คำสั่งคณะปฎิรูป ฉบับที่ 1 ถึง 9

คำสั่ง หัวหน้าคณะปฎิรูป ฉบับที่ 1 ให้ข้าราชการรายงานตัว

คำสั่ง หัวหน้าคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ฉบับที่ 1 
เรื่อง ให้ข้าราชการมารายงานตัว

ตามที่คณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ได้ยึดอำนาจการปกครองไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อให้ผู้ที่เกี่ยวข้องได้รับทราบนโยบายการบริหารราชการแผ่นดินจึงให้ปลัดกระทรวงทุกกระทรวง อธิบดีทุกกรม หัวหน้าหน่วยงานระดับกรม  หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ หรือหน่วยงานอื่นของรัฐ รวมทั้งอธิการบดีมหาวิทยาลัยและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียงไปรายงานตัวที่กองบัญชาการกองทัพ ถ.ราชดำเนินนอก กรุงเทพฯ ในวันที่ 20 กันยายน 2549 เวลา 9 นาฬิกา

สั่ง ณ วันที่ 19 กันยายน 2549
พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข

คำสั่ง หัวหน้าคณะปฎิรูป ฉบับที่ 2 ให้วันที่ 20 ก.ย.49 เป็นวันหยุดราชการ
คำสั่ง หัวหน้าคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข ฉบับที่ 2
เรื่อง ให้วันพุธที่ 20 กันยายน 2549 เป็นวันหยุดราชการ

เพื่อให้การรักษาความสงบเรียบร้อยกลับคืนสู่สภาวะปกติโดยเร็วที่สุด  หัวหน้าคณะปฎิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นพระประมุข จึงสั่งให้วันพุธที่ 20 กันยายน 2549 เป็นวันหยุดราชการและวันหยุดธนาคาร โดยให้ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หยุดทำการในวันดังกล่าวด้วย

สั่ง ณ วันที่ 20 กันยายน 2549
พล.อ.สนธิ บุณยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับ3 มอบอำนาจรักษาความสงบแม่ทัพภาคแต่ละพื้นที่
คำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองฯ ฉบับที่ 3
เรื่องมอบอำนาจรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่กองทัพภาค  

เพื่อให้การดูแลความสงบเรียบร้อยในพื้นที่กองทัพภาคเป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย จึงแต่งตั้งให้ แม่ทัพภาค 1 แม่ทัพภาค 2  แม่ทัพภาค 3 แม่ทัพภาค 4  เป็นผู้อำนวยการรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่แต่ละกองทัพภาค มีอำนาจในการระงับ ปราบปราม หรือการรักษาความสงบเรียบร้อยในเขตพื้นที่แต่ละกองทัพภาค โดยให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายพลเรือนปฏิบัติตามการสั่งการของแม่ทัพภาค ผู้ใดหลีกเลี่ยงขัดขืนจะต้องได้รับโทษอย่างร้ายแรง และให้ผู้ว่าราชการจังหวัดทุกจังหวัด หัวหน้าหน่วยงานรัฐวิสาหกิจ และหน่วยงานอื่นของรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัย รวมทั้งสถาบันอุดมศึกษาของรัฐในแต่ละเขตพื้นที่กองทัพภาคไปรายงานตัวต่อแม่ทัพภาค ณ กองบัญชาการแต่ละกองทัพภาคในวันที่ 20 กันยายน 2549 เวลา 9.00 น. ทั้งนี้ ยกเว้นพื้นที่ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ให้ไปรายงานตัวต่อหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ณ กองบัญชาการกองทัพบกตามที่ได้สั่งการไปแล้ว

สั่ง ณ วันที่ 20 กันยายน 2549
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับ 4 เชิญทูตฟังคำชี้แจง
คำสั่ง คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 4/2549
เรื่อง เชิญคณะทูตานุทูตมารับฟังคำชี้แจง

ตามที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ทำการยึดอำนาจการปกครองแล้ว เพื่อเป็นการทำความเข้าใจถึงสถานการณ์ภายในประเทศที่เกิดขึ้นในปัจจุบันแก่รัฐบาลของนานาประเทศ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข จึงให้กระทรวงการต่างประเทศประสานและเชิญคณะผู้แทนทางการทูตของสถานเอกอัครราชทูต สถานอัครราชทูต สถานกงสุล และสำนักงานผู้ช่วยทูตฝ่ายทหาร ของต่างประเทศประจำประเทศไทย เข้ารับฟังคำชี้แจงจากคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในวันพุธที่ 20 กันยายน พุทธศักราช 2549 เวลา 13.30 น. ณ หอประชุมกิตติขจร ภายในกองบัญชาการกองทัพบก ถนนราชดำเนินนอก และจัดล่ามภาษาไทย – อังกฤษ แปลในระหว่างการชี้แจงด้วย พร้อมกันนี้ ขอให้ส่งรายชื่อคณะผู้แทนทางการทูต ที่จะเข้ารับฟังคำชี้แจงดังกล่าว ให้แก่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ภายในเวลา 11.00 น.
สั่ง ณ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2549
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คำสั่งคณะปฏิรูปฯ ฉบับ 5 ให้ ICT ควบคุมข่าวสารกระทบการปฏิรูปการปกครอง

คำสั่ง คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 5/2549
เรื่อง ให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ควบคุมการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสาร ระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ 
ตามที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ทำการยึดอำนาจการปกครองแล้วนั้น จึงให้กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร ดำเนินการควบคุม ยับยั้ง สกัดกั้น และทำลายการเผยแพร่ข้อมูลข่าวสารในระบบสารสนเทศ ผ่านระบบเครือข่ายการสื่อสารทั้งปวง ที่มีบทความ ข้อความ คำพูด หรืออื่นใด อันอาจจะส่งผลกระทบต่อการปฏิรูปการปกครองระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้มีประกาศในเบื้องต้นแล้ว
สั่ง ณ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2549
พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลินหัวหน้า
คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คำสั่ง คณะปฏิรูปฯ ฉ.6 เช็คท่าทีผู้นำและการเสนอข่าวของสื่อเทศ

คำสั่ง คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 6/2549
เรื่อง ตรวจสอบท่าทีของผู้นำนานาประเทศ
ตามที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ทำการยึดอำนาจการปกครองแล้วนั้น เพื่อให้ได้รับข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริง ถูกต้อง และเกิดประโยชน์ต่อการตกลงใจในการดำเนินการด้านความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ จึงให้กระทรวงการต่างประเทศ แจ้งเอกอัครราชทูตที่ประจำ ณ ต่างประเทศทุกแห่ง ให้ดำเนินการตรวจสอบท่าทีของผู้นำนานาประเทศ และองค์กรระหว่างประเทศ รวมทั้งการเสนอข่าวของสื่อมวลชนในต่างประเทศ ต่อกรณีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในประเทศไทย และรายงานให้กองบัญชาการคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ทราบโดยทันที และต่อเนื่อง               
สั่ง ณ วันที่  20 กันยายน พ.ศ. 2549
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คำสั่ง คณะปฏิรูปฯ ฉ.7 แบ่งงาน-ความรับผิดชอบ
คำสั่ง คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 7/2549
เรื่อง การจัดส่วนงานและแบ่งมอบอำนาจหน้าที่ความรับผิดชอบ
เพื่อให้การบริหารงานของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นไปอย่างมีระบบและมีประสิทธิภาพ จึงให้ดำเนินการจัดส่วนงานหน้าที่ และการแบ่งมอบความรับผิดชอบดังนี้

1.การจัดส่วนงาน กองบัญชาการคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ประกอบด้วย 4 ส่วนงาน คือ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข สำนักเลขาธิการ คณะที่ปรึกษา และฝ่ายกิจการพิเศษ     
 
2.การแบ่งมอบหน้าที่ความรับผิดชอบ คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข มีหน้าที่ดังนี้       
2.1 บริหารราชการแผ่นดินให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติ และประชาชน และให้เป็นไปตามนโยบายที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข กำหนด       
2.2 อำนวยการ ควบคุม กำกับดูแลการบริหารงาน ของกระทรวง ทบวง กรม ในความรับผิดชอบ ให้สามารถสนองตอบความต้องการของประชาชนให้มากที่สุด

สำนักเลขาธิการ มีเลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด รับผิดชอบงานธุรการ และกลั่นกรองบรรดาแถลงการณ์ คำสั่ง หรือประกาศ หรือเอกสารอื่นใดที่ประกาศให้ทราบทั่วไป ก่อนนำเสนอหัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข คณะที่ปรึกษา มีหน้าที่ให้คำแนะนำ ปรึกษา ต่อคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ในนโยบายความมั่นคงด้านต่าง ๆ ตามที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ร้องขอ หรือที่ริเริ่มขึ้นเอง

ฝ่ายกิจการพิเศษ มีเลขาธิการฝ่ายกิจการพิเศษ เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุด มีหน้าที่อำนวยการประสานงานให้เป็นไปตามคำสั่งของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข       
สั่ง ณ วันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2549
พล.อ.สนธิ บุญยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คำสั่ง คณะปฏิรูปฯ ฉ.9 เรียกยงยุทธ-เนวิน รายงานตัว

คำสั่ง คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ฉบับที่ 9/2549
เรื่อง ให้นายยงยุทธิ ติยะไพรัช และนายเนวิน ชิดชอบไปรายงานตัว

ตามที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้เข้ายึดอำนาจการปกครองไว้เรียบร้อยแล้ว เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาและอุปสรรคต่อการบริหารราชการแผ่นดินของคณะปฏิรูปฯ จึงให้นายยงยุทธ ติยะไพรัช และนายเนวิน ชิดชอบ ไปรายงานตัวต่อคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ณ กองบัญชาการกองทัพบก ถ.ราชดำเนินนอกทกรุงเทพมหานคร ในวันพฤหัสบดีที่ 21 กันยายน เวลา 12.00 น.   

    
สั่ง ณ วันที่ 20 กันยายน พุทธศักราช 2549
พล.อ. สนธิ บุญยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

คปค.ออกคำสั่งฉ. 17 ตั้งที่ปรึกษา 4 ฝ่าย

คปค. ออกคำสั่งที่ 17/2549 แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา 4 ฝ่าย ‘หม่อมอุ๋ย’ประธานที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจ ‘ไพบูลย์’ ประธานที่ปรึกษาฝ่ายสร้างสมานฉันท์ฯ ‘วิทยา’ประธานที่ปรึกษาฝ่ายต่างประเทศ และ ‘รศ.จุรี’ประธานที่ปรึกษาด้านจริยธรรมฯ

วันที่ 26 ก.ย. คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้ออกคำสั่งที่ 17/2549 เรื่อง แต่งตั้งคณะที่ปรึกษา มีใจความว่า

โดยที่ได้มีคำสั่งคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ที่ 7/2549 เรื่อง การจัดส่วนงานและการแบ่งมอบหน้าที่ความรับผิดชอบ ลงวันที่ 20 กันยายน พุทธศักราช 2549 แล้วนั้น เพื่อให้การบริหารงานของคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เป็นไปด้วยความรอบคอบ โปร่งใส และเกิดประโยชน์สูงสุดแก่ประเทศชาติและประชาชน จึงแต่งตั้งบุคคลผู้มีรายนามดังต่อไปนี้ ประกอบกันเป็นคณะที่ปรึกษาตามคำสั่งดังกล่าว ดังต่อไปนี้

1. คณะที่ปรึกษาฝ่ายเศรษฐกิจ
(1) ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล เป็นประธานที่ปรึกษา
(2) นายเกริกไกร จีระแพทย์ เป็นที่ปรึกษา
(3) นายโฆสิต ปั้นเปี่ยมรัษฎื เป็นที่ปรึกษา
(4) นายฉลองภพ สุสังกร์กาญจน์ เป็นที่ปรึกษา
(5) คุณหญิงชฎา วัฒนศิริธรรม เป็นที่ปรึกษา
(6) นายไชย ไชยวรรณ เป็นที่ปรึกษา
(7) นายณรงค์ชัย อัครเศรณี เป็นที่ปรึกษา
(8) ศ.เทียนฉาย กีระนันท์ เป็นที่ปรึกษา
(9) ศ.ปราณี ทินกร เป็นที่ปรึกษา
(10) นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ เป็นที่ปรึกษา
(11) ศ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร เป็นที่ปรึกษา
(12) ศ.มิ่งสรรพ์ ขาวสะอาด เป็นที่ปรึกษา
(13) รศ.วรพล โสคติยานุรักษ์ เป็นที่ปรึกษา
(14) นายวิรไท สันติประภพ เป็นที่ปรึกษา
(15) นายสันติ วิลาสศักดานนท์ เป็นที่ปรึกษา
(16) นายศิวพร ทรรทานนท์ เป็นที่ปรึกษา
(17) นายอาชว์ เตาลานนท์ เป็นที่ปรึกษา
(18) ศ.อัมมาร สยามวาลา เป็นที่ปรึกษา
(19) น.ส.พจนีย์ ธนวรานิช เป็นที่ปรึกษา

2. คณะที่ปรึกษาฝ่ายการต่างประเทศ
(1) นายวิทยา เวชชาชีวะ เป็นประธานที่ปรึกษา
(2) นายกฤษณ์ กาญจนกุญชร เป็นที่ปรึกษา
(3) นายกำธร อุดมฤทธิรุจ เป็นที่ปรึกษา
(4) นายเตช บุนนาค เป็นที่ปรึกษา
(5) นายนิตย์ พิบูลสงคราม เป็นที่ปรึกษา
(6) นายพิศาล มาณวพัฒน์ เป็นที่ปรึกษา
(7) นายวิทย์ รายนานนท์ เป็นที่ปรึกษา
(8) นายสาโรจน์ ชวนะวิรัช เป็นที่ปรึกษา

3. คณะที่ปรึกษาด้านการเสริมสร้างจริยธรรม ธรรมาภิบาล และการป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ
(1) รศ.จุรี วิจิตรวาทการ เป็นประธานที่ปรึกษา
(2) รศ.กำชัย จงจักรพันธ์ เป็นที่ปรึกษา
(3) รศ.จรัล เล็งวิทยา เป็นที่ปรึกษา
(4) นายเดชอุดม ไกรฤทธิ์ เป็นที่ปรึกษา
(5) รศ.ทศพร ศิริสัมพันธ์ เป็นที่ปรึกษา
(6) ผศ.ธิติพันธุ์ เชื้อบุญชัย เป็นที่ปรึกษา
(7) รศ.บุญสม ศิริบำรุงสุข เป็นที่ปรึกษา
(8) ศ.ผาสุก พงษ์ไพจิตร เป็นที่ปรึกษา
(9) รศ.พงษ์ศักดิ์ อังกสิทธิ์ เป็นที่ปรึกษา
(10) รศ.สังศิต พิริยะรังสรรค์ เป็นที่ปรึกษา
(11) รศ.ลาวัณย์ หอนพรัตน์ เป็นที่ปรึกษา
(12) ศ.วันชัย ศิริชนะ เป็นที่ปรึกษา
(13) ศ.สุรพล นิติไกรพจน์ เป็นที่ปรึกษา

4. คณะที่ปรึกษาฝ่ายการเสริมสร้างสมานฉันท์และความเป็นธรรมในสังคม
(1) นายไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม เป็นประธานที่ปรึกษา
(2) นายโคทม อารียา เป็นที่ปรึกษา
(3) รศ.จรัส สุวรรณมาลา เป็นที่ปรึกษา
(4) นายชัยวัฒน์ สถาอนันต์ เป็นที่ปรึกษา
(5) นางเตือนใจ ดีเทศน์ เป็นที่ปรึกษา
(6) ผศ.ทวี สุรฤทธิกุล เป็นที่ปรึกษา
(7) รศ.ธีรภัทร์ เสรีรังสรรค์ เป็นที่ปรึกษา
(8) รศ.นครินทร์ เมฆไตรรัตน์ เป็นที่ปรึกษา
(9) รศ.นรนิติ เศรษฐบุตร เป็นที่ปรึกษา
(10) ศ.พรชัย มาตังคสมบัติ เป็นที่ปรึกษา
(11) นายพิภพ ธงไชย เป็นที่ปรึกษา
(12) ภราดา ประทีป โกมลมาศ เป็นที่ปรึกษา
(13) นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ เป็นที่ปรึกษา
(14) นายประยงค์ รณรงค์ เป็นที่ปรึกษา
(15) นายวรวิทย์ บารู เป็นที่ปรึกษา
(16) นายวิบูลย์ เข็มเฉลิม เป็นที่ปรึกษา
(17) รศ.วิริยะ นามศิริพงศ์พันธุ์ เป็นที่ปรึกษา
(18) ผศ.วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ เป็นที่ปรึกษา
(19) ศ.วันชัย วัฒนศัพท์ เป็นที่ปรึกษา
(20) รศ.ศรีศักดิ์ วัลลิโภดม เป็นที่ปรึกษา
(21) ศ.คุณหญิง สุชาดา กีระนันทน์ เป็นที่ปรึกษา
(22) รศ.สุริชัย หวันแก้ว เป็นที่ปรึกษา
(23) ศ.สุทธิศักดิ์ พงษ์ไพบูลย์ เป็นที่ปรึกษา
(24) คุณหญิงแสงดาว สยามวาลา เป็นที่ปรึกษา
25) นายโสภณ สุภาพงษ์ เป็นที่ปรึกษา
(26) รศ.มาณี ไชยธีรานุวัฒน์ศิริ เป็นที่ปรึกษา

ให้คณะที่ปรึกษาฝ่ายต่างๆ มีอำนาจหน้าที่ให้คำปรึกษา และเสนอคำแนะนำแก่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ตามที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ร้องขอ หรือตามที่คณะที่ปรึกษาเห็นสมควร

ให้คณะที่ปรึกษาฝ่ายต่างๆ ประชุมพิจารณาเรื่องทั้งหลายแยกกัน แต่อาจจัดให้มีการประชุมร่วมกันของคณะที่ปรึกษาทุกคณะ หรือบางคณะ ได้ตามที่หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข เลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือประธานคณะที่ปรึกษาฝ่ายต่างๆ เห็นสมควร

ให้คณะที่ปรึกษาแต่งตั้งที่ปรึกษาคนหนึ่งขึ้น ทำหน้าที่เลขานุการ และจะให้มีผู้ช่วยเลขานุการด้วยก็ได้
ให้สำนักเลขาธิการคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อำนวยความสะดวกในการจัดประชุมคณะที่ปรึกษา ตามคำสั่งนี้

สั่ง ณ วันที่ 26 กันยายน พุทธศักราช 2549
พลเอก สนธิ บุญยรัตกลิน
หัวหน้าคณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข