◊ สัมภาษณ์พิเศษ : นายกฯ ตำบลสันกำแพง หลังการยึดอำนาจของคณะปฏิรูปฯ

“เมื่อเราตัดสินใจผ่าตัดแบบนี้แล้ว เราก็ต้องช่วยกันรักษาแผลที่ถูกผ่าตัดนั้น
นี่คือสิ่งที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วนที่สุดในตอนนี้”

ประชาไทสัมภาษณ์ ศุภนิมิต วรกิตติ นายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลสันกำแพง ขอเชิญ อ่าน

0 0 0



รู้สึกว่าวันสองวันมานี้สันกำแพงเงียบไปรึเปล่า?

คงจะเป็นเหมือนทุกที่ ผลกระทบโดยรวมของสันกำแพงก็คล้ายๆ กับผลกระทบโดยรวมของทั้งประเทศ ชาวบ้านก็ต้องคอยฟังการประกาศข้อบังคับต่างๆ ของคณะปฏิรูปฯ แต่ถ้าเป็นทางด้านธุรกรรมการประกอบเศรษฐกิจต่างๆ ก็ยังคงเป็นไปตามปกติ ซึ่งบางครั้งอาจจะมองว่าเงียบไป …เพราะว่าทุกคนก็กำลังรอฟังว่าเหตุการณ์ว่ามันจะเป็นอย่างไรต่อไป

ในความรู้สึกของคนสันกำแพง รู้สึกอย่างไรบ้างครับ เป็นห่วงท่านนายกฯอย่างไรบ้างไหม?

ในความรู้สึกของคนบ้านเดียวกัน ท่านนายกทักษิณก็เป็นความภาคภูมิใจของคนสันกำแพง ของคนเชียงใหม่ ในฐานะที่ท่านเป็นคนเชียงใหม่คนแรกที่ได้เป็นนายกรัฐมนตรี สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก็รู้สึกตกใจ …แต่สำหรับภาพรวมของประเทศแล้ว สิ่งไหนที่ทำให้สถานการณ์มันคลี่คลาย เราคนไทยทุกคนก็คงจะต้องรู้สึกเหมือนๆ กัน และคนสันกำแพงก็เป็นคนที่รักความสงบ

ไม่เคยมีการออกมาประท้วงหรือออกมาชนกันในตอนที่สถานการณ์ของท่านนายกฯกำลังตึงเครียด?
ไม่มี, อยู่ในความสงบ

พอจะรู้ไหมว่าเป็นกลุ่มไหน? คนสันกำแพงรึเปล่า?

คงไม่อยากที่จะไปรู้ว่าเป็นกลุ่มไหน ..แต่คนสันกำแพงส่วนใหญ่นี่คงไม่ใช่ แน่นอนว่าท่านนายกฯคือความภูมิใจในฐานะคนสันกำแพง แต่ถ้าถามว่ารู้สึกยังไงกับเหตุการณ์ ก็คงจะอธิบายได้ประมาณว่า คนเรามีขึ้นย่อมมีลง ก็อย่างว่า ถ้าคนล้มแล้วมันสมควรไหมที่จะซ้ำ? เพราะคนเราทุกคนพร้อมที่จะล้มได้ และก็ต้องปล่อยให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการตรวจสอบต่างๆ ที่จะมีขึ้นในอนาคตได้ทำงานและตรวจสอบ

มองว่าการล้มของท่านนายกฯ (พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร) ครั้งนี้ เนื่องจากสภาพแวดล้อมคนรอบข้างหรือ หรือคนกลุ่มไหน?

ไม่ล่ะค่ะ! ในเวลานี้เราไม่ต้องไปหาเหตุผลของสิ่งที่เกิดขึ้นแล้ว เราต้องมองไปข้างหน้า ณ เวลานี้คือเวลาที่เราต้องหันหน้าเข้าหากัน ก่อนหน้านั้นความเรื้อรังต่างๆ มันสุกงอม และก็คลี่คลายอย่างที่เราเห็น ตอนนี้คือ ‘ภาวนา’ ขอให้ความเป็นธรรมเกิดขึ้นกับทุกฝ่าย และควรหันหน้าเข้าหากัน ไม่ควรใช้อารมณ์ แล้วขอให้มองประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ เมืองไทยเราโชคดีที่มีองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มีพระสยามเทวาธิราช ซึ่งเวลาที่มีเหตุการณ์อะไรที่น่าเป็นห่วงเราก็สามารถคลี่คลายไปในทางที่ดีได้เสมอ —สำหรับเราชาวสันกำแพง อยู่ด้วยความสงบร่มเย็น เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ในฐานะที่ปุถุชนคนหนึ่งต้องมาโดนเหตุการณ์แบบนี้ เราก็ ‘เอ็นดูเปิ้น’

แล้วได้ไปรายงานตัวไหม หลังการรัฐประหาร?

ไม่ได้ไป เนื่องจากได้โทรถามท่านนายกเทศมนตรีองค์การปกครองท้องถิ่นหลายที่ ท่านก็บอกว่าไม่ได้ไป

คิดว่าจะมีผลอะไรต่อท่านไหม?

คิดว่าคงไม่มีผล เพราะเขาเรียกหัวหน้าส่วนราชการ แต่ของเรามันเป็นองค์กรปกครองท้องถิ่น

แล้วภาคธุรกิจเครือข่ายญาติของท่านนายก ‘เปิด-ปิด’ ตามปกติไหม?

ไม่ปิดค่ะ ในด้านของภาคธุรกิจ คณะปฏิรูปก็ได้บอกแล้วว่า ให้ดำเนินไปตามปกติ อะไรที่พอจะทำให้บ้านเมืองเราคืนสู่สภาวะปกติเร็วที่สุด เราก็ต้องดำเนินมันไป ยิ่งถ้าเราไป ‘เต้นตาม’ มันจะยิ่งไปกันใหญ่ — ถามว่าวันเสาร์นี้ถนนคนเดินสันกำแพงจะมีตามปกติไหม ก็มีเหมือนเดิม สำหรับด้านเศรษฐกิจโดยรวมแล้วต้องภาวนาให้มีรัฐบาลเกิดขึ้นโดยเร็ว


แต่ในภาพรวมแล้ว เศรษฐกิจท้องถิ่น – การบริหารปกครองท้องถิ่น ได้รับผลกระทบ?


ถึงแม้เหตุการณ์นี้ไม่เกิด สภาพเศรษฐกิจมันก็ซบมาเรื่อย และตราบใดที่ยังไม่มีรัฐบาล งบประมาณต่างๆ ของท้องถิ่นยังคงมีปัญหา และก่อนหน้าเหตุการณ์นี้ นโยบายของรัฐบาลชุดเก่าก็ส่งสัญญาณถึงความมีปัญหาด้านการจัดสรรงบประมาณพอสมควร คือนโยบายในปี 2550 เน้นให้ทุกองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น จะต้องบริหาร-หางบด้วยตนเอง ซึ่งเป็นนโยบายก่อนการรัฐประหารครั้งนี้ …และในอนาคตหากเหตุการณ์ยังไม่คลี่คลายเร็วที่สุด อบต. หรือ เทศบาลใด ไม่มีงบประมาณสำรองจะต้องเดือดร้อนถึง 2-3 เท่า ไม่ว่าจะเป็นการจัดสาธารณูปโภคพื้นฐานในท้องถิ่น หรือการบรรเทาสาธารณภัย

ตอนนี้หัวหน้าคณะปฏิรูปก็ยืนยันแล้วว่า ภายในสองอาทิตย์จะมีรัฐบาลใหม่ ซึ่งเป็นผลดีอย่างมากต่อความมั่นใจของประชาชน – ภาคเอกชน เพราะว่าจะต้องให้มีการเกิดคณะบริหารประเทศและประชาธิปไตยตามมาให้เร็วที่สุด จึงจะเป็นผลดีต่อทุกภาคส่วน

อย่างไรก็แล้วแต่ ตอนนี้คนสันกำแพงก็ยังต้อนรับท่าน ‘อดีตนายก’ เหมือนเดิม?

เหมือนเดิม เหมือนเดิมทุกอย่าง … คือว่ามันต้องแยกส่วน ถามว่ากระบวนการการตัดสินว่าท่านผิดตรงไหน ยังไง มันก็จะต้องมี จะต้องเกิดขึ้นไหม –มันจะต้องเกิดขึ้นอย่างแน่นอน และถามว่า ‘สันกำแพงรับได้ไหม?’ มันคงจะถามอย่างนั้นไม่ได้ มันเป็นเรื่องของกระบวนการยุติธรรมที่ต้องชี้ถูก – ชี้ผิด ซึ่งคนสันกำแพงเป็นคนที่ยอมรับในสิ่งนั้นเช่นเดียวกับคนไทยทุกคน

ถามว่าคนสันกำแพงถูกนำไปผูกติดกับงบต่างๆ อะไรของท่านที่เอาลงมาพัฒนาท้องที่บ้านเกิดไหม? — ตอบได้เลยว่า เราคนตำบลสันกำแพง บ้านเกิดของท่าน ไม่ได้รับอภิสิทธิ์อะไรเลย …ทุกอย่างเราต้องทำตามระบบของการบริหารส่วนท้องถิ่นเอง ถ้าคิดว่าเป็นบ้านเกิดนายกทักษิณแล้วสามารถของบอะไรได้ง่ายๆ นั้น ขอบอกว่าไม่ใช่เลย การพัฒนาในช่วงที่ท่านอยู่นั้น มันก็เหมือนกับทุกที่ สันกำแพงเรายังได้รับการพัฒนาน้อยกว่าอำเภออื่นๆ ในเชียงใหม่ด้วยซ้ำ –สิ่งที่เกิดขึ้นในสันกำแพงที่เป็นรูปธรรมก็คือ ‘ศูนย์ราชการ’ ส่วนการบริหารท้องถิ่นต่างๆ ก็เป็นเรื่องของท้องที่นั้นเอง …ที่ตำบลสันกำแพง ท่านเองเพียงแต่ฝากบอกให้ดูแลเรื่องของผู้สูงอายุเท่านั้น ส่วนการพัฒนาด้านอื่นๆ เป็นหน้าที่ของเราเอง

คนสันกำแพงเราเป็นคนที่เรียบๆ ง่ายๆ ถามว่าเราเสียใจไหมกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เราก็รู้สึกเสียใจ ท่านก็ทำอะไรไว้หลายอย่างทั้งสองด้าน ซึ่งมันมีคำกลอนภาษาเมืองที่ว่า “จับใจ๋แห้ง บ่จับใจ๋ก๋า จับใจ๋ครูบารย์ บ่จับใจ๋พระน้อย” แล้วโลกโลกภิวัฒน์ยุคนี้มันเหมือนอะไรที่เป็นไปได้รวดเร็ว และมันย้อนไม่ได้ …แต่สิ่งหนึ่งที่ดิฉันภูมิใจและคนสันกำแพงภูมิใจ คนทั้งประเทศภูมิใจ คือ เรามีในหลวง สิ่งนี้แม้แต่ในอเมริกาก็ไม่มี รอบๆ บ้านเราก็ไม่มี เรามีพระมหากษัตริย์ที่ทรงมีความสามารถ ถามว่าบ้านอื่นเมืองอื่นเกิด ‘ความไม่สงบสุข’ มากกว่าเราเสียด้วยซ้ำ ในน้ำมีปลาในนามีข้าว เมืองไทยเรานี่แหละอันดับหนึ่ง …แต่เรื่องของวัตถุนิยมที่มันเข้ามา พุ่งเข้ามาแบบชนิดที่เรียกว่า ถ้าเราไม่ช่วยกันในอนาคตมันอาจจะแย่ –สื่อนี่และที่มีบทบาทสำคัญในการต้านทานสิ่งเหล่านี้ ส่งเสริมวัฒนธรรมและด้านความสำนึกทางการเมือง ถ้าเรามีสื่อที่มีคุณภาพในการถ่ายทอด ให้ผู้บริโภคมีข้อมูลในการตัดสินใจในเรื่องต่างๆ

ท่านนายกเทศมนตรีนำนโยบายเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้ไหม?

ดิฉันพยายายามเน้นตรงนี้ อยากให้ประชาชนพยายามนึกถึงเศรษฐกิจพอเพียงในยุคสภาวะเศรษฐกิจแบบนี้ บ้านเมืองจะอยู่ได้ ดิฉันเชื่อมั่นในความคิดของพระองค์ท่าน

สำหรับเหตุการณ์นี้ โดยภาพรวมแล้ว คิดว่าจะเป็นยังไงก็ต่อไป ?

ในฐานะที่เราเป็นคนไทยด้วยกัน อะไรที่มันสามารถทำให้คลี่คลายไปได้ เราก็ต้องยอมรับ และในเมื่อเราตัดสินใจผ่าตัดแบบนี้แล้ว เราก็ต้องช่วยกันรักษาแผลที่ถูกผ่าตัดนั้น สิ่งที่เราต้องทำอย่างเร่งด่วนในตอนนี้ก็คือ ต้องรีบช่วยกันรักษาบาดแผลนั้นให้เร็วที่สุด!