◊ ข่าวประชาธรรม : รัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยจะคืนมาอย่างไร? แบบไหน?

หลังเหตุการณ์ที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) คณะปฏิรูปฯ ที่มีพล.อ.
สนธิ บุณยรัตกลิน หัวหน้าคณะปฏิรูปฯ ดังกล่าวก็ให้สัญญากับประชาชนจะเร่งรีบดำเนินการสรรหานายกรัฐมนตรีพลเรือนชั่วคราวให้ได้ภาย 2 สัปดาห์
  และดำเนินการร่างรัฐธรรมนูญ จัดการเลือกตั้ง คืนอำนาจแก่ประชาชนให้แล้วเสร็จภายใน 1 ปี     

เป็นที่น่าสังเกตว่าแม้จะมีประชาชนบางส่วนเห็นด้วยกับ รัฐประหาร ครั้งนี้  โดยมีเหตุผลว่าเพื่อแก้ปัญหาวิกฤตการเมือง  และมองว่าเป็นกลวิธีหนึ่งสำหรับจัดการกับระบบการเมืองที่มีปัญหาในช่วงที่ผ่านมา  แต่เสียงของภาคประชาชนส่วนหนึ่งที่ไม่เห็นด้วย  รวมทั้งประชาชนส่วนที่เห็นด้วยกับรัฐประหารในเชิงยุทธวิธีก็ยังมีความเป็นห่วงและกังวลต่อ “สิทธิเสรีภาพของประชาชน  แนวทางการปฏิรูปสังคม-การเมืองจะเกิดขึ้นแบบไหน อย่างไร  และจะเป็นการเปลี่ยนผ่านการเมืองที่ตรงใจกับภาคประชาชน   เกิดประโยชน์กับประชาชนระดับรากหญ้าอย่างแท้จริงหรือไม่   เฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคณะปฏิรูปฯ ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญไปแล้ว  สิทธิเสรีภาพของประชาชน  การมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในทางการเมืองจะเป็นเช่นไรนับจากนี้ ?     

เมื่อรัฐธรรมนูญถูกยกเลิก  คำถามที่เกิดขึ้นตามมาคือ กระบวนการผลักดันสิทธิของประชาชนในเรื่องต่างๆ เช่น เรื่องสื่อ  เรื่องป่าชุมชน  ระบบสวัสดิการของประชาชนที่เคยผลักดันกันนมนานจะต้องกลับไปเริ่มต้นนับหนึ่งใหม่หรือไม่ ?  คณะปฏิรูปฯ จะสามารถสานต่อเจตนารมณ์ของภาคประชาชนในเรื่องต่างๆ เหล่านี้ได้อย่างไร 

สำนักข่าวประชาธรรม  ได้รวบรวมความเห็นของภาคประชาชนส่วนต่างๆ ทั้งเกษตรกร  นักวิชาการ  และนักกิจกรรมทางสังคมในภูมิภาคต่างๆ ทั่วประเทศ  ต่อการนำรัฐธรรมนูญและประชาธิปไตยกลับคืนมา  จนถึงแนวทางการปฏิรูปสังคม การเมืองในอนาคต (ซึ่งจะมีการนำเสนออย่างต่อเนื่องในโอกาสต่อไป)  

ใครคือผู้ร่างรัฐธรรมนูญ?   

หากจะว่าไปแล้วรัฐธรรมนูญปี 40   นับเป็นรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมอย่างมาก  โดยเฉพาะประชาชนระดับฐานล่าง เช่นในมาตรา 46,56  ที่เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร เป็นต้น   แต่อย่างไรก็ตามการใช้รัฐธรรมนูญปี 40 ในช่วงรัฐบาลที่ผ่านมาก็มีปัญหามากต่อประชาชนระดับฐานล่าง  อีกทั้งกฎหมายลูกที่อยู่ภายใต้รัฐธรรมนูญก็ไม่สามารถผลักดันได้ เช่น กฎหมายป่าชุมชน เป็นต้น 

กระบวนการร่างรัฐธรรมนูญในปัจจุบัน แม้จะไม่ชัดเจนว่าใครจะเป็นผู้ร่าง  เนื้อหาสาระจะเป็นเช่นไรนั้น   จากการติดตามสอบถามเครือข่ายภาคประชาชนส่วนต่างๆ  ก็มีความเห็นว่าสิ่งที่ภาคประชาชนจะต้องติดตามและตรวจสอบคือคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญ  ทั้งนี้ก็อยากให้คณะปฏิรูปฯ  เปิดกว้างให้ประชาชนจากทุกภาคส่วนเข้ามีส่วนร่วมในการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ด้วย  โดยเฉพาะกลุ่มประชาชนในระดับฐานล่างที่เข้าไม่ถึงมาโดยตลอด  จะต้องคำนึงถึงให้มากๆ     

รังสรรค์ แสนสองแคว  แนวร่วมกลุ่มเกษตรกรภาคเหนือมีความเห็นว่า แม้ที่ผ่านมารัฐธรรมนูญฉบับปี 2540  มีข้อบกพร่องอยู่บ้างและยังมีปัญหาในการนำไปใช้   แต่คณะปฏิรูปฯไม่จำเป็นต้องยุบทิ้งอาจปรับปรุงแก้ไขในบางส่วนก็ได้ ดังนั้นต่อไปจากนี้ปัญหาคือกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ รายละเอียดต่างๆ  ใครจะเป็นผู้ดำเนินการซึ่งนี่คือปัญหาใหญ่  หากฝ่ายทหารเป็นผู้ร่างตนเชื่อว่ามีปัญหาตามมาแน่นอนเพราะประชาชนจะถูกปิดกั้นการมีส่วนร่วม   

นอกจากนี้การคืนอำนาจประชาชนนั้นต้องชัดเจนด้วยว่าคืนอย่างไร คืนก่อนร่างหรือหลังร่างรัฐธรรมนูญ   หากคืนอำนาจให้ประชาชนโดยที่ทหารร่างรัฐธรรมนูญเสร็จก็เท่ากับว่าสังคมเราเข้าสู่ยุคเผด็จการทหาร   ต้องจับตาให้ดีๆ   ภาคประชาชนต้องสร้างความชัดเจน ความเข้มแข็ง และเป็นเอกภาพในการปฏิรูปการเมืองให้มากกว่านี้ ต้องเดินหน้าการปฏิรูปการเมืองต่อไป อย่าไปให้ความสำคัญกับผลประโยชน์เฉพาะหน้าด้านสน รูปสูง ที่ปรึกษาชุมนุมสหพันธ์สหกรณ์ ภาคอีสาน  มีความเห็นคล้ายคลึงกันว่าประชาชนฐานรากก็ต้องตื่นตัวและเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง   ซึ่งเป็นการพัฒนาต่อยอดจากสถานการณ์การเมืองที่ผ่านมา โดยอาศัยกระบวนการศึกษาผ่านองค์กรชุมชนต่าง ๆที่มีอยู่ หมดเวลาที่จะมาโอดครวญเสียดายนายกทักษิณแล้ว ให้การศึกษาแล้วบุกไปข้างหน้า การมีส่วนร่วมคือทำอย่างไรการพัฒนาจะลงมาสู่ฐานรากให้มากที่สุดโดยเฉพาะเรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง และการทำให้สภาประชาชนให้เข้มแข็ง 

ที่ปรึกษาชุมนุมสหพันธ์สหกรณ์ภาคอีสาน กล่าวต่ออีกไปว่า ในส่วนของร่างข้อเสนอต่อการปฏิรูปการเมืองนั้นยังยึดหลักการเดิมที่คุยไว้  ส่วนใหญ่จะเน้นหมวดที่ว่าด้วยสิทธิชุมชน   ถือเป็นเจตนารมณ์ของเกษตรกรส่วนใหญ่   ไม่ลืมปัญหาคนรากหญ้านอกเหนือจากกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญที่จะต้องมีความชัดเจนว่าเปิดให้ภาคส่วนต่างๆ เข้ามามีส่วนร่วมอย่างกว้างขวางแล้ว  ประเด็นที่มีการเน้นย้ำจากเครือข่ายประชาชนคือเนื้อหาของการร่างรัฐธรรมนูญ  ในส่วนของเกษตรกร เท่าที่สัมภาษณ์มามีการเน้นย้ำประเด็นเนื้อหา ดังนี้สน รูปสูง  ที่ปรึกษาชุมนุมสหพันธ์เกษตรกรภาคอีสาน ข้อเสนอต่อการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มีดังนี้ 1.ให้จัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติเป็นตัวแทนเกษตรกรออกแผนการพัฒนา นำเสนอนโยบาย และประเด็นปัญหาของเกษตรกรต่อ ครม.เพื่อให้ได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง 2. จัดตั้งสภาสหกรณ์แห่งชาติแทน สหกรณ์เพื่อการเกษตรในปัจจุบัน ซึ่งเปรียบเสมือนไม้ดัด บอนไซ จะตายก็ไม่ตาย จะโตก็ไม่โต ถูกเลี้ยงไว้ดูเล่นอยู่อย่างนี้ 3. เกษตรกร เมื่ออายุครบ 60 ปี ต้องถือว่าเกษียณอายุแล้ว ดังนั้นรัฐต้องจัดกองทุนบำเหน็จบำนาญเกษตรกรถือว่าบุคคลเหล่านี้ได้ทำคุณประโยชน์ให้กับประเทศมามากแล้ว หรือจะเรียกว่าเป็นกองทุนบำเหน็จบำนาญประชาชนเกษียรก็ได้  

4. ปัญหาต่าง ๆ ที่เกิดจากการคอรัปชั่นของรัฐบาล ถือว่าประชาชนเป็นผู้เสียหายสามารถฟ้องร้องค่าเสียหายได้โดยรัฐเป็นฝ่ายออกค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องในระหว่างการดำเนินคดีทั้งหมด 5. จัดตั้ง ธนาคารที่ดิน  และยกร่างกฎหมายการจำกัดการถือครองที่ดิน   เนื่องจากปัญหาเรื่องที่ดินในประเทศไทยปัจจุบันคนรวยครอบครองอยู่ 80 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยคนละ 200 ไร่ และคนจนครอบครอง 20 เปอร์เซ็นต์ เฉลี่ยคนละ 1 ไร่เศษ อนาคตโอกาสที่ที่ดินจะไหลรวมไปหาคนรวยก็มีสูงขึ้นเรื่อย ๆ   ธนาคารที่ดิน ต้องเตรียมงบประมาณในการซื้อคืนที่ดินเหล่านั้นเพื่อเตรียมจัดสรรให้ชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงได้นำไปทำประโยชน์แต่ห้ามขาย หากใครจะขาย ธนาคารที่ดินต้องยึดคืนมาเพื่อจัดสรรให้คนอื่นทำประโยชน์ต่อไป  5. จัดตั้ง กองทุนชดเชยการขาดทุนผลผลิตทางการเกษตร และ 6. ปัญหาเรื่องน้ำ รัฐต้องมีนโยบายการจัดการระบบน้ำสำหรับการเกษตรอย่างเพียงพอและยั่งยืน 

กระจ่าง ทองคำ ชาวบ้านบ้านบ่อคณฑี ต.ขนาบนาก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ว่า เป็นรัฐธรรมที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งเป็นรัฐธรรมนูญฉบับประชาชนมากที่สุด อย่างไรก็ตาม คิดว่าในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ อยากให้เพิ่มเติมในสิ่งที่สำคัญที่สุดตามความคิดของตนคือ กฎหมายการจำกัดการถือครองที่ดิน  ต้องระบุให้ชัดเจนว่า อนุญาตให้ประชาชนมีที่ดินได้คนละกี่ไร่ แต่ที่ผ่านมาไม่มีรัฐธรรมนูญฉบับไหนระบุเรื่องนี้ไว้เลย ทั้งนี้เพราะเรื่องที่ดินทำกินเป็นความเท่าเทียม บางคนไม่มีที่ดินทำกิน บางคนพอมี 10-15 ไร่ แต่บางคนกลับมีเป็นหมื่นๆ ไร่ ถ้าไม่แก้เรื่องนี้ คนจนจะไม่สามารถลืมตาอ้าปากได้ 

แนวทางในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ถ้าจะให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมจริงๆ หน่วยงานของรัฐบาลต้องจัดนักวิชาการลงมาทำประชาพิจารณ์ในหมู่บ้านทุกหมู่บ้าน ถามความเห็นของชาวบ้านต่อข้อเสนอกฎหมายต่างๆ ว่าเห็นด้วย หรือไม่เห็นด้วยอย่างไร            คืนอำนาจให้ประชาชนไม่ใช่นักการเมือง 

ดร.
ประภาส ปิ่นตบแต่ง
อาจารย์ประจำคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นักวิชาการผู้ศึกษาการเมืองบนท้องถนน กล่าวว่า การยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับปี 2540 ไม่ใช่เรื่องดีแน่ เพราะถึงแม้จะไม่ใช่รัฐธรรมนูญที่สมบูรณ์ที่สุด แต่อย่างน้อยก็มีแนวนโยบายแห่งรัฐซึ่งเป็นหลักประกันขั้นพื้นฐาน รวมถึงการให้ความสำคัญกับภาคประชาชนในการมีส่วนร่วมต่างๆ นอกจากนี้การยกเลิกองค์กรอิสระไปด้วย ย่อมกระทบกับช่องทางการเข้ามามีส่วนร่วมของภาคประชาชนอย่างแน่นอน   ดังนั้น แม้คณะปฏิรูปมีความจำเป็นต้องยกเลิกรัฐธรรมนูญไป ก็อยากให้คงหลักประกันในสิทธิเสรีภาพของประชาชนเหล่านี้เอาไว้ 

ยกตัวอย่างเรื่องการห้ามชุมนุมเกิน 5 คนนั้นจะส่งผลร้ายมหาศาลต่อกระบวนการทำงานของภาคประชาชน-ภาคประชาสังคม เนื่องจากที่ผ่านมาประชาชนต่างใช้วิธีการชุมนุม เดินขบวน และรณรงค์ในที่สาธารณะเพื่อเป็นเครื่องมือต่อรองกับรัฐ และทำความเข้าใจกับคนในสังคม 

อย่างไรก็ตาม ดร.ประภาส กล่าวอีกว่า ในสถานการณ์เช่นนี้ตนเชื่อว่าทุกภาคส่วนในสังคมคิดไปในทางเดียวกันที่ไม่อยากให้การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ต้องกลายเป็นการคืนอำนาจให้นักการเมือง แทนที่จะเป็นการคืนอำนาจให้ภาคประชาชนรากหญ้าตามที่รัฐธรรมนูญปี 2540 มุ่งหมาย เพราะบทเรียนจากร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ภายหลังการทำรัฐประหาร มักจะเป็นการเขียนขึ้นจากผู้มีอำนาจ ผู้ทรงวุฒิ หรือนักกฎหมายมหาชนเพียงไม่กี่คน  

ดังนั้น การร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ แม้จะเป็นการใช้เพียงชั่วคราว ก็ควรมีเปิดทางให้กว้างที่สุด เพื่อภาคประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากการบริหารประเทศตามระบอบทักษิณ องค์กรภาคประชาสังคมเข้ามามีส่วนร่วมอย่างแท้จริงในกระบวนการ อาจเป็นรูปแบบสภาประชาชนดังที่คณะปฏิรูปเสนอ หรือคณะผู้ร่างรัฐธรรมนูญอาจมีบทบาทดังคณะลูกขุน ในการรับฟังความคิดเห็น ข้อเสนอจากคนกลุ่มต่างๆ ก็ได้ 

ส่วนกลุ่มมหาวิทยาลัยเที่ยงคืนมีความเห็นว่า ระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญที่รองรับสิทธิเสรีภาพของประชาชนเป็นหลักการสำคัญที่ต้องได้รับการประกันอย่างมั่นคง  เพื่อให้สังคมไทยกลับคืนสู่ครรลองประชาธิปไตย จึงมีข้อเสนอว่าจะต้องมีการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ขึ้นบังคับใช้  โดยจะต้องคงหลักการซึ่งได้รับรองในรัฐธรรมนูญปี 40 แล้ว อาทิ หลักการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำรัฐธรรมนูญ   องค์กรตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐที่อยู่นอกรัฐสภา   สิทธิชุมชน  หลักประกันด้านสิทธิและเสรีภาพของประชาชน    และเสรีภาพในการนำเสนอข้อมูลข่าวสาร 

ด้านนักกฎหมายจากสภาทนายความ และผู้ประสานงานคดีกรือเซะ ตากใบ  นิตยา หว่างไพบูลย์  มีความเห็นว่าหน่วยงานรัฐ องค์กรเอกชน และประชาชนทั่วไป ต้องกลับมาทบทวนบทบาท หน้าที่ของตนเองว่าเหตุใดจึงมีรัฐประหาร ซึ่งโดยส่วนตัวมีความเห็นว่า สิ่งที่เกิดขึ้นมาจากช่องว่างของกฎหมายรัฐธรรมนูญที่เปิดโอกาสให้นักการเมืองบางกลุ่มเข้าไปแสวงผลประโยชน์ 

สำหรับขั้นต่อไปในการร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญ ประชาชนต้องเข้ามามีส่วนร่วมในกลไกการร่างรัฐธรรมนูญครั้งนี้ด้วย   ต้องมีการตื่นตัวทางการเมือง  ที่ผ่านมามีนักการเมืองแทรกตัวเข้ามาอยู่ในกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญ ทำให้เกิดความไม่โปร่งใส เกิดการร่างรัฐธรรมนูญที่เอื้อประโยชน์ในกับพรรคการเมืองของตนเอง  

ดังนั้นกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญครั้งใหม่ต้องมีการทำประชาพิจารณ์ประชาชนอย่างกว้างขวางมากขึ้น เนื่องจากที่ผ่านมาการเสนอความเห็นของประชาชนเพื่อร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญยังแคบอยู่ในวงของประชาชนไม่กี่กลุ่ม ซึ่งไม่กว้างขวางมากพอ ประชาชนได้รับเอกสารให้เสนอความเห็นล่วงหน้าเพียง 1 อาทิตย์ เท่านั้น โดยที่ไม่มีเอกสารมาประกอบการศึกษา อีกทั้งยังไม่ได้ให้โอกาสประชาชนเรียนรู้ผลดี ผลเสียของการร่างรัฐธรรมนูญ  

กฎหมายรัฐธรรมนูญ 2540 ในเรื่องสิทธิขั้นพื้นฐานของประชาชนเป็นสิ่งที่ต้องคงเอาไว้ อย่างไรก็ตาม ยังมีอีกหลายประเด็นที่ต้องเพิ่มเติม ยกตัวอย่างเช่น สิทธิที่จะไม่ถูกอุ้ม ซึ่งยังเป็นช่องว่างของกฎหมาย ที่ลงโทษผิดผู้กระทำความผิดไม่มากนัก เช่น กรณีคุณ
สมชาย นีละไพจิตร
 

ผศ.
นุกูล รัตนดากุล คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี
   มีความเห็นว่าในส่วนของรัฐธรรมนูญฉบับ 2540 นั้น เป็นฉบับที่ดี โดยภาพรวมยังสามารถใช้ได้ แต่ต้องมีการเปลี่ยนแปลงในบางเรื่อง เช่น ในเรื่องการใช้อำนาจของนายกรัฐมนตรี จะมีการควบคุมอย่างไร ไม่ให้เป็นเผด็จการทางรัฐสภา รวมทั้งในเรื่องสัดส่วนการอภิปรายคณะรัฐมนตรีผู้ทำหน้าที่บริหารประเทศควรมีการปรับปรุงใหม่ เพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นในยุคของรัฐบาลครั้งที่ผ่านมา นอกจากนี้ จะทำอย่างไรที่จะให้องค์กรอิสระมีอำนาจที่เป็นอิสระอย่างแท้จริง 

ผมเองยังไม่รู้วิธีการว่าจะทำอย่างไร แต่มองว่าน่าจะมีการแบ่งอำนาจให้องค์กรมีอิสระจริง ส่วนในระดับพื้นที่ รัฐธรรมนูญต้องมีอำนาจในการคุ้มครองฐานทรัพยากรชุมชน พื้นที่สาธารณะ ไม่ให้ถูกรุกรานโดยอำนาจของรัฐ 

รัฐธรรมนูญต้องพูดถึงการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นให้ชัดเจนกว่ารัฐธรรมนูญฉบับที่ผ่านมา  ไม่ให้ตกเป็นเครื่องมือของนักการเมือง   ดังนั้น จะต้องมีวิธีการควบคุมการใช้อำนาจขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นระบุเอาไว้ในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ด้วย 

ภารกิจประชาชนเสนอวาระประชาชน    

นพ.
นิรันดร์ พิทักษ์วัชระ อดีตสว.จ.อุบลราชธานี และอดีตประธาน กรรมาธิการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ วุฒิสภา
กล่าวว่า ตนไม่เห็นด้วยกับการยกเลิกรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน ปี 2540 ของคณะปฏิรูปฯเพราะเห็นว่าในรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวยังมีหลายประเด็นที่เป็นประโยชน์และเป็นอำนาจของประชาชน ไม่ว่าจะเป็นหมวดสิทธิเสรีภาพ การมีส่วนร่วมของภาคประชาชน หรือแม้กระทั่งการสื่อสารของภาคประชาชน   คณะปฏิรูปฯน่าจะให้ความสำคัญและดำเนินการตามนั้นเพื่อแสดงให้เห็นว่าคณะปฏิรูปฯไม่ได้ปฏิรูปฯเพื่ออำนาจของใครคนใดคนหนึ่งแต่เป็นการยึดอำนาจรัฐเพื่อคืนให้ประชาชน 

ขณะนี้ภารกิจของภาคประชาชนรวมทั้งเครือข่ายประชาชนในภาคส่วนต่างๆ  ต้องรวมตัวกันและหารือกันในแนวทางการปฏิรูปทางสังคมการเมือง   โดยทำให้เห็นรูปธรรม   ซึ่งจะทำให้เสนอต่อคณะปฏิรูปฯได้อย่างชัดเจนและมีพลัง   ดังนั้นภารกิจในการปฏิรูปสังคมการเมืองหรือแม้กระทั่งเรื่องสื่อคือภารกิจของภาคสังคมที่ต้องทำต่อไป 

ผมคิดว่าภาคประชาชนอย่าไปหยุดแค่ว่าทักษิณออกไปแล้วจบ และไม่ต้องไปโต้เถียงว่าปฏิรูปรัฐประหารแล้วมันจะถอยหลังเข้าคลองหรือไม่ เพราะนี่คือความจริงที่เกิดขึ้น ดังนั้นการรวมตัวของภาคประชาชนในทุกภาคส่วนต้องนำเสนอวาระของประชาชนในการปฏิรูปสังคมการเมืองต่อคณะปฏิรูปฯอย่างเป็นรูปธรรมและชัดเจนอดีตสว.จ.อุบลราชธานีกล่าว