◊ ‘เครือข่าย 19 กันยาต้านรัฐประหาร’ชุมนุมเงียบครั้งแรก ท่ามกลางกฎอัยการศึก

22 ก.ย. 2549      เมื่อเวลาประมาณ 18.00 น. มีการรวมตัวกันของ ‘เครือข่าย 19 กันยายนต้านรัฐประหาร’ ซึ่งเป็นกลุ่มผู้ไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหารของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข บริเวณหน้าศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ท่ามกลางความสนใจของประชาชนราว 200 คนและสื่อมวลชนจำนวนมาก โดยเฉพาะสื่อมวลชนต่างประเทศ

การชุมนุมของกลุ่มดังกล่าวเป็นไปอย่างสันติ ผู้ร่วมชุมนุมมีประมาณ 30 คน โดยใส่ชุดสีดำเป็นสัญลักษณ์  บางคนมีผ้าปิดปากเพื่อเป็นสื่อความหมายถึงการสั่งห้ามแสดงความคิดเห็น แล้วมีการชูป้ายแสดงเจตนารมณ์แทน เช่น  “เขตปลอดกฎอัยการศึก” “รักประชาธิปไตย” “หยุดรับใช้(สนับสนุน) “คณะปฏิกูล””  “on vacation again 19/09/2549” รวมถึงการชูบทกลอนของเนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์–และแล้วความเคลื่อนไหวก็ปรากฏ เป็นความงดงามใช่ความชั่ว อันอาจขุ่นอาจข้นหม่นมัว แต่ก็เริ่มจะเป็นตัวจะเป็นตน พอเสียงร่ำรัวกลองประกาศกล้า ก็รู้ว่าวันพระมาอีกหน พอปืนเปรี้ยงแปลบไปในมณฑล ก็รู้ว่าประชาชนจะชิงชัย–

ส่วนเจ้าหน้าที่ตำรวจที่มาสังเกตการณ์ครั้งนี้มีประมาณ 30 คนกระจายไปตามจุดต่างๆ และห่างออกไปบริเวณแยกปทุมวันก็มีการตั้งจุดสังเกตการณ์ของทหารจากกม.พัน3 รอ.ตามปกติ

อย่างไรก็ตาม ทางห้างสรรพสินค้าสยามเซ็นเตอร์ได้สั่งปิดประตูบริเวณที่ชุมนุม โดยห้ามใครเข้าออก โดยให้ใช้ประตูด้านอื่นแทน สำหรับกิจรรมที่กลุ่มดังกล่าวกระทำในวันนี้ คือ การนั่งคุยกันเพื่อแสดงความคิดเห็น

หนึ่งในผู้ชุมนุมกล่าวถึงวัตถุประสงค์ที่มารวมตัวในวันนี้ว่า สาเหตุที่มาเพราะไม่เห็นด้วยกับการรัฐประหาร เพราะเป็นกระบวนการที่ผิด ไม่ใช่ประชาธิปไตย เช่น การห้ามการชุมนุมและแสดงความคิดเห็นทางการเมือง หากคณะปฏิรูปฯ ตั้งใจให้เป็นประชาธิปไตยก็ควรเปิดใจให้คนมีสิทธิ เสรีภาพ ถ้าประชาชนคิดเห็นไม่ได้ ประชาชนจะมีส่วนร่วมทางการเมืองได้อย่างไร จึงอยากให้คณะปฏิรูปฯ คำนึงถึงสิทธิประชาชนมากกว่านี้ เคารพประชาธิปไตยมากกว่านี้ และเชื่อว่าถึงที่สุดแล้วมีวิธีการที่ดีกว่านี้

ผู้ชุมนุมคนเดิมกล่าวว่า ในวันนี้อยากบอกสังคมไทยว่าไม่เห็นด้วย แต่ก็เคารพความคิดเห็นอื่น โดยไม่ได้บอกว่าการรัฐประหารนี้ถูกหรือผิด และไม่มีการว่าร้าย แต่คณะปฏิรูปควรเคารพประชาชน ยกเลิกการควบคุมสื่อ ให้สิทธิในการชุมนุม หากไม่มั่นใจเรื่องความมั่นคงก็ให้แยกกลุ่มดูว่าใช้วิธีการสันติวิธีหรือไม่ การเปิดโอกาสให้แสดงความคิดเห็นเป็นโอกาสที่ดีในการปฏิรูปการเมือง ถ้านำข้อเสนอต่างๆ ไปใช้จะเป็นการปฏิรูปที่น่ารัก

“เราคิดว่าการเคลื่อนไหวแบบนี้เป็นการสร้างการเมืองแบบใหม่ ไม่ใช่การเคลื่อนไหวทางการเมืองแบบสมัยก่อน เราเพียงแต่อยากให้มีการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นได้ตามปกติ เพราะมันเป็นวิถีชีวิต สังคมไทยควรจะมีทางเลือกมากกว่าสองทางคือ เอาทักษิณหรือว่าเอาทหาร จึงอยากให้มีทางเลือกที่สามที่ช่วยกันคิดเพื่อก้าวข้ามสิ่งที่เป็นมา  เพื่อให้การเมืองรุกไปอีกระดับหนึ่ง แต่ถ้าเป็นยอมรับการรัฐประหารก็เท่ากับสูญเปล่า เพราะหมายถึงสังคมไทยไม่ได้เรียนรู้อะไรเลย” ผู้ร่วมชุมนุมคนดังกล่าวระบุ

หลักจากนั้นในเวลาประมาณ 19.30 น. การชุมนุมก็ได้เริ่มสลายไป