◊ ใต้ยันร่างรัฐธรรมนูญใหม่ประชาชนต้องมีส่วนร่วม

เมื่อเวลาประมาณ 15.00 น. วันที่ 20 กันยายน 2549 ที่หน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา กลุ่มประชาชนคนรักหาดใหญ่ ได้เดินไว้อาลัยให้กับผู้เสียชีวิตจากเหตุลอบวางระเบิดหลายแห่งในอำเภอหาดใหญ่ เมื่อคืนวันที่ 16 กันยายน 2549 ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 5 ราย บาดเจ็บอีกกว่า 50 คน

ผู้ร่วมขบวนทยอยกันออกเดินเท้าเป็นกลุ่มๆ ละ ประมาณ 3 – 4 คน จากหน้าสถานีรถไฟหาดใหญ่ ไปยังบริเวณห้างสรรพสินค้าโอเดียน ซึ่งเป็นจุดเกิดเหตุ เนื่องเกรงจะมีความผิดตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ห้ามมิให้มีการชุมนุมทางการเมือง ตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป

จากนั้น ได้แจกแถลงการณ์ให้กับผู้ที่เดินผ่านไปมา ในแถลงการณ์ระบุว่า ขอเรียกร้องให้ชาวอำเภอหาดใหญ่ร่วมกันเฝ้าระวังเหตุร้ายต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้น ขอให้ผู้ว่าราชการจังหวัดสงขลา และนายกเทศมนตรีนครหาดใหญ่ ให้ความสำคัญกับการรักษาความปลอดภัยประชาชนมากขึ้น เพราะที่ผ่านมา ยังไม่เน้นหนักในเรื่องนี้เท่าควร

“เราขอประณามผู้ที่ก่อเหตุวางระเบิดครั้งนี้ ที่ทำให้ผู้บริสุทธิ์ต้องได้รับความเดือดร้อนด้วย เราเข้าใจในความรู้สึกของท่าน ซึ่งเจ็บปวดจากเหตุการณ์ต่างๆ เช่น เหตุการณ์สลายการชุมนุมที่หน้าสถานีตำรวจภูธรอำเภอตากใบ จังหวัดนราธิวาส หรือได้รับความไม่เป็นธรรมทางการเมือง แต่ก็ควรแสวงหารูปแบบใหม่ในการต่อสู้โดยที่ไม่ทำให้มีใครต้องถูกทำร้ายอีก” แถลงการณ์ระบุ

ท่องเที่ยวหาดใหญ่ทรุดหนัก
นายสมชาติ พิมพ์ธนะพูลพร นายกสมาคมโรงแรมหาดใหญ่ – สงขลา เปิดเผยว่า การรัฐประหารที่เกิดขึ้น ทำให้การท่องเที่ยวจังหวัดสงขลา ที่เดิมได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ลอบวางระเบิด จนมีผู้เสียชีวิตและบาดเจ็บหลายรายอยู่แล้ว ย่างได้รับผลกระทบมากขึ้น เนื่องจากสื่อต่างประเทศ เสนอข่าวคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขประกาศใช้กฎอัยการศึก ส่งผลให้หลายประเทศออกมาเตือนให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการเดินทางเข้าประเทศไทย

“ขณะนี้นักท่องเที่ยวทยอยยกเลิกห้องพักในอำเภอหาดใหญ่กว่าร้อยละ 60 – 70 ของจำนวนห้องพักที่มีอยู่ทั้งหมด พอมีการรัฐประหารเกิดขึ้น มีส่วนทำให้นักท่องเที่ยวตัดสินใจยกเลิกห้องพักให้เร็วขึ้น ขณะนี้ยังจะไม่มีการหารือกันระหว่างกลุ่มนักธุรกิจ เพราะคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ห้ามมิให้มีการชุมนุมกันตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป ถึงหารือกันคงทำอะไรไม่ได้” นายสมชาติ กล่าว

นายสมชาติ กล่าวว่า ส่วนจะขอให้คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ช่วยเหลือนั้นคงเป็นไปได้ยาก เพราะคณะรัฐประหารยังมีเรื่องต้องจัดการภายในอีกมาก เพราะฉะนั้น ต้องรอดูว่าใครจะมาเป็นนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรีประกอบด้วยใครบ้าง จึงสามารถขอความช่วยเหลือจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องได้ คาดว่าคงต้องรออีกประมาณ 2 – 3 เดือน

ภาคประชาชนใต้หยุดเคลื่อนไหว
ก่อนหน้านี้ เมื่อเวลา 10.30 น. วันเดียวกัน ที่ห้องประชุมสภาอาจารย์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา มีการประชุมแกนนำพันธมิตรกู้ชาติ กู้ประชาธิปไตยสงขลา มีข้อสรุปให้ยุติการเคลื่อนไหวต่างๆ ออกไปก่อน จนกว่าจะถึงเวลาที่เหมาะสม

นายวิโชติศักดิ์ รณรงค์ไพรี เลขาธิการสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านภาคใต้ เปิดเผยว่า สมาพันธ์ฯ ได้ยกเลิกการสัมมนานักปฏิบัติการ (งานวิจัย) โครงซีฟู้ดแบงก์ ที่จะจัดในวันที่ 20 กันยายน 2549 ที่สำนักส่งเสริมและสนับสนุนวิชาการ 12 อำเภอเมือง จังหวัดสงขลา โดยจะมีกลุ่มประมงพื้นบ้านจากจังหวัดตรัง จังหวัดสตูล และทะเลสาบสงขลาเข้าร่วม เพราะผู้เข้าร่วมประชุมส่วนใหญ่ต้องการติดตามสถานการณ์ทางการเมือง

ยันร่างรัฐธรรมนูญประชาชนต้องมีส่วนร่วม
นายนฤทธิ์ ดวงสุวรรณ ที่ปรึกษา คณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ เปิดเผยว่า ในวันที่ 27 กันยายน 2549 ที่สำนักงานเสริมสร้างจิตสำนึกนิเวศ อำเภอเมืองจังหวัดตรังจะมีการประชุมคณะทำงานด้านวิจัยและรณรงค์ ของคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชนภาคใต้ ซึ่งเดิมกำหนดที่จะหารือกันในหลายเรื่อง รวมทั้งเรื่องการปฏิรูปการเมือง

“ส่วนที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ ต้องเปิดโอกาสให้ภาคประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วม ส่วนจะมีรูปแบบอย่างไรนั้น ต้องหารือกัน” นายนฤทธิ์ กล่าว

นายภาณุ พิทักษ์เผ่า แกนนำกลุ่มประชาชนคนรักหาดใหญ่ แสดงความเห็นว่า การที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จะร่างรัฐธรรมนูญใหม่ ควรให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมในการร่างด้วย เชื่อว่าเมื่อจัดตั้งรัฐบาลใหม่ได้แล้ว ก็อาจจะมีการตั้งคณะทำงานดำเนินการให้เกิดการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างแท้จริง โดยเฉพาะจากประชาชนที่ได้รับผลกระทบโดยตรง

นายภาณุ กล่าวว่า แม้ว่าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ยกเลิกรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2540 แล้ว แต่สามารถนำมาเป็นโครงในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้ เพราะมีหลายมาตราที่ยังใช้ได้ดี แต่ก็มีอีกหลายมาตราที่เห็นแล้วว่ามีข้อบกพร่อง ซึ่งสามารถนำมาแก้ไขปรับปรุงหรือร่างขึ้นมาใหม่ได้ เชื่อว่าทุกภาคส่วนคงจะมีความเห็นไปในทิศทางเดียวกัน