต้านกดดันขับไล่กันโดยความพร้อมเพรียงกล้าหาญ เพื่อทวงคืนประชาธิปไตยอันเป็นที่รักยิ่งจากเผด็จการทหาร ซึ่งกำลังจะแต่งตั้ง โยกย้ายวุ่นวาย ให้แก่พรรคพวกตนเองขึ้นมากอบโกยผลประโยชน์กินบ้านโกงเมืองอย่างไร้ยางอายที่สุด ขอสดุดีวีระชน

  2. เรียนคุณ คห. 1 ครับ ฉลาดตอนนี้ข่าวว่า นอนตบยุงอยู่ในคุกครับ

  3. มันเป็นเกมช่วงชิงอำนาจจริงๆอย่างที่ อาจารย์ว่า สนธิ ลิ้มทองกุล -จำลอง ศรีเมือง ฯลฯ เป็นตัวสร้างเงื่อนไขให้เกิดการปฏิวัติ โดยเตี้ยมกับฝ่ายทหาร…ข้อควรสังเกตุคือ สภาสูง เลือก กกต.ตามรายชื่อที่เสนอมาจากศาล …หลังจากสั่งจำคุกอดีต กกต. ซึ่งเราคาดว่าก่อนหน้านี้ สนธิ-จำลอง มีข้อตกลงกับอภิสิทธิ์ โดยจะเสนอให้เป็นนายกฯหากเข้าร่วมขบวนการ ต้านระบอบทักษิณ ด้วยกัน จึงเป็นที่มาของ ฉายามาร์ค ม.7 สถานะการณ์เริ่มพลิกผันเมื่อทักษิณ ยอมรับกติกา ของศาล และ กกต. ที่ได้รับเลือกจากสภาสูง …สนธิ -จำลอง -อภิสิทธ์-ชวน ฯลฯ พลิกเกมส์ไม่ยอมรับ กกต. ที่ได้รับเลือก เนื่องจากโพลส่วนใหญ่ทักษิณยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นนายกอยู่เลือกยังไงก็แพ้ …พวกพันธมิตร + ประชาธิปัตย์ +ประชาราช+มหาชน เดินเกมส์ต่อไปโดย ประสานงานกันอย่างลับๆกับกองทัพ ซึ่งไม่พอใจเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว และกำหนดแผนโดยการยืมมือ พันธมิตร สร้างสถานการณ์ไห้ดูเหมือนว่าเกิดความวุ่นวายอย่างใหญ่ลวงจนนำไปสู่คำฮิต “สังคมแบ่งเป็นฝักเป็นฝ่าย” “เราต้องเลือกข้าง” พร้อมทั้งจุดกระแสประชาชนแตกแยก…และหาเหตุเป็นข้ออ้างในการทำรัฐประหาร….. สนธิ ผบ.ทบ.และพวกไม่พอใจ ที่ ทักษิณ-และคนของพรรคไทยรักไทยอัดป๋าเปรม …แล้วทำไมป๋าเปรมถึงเดือดดาลทักษิณ …เรื่องนี้ อาจารย์ไกรศักดิ์รู้ดีที่สุดและได้แสดงความเห็นนี้ต่อสื่อบางฉบับแล้ว …..ทำไมทักษิณดุเหมือนจะไม่สนใจภาคใต้ ทั้งๆที่อยากจะลงไป แก้ปัญหาด้วยตัวเอง ….มันลึกลับ ซับซ้อน ซ่อนเงื่อนมากกว่าจะบรรยาย ตัวทักษิณไม่สนใจ กินเล็กกินน้อย แต่เขาจะทำทุกวิถีทางที่จะทำให้เศรษฐกิจดี ราคาหุ้นขึ้น เพราะตรงนั้นทำกำไรเป็นกอบเป็นกำได้มากกว่าการชักหัวคิว ที่มีแต่ความเสี่ยงสูง จากผู้ตรวจสอบ แต่ลืมไปว่าข้อมูลจากตลาดหลักทรัพย์เป็นข้อมูลที่เปิดเผย คนเขาโดยทั่วไปรู้ว่ารวย เลยอิจฉา เลยซวย …เลยเป็นที่มาของคำว่า “จะไม่ปล่อยให้ใครชุบมือเปิปอีกต่อไป เขาต้องมีส่วน…ฯลฯ”.จากบุคคลสำคัญในกลุ่มแกนนำพันธมิตร ในขณะที่สนธิ-ประชัย กำลังล้มละลาย แต่ทักษิณและพรรคพวกรวยเอารวยเอา…..ต้องล้มล้างทักษิณ รายการเมืองไทยรายสัปดาห์ เป็นรายการบอกใบ้ให้พวกสีกากี สีน้ำเงิน และ สีเขียวรู้ว่า ถึงเวลาเปลี่ยนกันกินแล้วโว้ย…….. ผมไม่เห็นด้วยกับ การรัฐประหารครั้งนี้ เป็นอย่างยิ่ง รัฐธรรมนูญ 2540 มันผิดตรงไหน คนร่าง เ ป็นร้อย.. ตรงไหนไม่ดี มาตราใหนบกพร่องทำไมไม่กด ดันแบบจำลอง-สนธิ ทำอยู่… แก้ไขซะ เกลียดทักษิณคนเดียว อิจฉาทักษิณคนเดียว ถึงกับยกกองทัพ ลากรถถัง M 16 มาเพ่นพ่าน ในกรุงเลยหรือ คุ้มหรือกับการยกมาทั้งกองทัพ มาทั้ง 3 เหล่าทัพ 1 ก๊กตำรวจ เพื่อกำจัดรัฐธรรมนูญ ปี 2540 ที่แลกมาด้วยเลือดและน้ำตา…..ฉีกมันทิ้งทำไม???? …ทักษิณโกงก็แจ้งความดำเนินคดี เอาเข้าคุกซะให้เข็ด ขนาด 3 หนา ยังไม่รอด ทักษิณจะรอดเรอะ ถ้าผิดจริง …มันจะเป็นการเมืองที่คลาสสิคมาก มี สามฝ่าย ฝ่ายรัฐบาล ฝ่ายตรวจสอบในสภา และฝ่ายนักวิชาการ+ประชาชน กดดันนอกสภา ..ไม่ต้องกลัวว่าจะตีกันหัวร้างข้างแตก ขนาด เกาหลี ไต้หวัน ตีกันหัวร้างข้างแตก ประเทศมันยังเจริญกว่าไทยเลย มันต้องอย่างนี้ รัฐบาลมันจะได้ไม่ทำอะไรห่ามๆ มูมมาม เพราะมีคนคอย ตรวจสอบตลอดเวลา …การกล่าวอ้างว่าถึงทางตัน …ถามว่าตันตรงไหน ตันเพราะพวกมันไม่ได้กิน ไม่มีเอี่ยวใช่หรือเปล่า ถ้าหารทักษิณอยู่ยาว ….ดูๆ แล้วไม่มีใครทำเพื่อประชาชนเลย นักวิชาการสปีชี่ส์ขันที นักข่าวและสำนักพิมพ์ จำพวกขันสองที ก็เห็นดีเห็นงามกับการทำรัฐประหารในครั้งนี้ นี่อะไรกัน…ถ้าวิญญาณวีรชนคนตุลา และพฤษภาฯรู้คงไม่ให้อภัยไอ้พวกนี้แน่ๆ…….. โคตรหว้าเหว่ประเทศไทยแลนด์….เจ้าทหารไม่มีวิสัยทัศน์พวกนี้ก็บ้องตื้น ประเทศ จะชิปหายไม่สนใจ แทนที่จะรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมืองกลับทำให้ปั่นป่วน-วุ่นวายเสียเอง ภาคใต้+หาดใหญ่ก็ระเบิดไปหยกๆ การท่องเที่ยวเสียหายไปหลายหมื่นหลายแสนล้าน ยังมีหน้ามาปฏิวัติอีก คนตกงานเท่าไหร่รู้หรือเปล่า คนหากินกับการท่องเที่ยว เจ้งไปเท่าไหร่รู้บ้างมั๊ย ..สร้างภาพ จัดฉาก เอาคนมามอบดอกไม้ ตามหลักจิตวิทยามวลชน ..จนเกิดกระแส ทหารฟีเวอร์ นึกว่าคนไม่รู้ทัน แต่คนฉลาดเขาไม่คิดอย่างนั้น มันปัญญาอ่อนมาก แค่ตั้งชื่อก็น่าหัวเราะแล้ว “คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ฯ” โห ก็แกเพิ่งลากรถถัง ลากปืน ปล้นเขามาหยกๆ แต่บอกว่าจะจัดการปกครองในระบอบประชาธิปไตย ฮ่วย แค่ไตเติ้ลก็รู้แล้ว ว่า ภายใต้เงื้อมมือของ คปค. บ้านเมืองพินาศชิปหายแน่……. …สมัย รสช.ก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ที่แน่ๆ นักศึกษาที่จบออกมาจากมหาวิทยาลัยต่างๆ คงต้องตกงานอีกแยะ การลงทุนหดตัว การท่องเที่ยวทรุด แล้วไครช่วยได้ เมื่อทหาร สติแตก บอกว่าเตรียมการมา 7-8 เดือน เพื่อ การทุบหม้อข้าวประชาชนในประเทศไทยแผ่นดินเกิดของมันเอง……เฮ้อเวรกรรม ทหารของประชาชนต้องปกป้องประชาธิปไตยของประชาชน ไม่ใช่เป็นตัวการทำลายประชาธิปไตยของประชาชนเสียเอง อย่างนี้ ต้อง ออกไป

Comments are closed.