<?xml version="1.0" encoding="UTF-8"?>
<rss version="2.0"
	xmlns:content="http://purl.org/rss/1.0/modules/content/"
	xmlns:wfw="http://wellformedweb.org/CommentAPI/"
	xmlns:dc="http://purl.org/dc/elements/1.1/"
	xmlns:atom="http://www.w3.org/2005/Atom"
	xmlns:sy="http://purl.org/rss/1.0/modules/syndication/"
	xmlns:slash="http://purl.org/rss/1.0/modules/slash/"
	xmlns:georss="http://www.georss.org/georss" xmlns:geo="http://www.w3.org/2003/01/geo/wgs84_pos#" xmlns:media="http://search.yahoo.com/mrss/"
	>

<channel>
	<title>ประชาไท</title>
	<atom:link href="https://prachatai.wordpress.com/feed/" rel="self" type="application/rss+xml" />
	<link>https://prachatai.wordpress.com</link>
	<description>Prachatai Newspaper</description>
	<lastBuildDate>Sat, 24 Dec 2011 11:28:54 +0000</lastBuildDate>
	<language>en</language>
	<sy:updatePeriod>hourly</sy:updatePeriod>
	<sy:updateFrequency>1</sy:updateFrequency>
	<generator>http://wordpress.com/</generator>
<cloud domain='prachatai.wordpress.com' port='80' path='/?rsscloud=notify' registerProcedure='' protocol='http-post' />
<image>
		<url>https://secure.gravatar.com/blavatar/84eb065a7e697e8c7d9857e3542be0dc?s=96&#038;d=https%3A%2F%2Fs-ssl.wordpress.com%2Fi%2Fbuttonw-com.png</url>
		<title>ประชาไท</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com</link>
	</image>
	<atom:link rel="search" type="application/opensearchdescription+xml" href="https://prachatai.wordpress.com/osd.xml" title="ประชาไท" />
	<atom:link rel='hub' href='https://prachatai.wordpress.com/?pushpress=hub'/>
		<item>
		<title>รายงานพิเศษ : การละเมิดสิทธิมนุษยชนจากนโยบายการพัฒนาเหมืองแร่โปแตซอีสาน</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com/2008/05/03/12023/</link>
		<comments>https://prachatai.wordpress.com/2008/05/03/12023/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 May 2008 11:42:31 +0000</pubDate>
		<dc:creator>littleonline</dc:creator>
				<category><![CDATA[รายงานพิเศษ]]></category>
		<category><![CDATA[report]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://prachatai.wordpress.com/?p=413</guid>
		<description><![CDATA[    เรียบเรียงโดย  บำเพ็ญ ไชยรักษ์ กลุ่มนิเวศวัฒนธรรมศึกษา     เมื่อ 7 ปีมาแล้ว ชาวบ้านที่อุดรธานีเปิดพื้นที่การรับรู้เรื่องเหมืองแร่โปแตชอย่างกว้างขวางขึ้นในสังคมไทย  เมื่อออกมาคัดค้านการทำเหมืองแร่ใต้ดินในจังหวัดอุดรธานี ต่อมามีรายงานว่ามีนักลงทุนได้เข้ามายื่นขอสำรวจพื้นที่เชิงพานิชย์เพื่อพัฒนาเหมืองแร่โปแตช อีก 6 แห่งในอีก 6 จังหวัดภาคอีสาน ทำให้คนอีสานตื่นตัวและร้องต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติเพื่อให้ตรวจสอบการพัฒนาเหมืองแร่โปแตชดังกล่าวทั้งในจังหวัดอุดรธานีและในภาคอีสาน   เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2551 ที่ผ่านมานายเสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ  พร้อมด้วยคณะเดินทางมายังวัดอรุณธรรมรังษี บ้านโนนสมบูรณ์ อ.ประจักษ์ศิลปาคม จ.อุดรธานี โดยมีตัวแทนกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี นำลงพื้นที่หนองน้ำสาธารณะประโยชน์หนองนาตาล ซึ่งอยู่ติดกับที่ตั้งโรงงานแต่งแร่โครงการเหมืองแร่โปแตชอุดรธานี ของบริษัทเอเชียแปซิฟิกโปแตช คอร์ปอเรชั่น จำกัด  ในเครือของบริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) ซึ่งกำลังอยู่ในขั้นตอนขอประทานบัตรทำเหมือแร่แร่ใต้ดิน และต่อจากนั้นคณะได้เดินทางมาพบปะชาวบ้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมมาให้กันต้อนรับกันเต็มศาลาวัดจำนวนกว่า 500 คน      นายเสน่ห์ จามริก ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่าหลังจากได้รับเรื่องร้องเรียนแล้ว อนุกรรมการสิทธิในทรัพยากรน้ำ ชายฝั่ง และแร่ ได้จัดทำรายงานผลการตรวจสอบเรื่องสิทธิชุมชน กรณีนโยบายการพัฒนาและดำเนินการโครงการพัฒนาเหมืองแร่แตชในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ  และกรณีเหมืองแร่โปแตชจังหวัดอุดีรธานี แล้วเสร็จตามที่ได้รับการร้องเรียน  จึงอยากจะมาพบปะชาวบ้านเพื่อเรียนรู้ปัญหาอย่างแท้จริงและนำรายงานดังกล่าวกลับมาให้ชุมชน แม้ว่ากรรมการสิทธิชุดนี้จะหมดวาระไปแล้วแต่ในระหว่างนี้ก็รักษาการตามกฎหมายระหว่างรอการสรรหาครั้งใหม่   “ขอชื่นชมพี่น้องที่ออกมาปกป้องทรัพยากรที่ไม่ใช่ทำเรื่องส่วนตัว  แต่เป็นเรื่องสาธารณะขอให้ชาวบ้านมีความมั่นใจ และภาคภูมิใจว่าตนเองได้ทำในสิ่งที่ถูกต้อง ไม่มีอะไรที่ต้องเป็นข้อกังขา เมื่อได้ทำอย่างเต็มที่ จนยืนหยัดด้วยตนเอง  แต่ชาวบ้านไม่ได้อยู่ลำพังต้องมีเพื่อนมีมิตรที่ลงแรงช่วยเหลือกัน ไม่ได้เอาแต่ใจช่วยแต่ต้องทำทุกทางเพื่อให้การต่อสู้ให้ยั่งยืนต่อไป ปัญหาเรื่องสิทธิในทรัพยากรนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะจบสิ้นวันนี้พรุ่งนี้ ปีสองปีนี้ แต่เป็นเรื่องที่เกิดยาวนานและกระจายไปทั่วประเทศ การต่อสู้ปกป้องทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=prachatai.wordpress.com&amp;blog=421657&amp;post=413&amp;subd=prachatai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>https://prachatai.wordpress.com/2008/05/03/12023/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>13</slash:comments>
	
		<media:content url="https://secure.gravatar.com/avatar/fa6b3282ec4ea702dbf524d93f5a9ac4?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">littleonline</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.prachatai.com/05web/upload/HilightNews/library/200804/30_232815_40.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.prachatai.com/05web/upload/HilightNews/library/200804/30_232947_35.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>บทความชวนวิวาทะ : คนจนในไทยมีเพียง 10%</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com/2008/05/03/12028/</link>
		<comments>https://prachatai.wordpress.com/2008/05/03/12028/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 May 2008 11:32:19 +0000</pubDate>
		<dc:creator>littleonline</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://prachatai.wordpress.com/?p=412</guid>
		<description><![CDATA[  ดร.โสภณ พรโชคชัย &#60;1&#62; ประธานกรรมการ มูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย &#60;2&#62;   คนจนคือชนกลุ่มน้อยนิดในประเทศไทย! จากข้อมูลของ CIA ระบุว่าประเทศไทยมีคนจนอยู่เพียง 10% ของประชากรทั้งประเทศ &#60;3&#62; แล้วทำไมบางคนยังเข้าใจว่าคนไทยส่วนใหญ่ยากจนอยู่อีก เมื่อเร็ว ๆ นี้ ตอนคุณรสนา โตสิตระกูลในฐานะนักการเมืองรุ่นใหม่ ตอบโต้กับคุณปลื้ม ก็ยังอ้างว่าประชาชนไทย 70% ยากจน &#60;4&#62; เรามี “คนยากจน” หรือ “คนอยากจน” จำนวนมากกันแน่ คนที่มักวาดภาพว่าคนไทยส่วนใหญ่ยากจนนั้นเป็นเพราะความเข้าใจผิดหรือมีวาระซ่อนเร้นอะไร เรามักชอบเอาคนจนหรือความจนมาอ้างหรือไม่   ความจริงที่ปฏิเสธไม่ได้ ข้อมูลจากหลาย ๆ แหล่งที่เชื่อถือได้ต่างระบุสอดคล้องกันว่าประชากรไทยที่ยากจนคืออยู่ต่ำกว่าเส้นความยากจนมีเพียง 9-10% โดยประมาณ แม้แต่เมื่อปี 2505 ประชากรไทยที่ถือว่ายากจนก็มีเพียงครึ่งหนึ่ง (57%) ไม่ใช่ 70%เช่นที่เข้าใจกัน และหลังจากนั้นประชากรที่ยากจนก็เป็นคนส่วนน้อยมาโดยตลอด         จากชุดข้อมูลของสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์ฯ) ระบุว่า ณ ปี 2549จำนวนคนจนลดเหลือ 9.6% ของคนไทยทั้งประเทศ หรือ 6.1 ล้านคนจาก 63.4 ล้านคน ช่องว่างความยากจนก็ลดลง ความรุนแรงของปัญหาความยากจนก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง อย่างไรก็ตามในการลงทะเบียนคนจนในสมัยรัฐบาลทักษิณปรากฏว่ามีผู้ลงทะเบียนถึง 8,258,435 คนหรือ 13.2% &#60;5&#62; ทั้งนี้อาจเป็นเพราะรวม “คนอยากจน” เข้าไว้ด้วย แต่ก็ยังถือว่าคนเหล่านี้เป็นชนกลุ่มน้อยในประเทศไทย   สำหรับรายละเอียดรายได้ต่อหัวของสภาพัฒน์ฯ พบว่า เส้นความยากจนในเขตกรุงเทพมหานครอยู่ที่รายได้ 2,020บาทต่อหัวต่อเดือน หมายความว่าในครอบครัวที่หัวหน้าครอบครัวมีรายได้ประมาณ 8,000 บาทต่อเดือน หากต้องเลี้ยงคู่ครองที่ไม่มีรายได้และลูกอีก 2 คน ถือว่าเป็นคนยากจน แต่ถ้าเป็นในชนบทภาคตะวันออกเฉียงเหนือ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=prachatai.wordpress.com&amp;blog=421657&amp;post=412&amp;subd=prachatai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>https://prachatai.wordpress.com/2008/05/03/12028/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>14</slash:comments>
	
		<media:content url="https://secure.gravatar.com/avatar/fa6b3282ec4ea702dbf524d93f5a9ac4?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">littleonline</media:title>
		</media:content>

		<media:content url="http://www.prachatai.com/05web/upload/HilightNews/library/200805/01_013342_3.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.prachatai.com/05web/upload/HilightNews/library/200805/01_013409_40.jpg" medium="image" />

		<media:content url="http://www.prachatai.com/05web/upload/HilightNews/library/200805/01_013446_82.jpg" medium="image" />
	</item>
		<item>
		<title>ประภาส ปิ่นตบแต่ง: มองมุมภาคประชาชน: จะแตกหักกันไปทางไหน</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com/2008/05/03/12026/</link>
		<comments>https://prachatai.wordpress.com/2008/05/03/12026/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 May 2008 11:19:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>littleonline</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://prachatai.wordpress.com/?p=411</guid>
		<description><![CDATA[  ประภาส ปิ่นตบแต่ง อาจารย์คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย   กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ประกาศเมื่อวันที่ 25 เมษายน 2551 ที่ผ่านมาในทำนองว่า ถึงคราวจะต้องรบกันอย่างแตกหักกันแล้ว ความแตกหักดังกล่าวไม่ใช่ในระดับของการหยุดการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ภาพที่มากกว่านั้นคือ สงครามกับระบอบทุนนิยมสามานย์   กรอบโครงหลักซึ่งเป็นเรื่องราวที่กลุ่มพันธมิตรฯ ได้เขียนภาพขึ้นมาเชื่อมโยงไปถึงการต่อสู้ที่ชี้ให้เห็นว่า อีกฝ่ายหนึ่งได้พยายามทำลายอุดมการณ์หลักของชาติคือ อุดมการณ์ชาติ-ศาสน์-กษัตริย์   การอภิปรายทางวิชาการ (ตามสำนวนของกลุ่มพันธมิตร) และการเคลื่อนไหวผ่าน “สื่อหน้าเหลือง” ในระยะเวลาที่ผ่านมาและที่จะเป็นไปข้างหน้า จึงเชื่อมโยงเอาเหตุการณ์ต่างๆ เพื่อให้เกิดจินตภาพดังกล่าวนี้ จึงไม่ใช่เรื่องแปลกที่กรณีคดีความของ โชติศักดิ์ อ่อนสูง จะไปโผล่ในเว็บและรายการทีวีของสื่อสีเหลือง และกลายเป็นประเด็นอภิปรายที่สำคัญที่แกนนำกลุ่มพันธมิตร หยิบขึ้นมาพูดในเวทีอย่างสนุกปาก   ไม่ใช่เรื่องแปลกอีกเช่นกันที่ โชติศักดิ์ อ่อนสูง ถูกเชื่อมโยงเข้ากับ นปก. ทั้งๆ ที่เขาอยู่ในพวก “สองไม่เอา” (ต้านรัฐประหารและด่าทักษิณ) เขากลายเป็นหนึ่งในสามประสาน (ตามนิยามของ สนธิ ลิ้มทองกุลคือ กลุ่มซ้ายอกหัก-นักการเมืองเลว-คนรุ่นใหม่ที่ถูกล้างสมองโค่นล้มรัฐธรรมนูญและสถาบันสูงสุด) ที่กำลังทำลายอุดมการณ์หลักของชาติในสายตาของกลุ่มพันธมิตร และถูกโยนเข้ามาในสถานการณ์สงครามแตกหักจากหลายทิศหลายทาง แม้กระทั่ง พลเอกชวลิต ยงใจยุทธ ซึ่งควรจะเลี้ยงหลานก็โผล่ขึ้นมาเมื่อเร็วๆ นี้   ในเกมการเมืองเช่นนี้ [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=prachatai.wordpress.com&amp;blog=421657&amp;post=411&amp;subd=prachatai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>https://prachatai.wordpress.com/2008/05/03/12026/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>6</slash:comments>
	
		<media:content url="https://secure.gravatar.com/avatar/fa6b3282ec4ea702dbf524d93f5a9ac4?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">littleonline</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>บทความ : วิพากษ์ ยาม ฯ &#8216;ความเท็จจะเป็นความจริงได้หากตอกย้ำไปเรื่อยๆ?&#8217;</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com/2008/05/03/12025/</link>
		<comments>https://prachatai.wordpress.com/2008/05/03/12025/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 03 May 2008 11:11:53 +0000</pubDate>
		<dc:creator>littleonline</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[article]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://prachatai.wordpress.com/?p=410</guid>
		<description><![CDATA[  บทความเดิมชื่อ ยามสยองกระหายเลือด   สิทธิพร จรดล อดีตบรรณาธิการนิตยสาร QUESTIONMARK   เมธัส บัวชุม คอลัมนิสต์ “เสียงข้างน้อย” ในเวบไซต์ข่าวประชาไทออนไลน์ สรุปรวบยอดพฤติกรรมสื่อมวลชนในเครือผู้จัดการไว้อย่างแหลมคมและน่าสนใจในบทความชื่อ “ ‘ผู้จัดการ’ กับการปั้นน้ำเป็นตัว”ว่า   “ASTV และเวบไซต์ผู้จัดการ คือสุดยอดของ “การปั้นเป็นตัว” “จับแพะชนแกะ” “ใส่สีตีข่าว” “มั่ว” ชนิดที่หาไม่ได้อีกแล้วไม่ว่าจะในอดีตหรืออนาคตทั้งนี้เพราะด้วยความต่อเนื่อง และความเอาจริงเอาจังที่ไม่เคยลดราวาศอก (ราวกับว่าความเท็จจะเป็นความจริงได้หากตอกย้ำไปเรื่อยๆ)”   เมธัสบอกว่าเรื่องการ “ใส่สีตีข่าว” เป็นงานถนัดของสื่อในเครือผู้จัดการตั้งแต่เรื่องในมุ้งของชาวบ้านไปจนถึงเรื่องของการล้มรัฐบาล โดยมีคอลัมนิสต์อย่าง “ซ้อเจ็ด” เป็นสุดยอดของนักนินทาใส่สีและเป็นต้นแบบของการปั้นน้ำเป็นตัว (ไม่นับ “ผู้จัดกวน” ที่เป็นสุดยอดของการเต้าข่าวให้ขำซึ่งบางครั้งก็ไม่ขำเท่าไหร่)   (ดู “ผู้จัดการ” กับการปั้นน้ำเป็นตัว , ประชาไท , http://blogazine.prachatai.com/user/maythas/post/692)   สิ่งที่สื่อมวลชนในเครือผู้จัดการกำลังทำงานปลุกระดมกันอย่างเข้มข้นและสยดสยองจนไม่ต้องไปดูหนังผีที่โรงหนังชั้น 2 ในเวลานี้คือความพยายามสร้างปีศาจขึ้นมาตนหนึ่งโดยใช้ข้ออ้างของ “ความไม่จงรักภักดี” มาเป็นเครื่องมือ ทำให้เป็นศัตรูตรงข้ามเพียงเพื่อล้มสิ่งที่เรียกว่า “ระบอบทักษิณ”   จึงเป็นเรื่องที่คาดได้อย่างน่าตลกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในสนามฟุตบอลสโมสรแมนฯซิตี้ ในเมืองแมนเชสเตอร์จะนำมาถูกนำมาเกี่ยวข้องกับคนที่ชื่อ “โชติศักดิ์ อ่อนสูง” ซึ่งไม่เคยเดินทางไปที่เมืองแมนเชสเตอร์เลยสักครั้งเดียว   โชติศักดิ์กำลังเป็นหมากกลทางการเมืองที่สื่อในเครือผู้จัดการกำลังพยายามใช้และ “ฆ่า” ไปในเวลาเดียวกันโดยใช้วิธีปลุกระดมให้เกิดการเกลียดชังอยู่ในเวลานี้…   การปลุกระดมนี้เป็นผลสำเร็จเพราะทำให้ผู้อ่านเกิดอารมณ์ร่วมที่หมายจะเอาชีวิตเขาอย่างสยดสยองสมใจ “เสรีชนคนเสื้อเหลือง” แทนที่จะ “เข้าใจเขา” ดังความเห็นต่อท้ายข่าวที่เกี่ยวกับโชติศักดิ์เช่น “อยากฆ่ามันจริงๆ” “ไอ้กบฏ”“คนนี้ไม่สมควรเกิดมาเป็นคน” “ไอ้โชติสัตว์” “ริยำ” “ไอ้สราด อย่าให้เจอนะเมิง” ฯลฯ   อันสะท้อนให้เห็นว่าประเทศนี้สามารถ “ฆ่า” คนที่มีความเห็นต่างได้โดยมีสื่อมวลชนปลุกระดม&#8230;   &#8230;.   รายการยามเฝ้าแผ่นดินออกอากาศทาง ASTV คืนวันที่ 29 เมษายน 2551 จัดรายการโดยนายคำนูณ สิทธิสมาน (อดีตเลขาธิการศนท.ปี 2518 / [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=prachatai.wordpress.com&amp;blog=421657&amp;post=410&amp;subd=prachatai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>https://prachatai.wordpress.com/2008/05/03/12025/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>0</slash:comments>
	
		<media:content url="https://secure.gravatar.com/avatar/fa6b3282ec4ea702dbf524d93f5a9ac4?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">littleonline</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>การสื่อสารขัดข้อง และสนามสำรอง</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com/2007/02/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%99/</link>
		<comments>https://prachatai.wordpress.com/2007/02/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%99/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 15 Feb 2007 05:53:09 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pin pathana</dc:creator>
				<category><![CDATA[Blog]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://prachatai.wordpress.com/2007/02/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%99/</guid>
		<description><![CDATA[สืบเนื่องจากปัญหาการใช้งานเว็บเซิร์ฟเวอร์ที่ประชาไทใช้งานอยู่ ในปัจจุบันมีการเรียกข้อมูลมาแสดงผลจำนวนมาก ทำให้บางครั้งเว็บไซต์ประชาไทแสดงข้อความ &#8220;การสื่อสารขัดข้อง กรุณาติดต่อกลับมาอีกครั้ง&#8221; หรือบางครั้งจะเปิดหน้า &#8220;สนามสำรอง&#8221; แบบอัตโนมัติ วิธีการแก้ปัญหาเบื้องต้น หากมีข้อความ &#8220;การสื่อสารขัดข้องฯ&#8221; ให้ผู้ใช้งานทำการ refresh เพื่อเรียกข้อมูลอีกครั้ง แต่ถ้ามีการเปิดหน้า &#8220;สนามสำรอง&#8221; แบบอัตโนมัติ ให้ผู้ใช้งานคลิกที่นี่ เพื่อเปิดหน้าแรกประชาไท ขออภัยในความไม่สะดวกPrachatai Webmaster<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=prachatai.wordpress.com&amp;blog=421657&amp;post=407&amp;subd=prachatai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>https://prachatai.wordpress.com/2007/02/15/%e0%b8%81%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%aa%e0%b8%b7%e0%b9%88%e0%b8%ad%e0%b8%aa%e0%b8%b2%e0%b8%a3%e0%b8%82%e0%b8%b1%e0%b8%94%e0%b8%82%e0%b9%89%e0%b8%ad%e0%b8%87-%e0%b9%81%e0%b8%a5%e0%b8%b0%e0%b8%aa%e0%b8%99/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>8</slash:comments>
	
		<media:content url="https://secure.gravatar.com/avatar/a6e68552ba92d23dc664c58a2d762669?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pin pathana</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>คอลัมน์ใหม่ Silence of the Lamp : สื่อพม่าลุกขึ้นสู้</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com/2007/02/12/stlburmamedia/</link>
		<comments>https://prachatai.wordpress.com/2007/02/12/stlburmamedia/#comments</comments>
		<pubDate>Mon, 12 Feb 2007 13:28:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pin pathana</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>
		<category><![CDATA[Free Media]]></category>
		<category><![CDATA[Media]]></category>
		<category><![CDATA[Thailand]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://prachatai.wordpress.com/2007/02/12/stlburmamedia/</guid>
		<description><![CDATA[เหตุการณ์เล็กๆ ที่เกิดขึ้นในพม่า บอกโลกว่า สื่อสารมวลชนในพม่ากำลังจะเปลี่ยนไป สุภัตรา ภูมิประภาส ประเดิมคอลัมน์ใหม่ที่จะใช้ติดตามสถานการณ์สิทธิสื่อและสถานการณ์เสรีภาพสื่อของไทย เริ่มตอนแรกด้วยเรื่องสื่อพม่า ประเทศที่เราใช้เปรียบเทียบมาตลอดประวัติศาสตร์ เพื่อหวังเป็นสัญญาณเตือนเล็กๆ ที่เปล่งออกมาจาก ‘ตะเกียง’ ส่องทาง โดย สุภัตรา ภูมิประภาส นิตยสารอิระวดีรายงานข่าวความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจของสื่อมวลชนในประเทศพม่าว่า วารสารรายสัปดาห์ภาษาพม่าชื่อ เดอะ วอยซ์  ตีพิมพ์บทความที่วิพากษ์วิจารณ์มาตราการควบคุมสื่อของรัฐบาลเผด็จการทหารพม่าที่นับวันจะละเมิดเสรีภาพของสื่อมวลชนมากขึ้นทุกที ที่น่าสนใจคือ เหตุใดสื่อมวลชนพม่าจึงลุกขึ้นมาช็อควงการแบบนี้ เพราะที่ผ่านมาเป็นที่รู้กันดีในวงการสื่อทั่วโลกว่าสื่อมวลชนในพม่านั้นคุ้นเคยกับการเป็น “กระบอกเสียงของรัฐบาลทหาร” นับตั้งแต่คณะรัฐประหารพม่ายึดอำนาจเมื่อ 18 ปีที่แล้ว รัฐบาลเผด็จการทหารฯ ห้ามเด็ดขาดเรื่องการวิพากษ์วิจารณ์นโยบายของรัฐ และเมื่อคำสั่งห้ามดังกล่าวมีกระบอกปืนกำกับ  สื่อมวลชนในพม่าจึงต้องยอมจำนน ไม่วิพากษ์วิจารณ์ใดๆ หันไปทำข่าวฝนตก น้ำท่วม ภัยแล้ง ข่าวผู้นำทหารไปไหว้พระ บูรณะเจดีย์ หรือไปเปิดงานอบรมต่างๆ แถมสื่อสิ่งพิมพ์แต่ละฉบับ ยังต้องอุทิศพื้นที่หนึ่งหน้า สำหรับข่าวประชาสัมพันธ์ “นโยบายรัฐบาล” ผลการสำรวจเสรีภาพสื่อมวลชนใน 168 ประเทศทั่วโลกขององค์การผู้สื่อข่าวไร้พรมแดน พม่าติดอันดับท้ายๆ อยู่เสมอ ผลการสำรวจล่าสุดประจำปี 2549 ที่เพิ่งผ่านมา พม่าถูกจัดอยู่ในอันดับที่ 164 (ปี 2548 [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=prachatai.wordpress.com&amp;blog=421657&amp;post=406&amp;subd=prachatai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>https://prachatai.wordpress.com/2007/02/12/stlburmamedia/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="https://secure.gravatar.com/avatar/a6e68552ba92d23dc664c58a2d762669?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pin pathana</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>◊ สภาต้านรัฐประหาร 4 พ.ย. “ผู้ที่ควรพัฒนาประชาธิปไตยมากที่สุดคือบุคคลที่สวมชุดเขียว”</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com/2006/11/04/2006-11-04-01/</link>
		<comments>https://prachatai.wordpress.com/2006/11/04/2006-11-04-01/#comments</comments>
		<pubDate>Sat, 04 Nov 2006 14:58:04 +0000</pubDate>
		<dc:creator>littleonline</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://prachatai.wordpress.com/2006/11/04/2006-11-04-01/</guid>
		<description><![CDATA[ประชาไท – 5 พ.ย. 2549 วันที่ 4 พ.ย. เวลาประมาณ 16.00 น. เครือข่าย 19 กันยา ต้านรัฐประหาร จัดสภาต้านรัฐประหาร ครั้งที่ 2 ณ ลานโดม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 100 คน นางประทีป อึ้งทรงธรรม ฮาตะ อดีต ส.ว. อภิปรายเป็นบุคคลแรกโดยกล่าวว่า การที่คณะปฏิรูปการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข (คปค.) อ้างเหตุผลในการรัฐประหารเมื่อวันที่ 19 ก.ย. ที่ผ่านมาว่าเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการนองเลือดนั้นเป็นเพียงข่าวโคมลอย หากดูจากประวัติศาสตร์แล้วไม่เคยมีสักครั้งที่การนองเลือดเกิดจากการเคลื่อนไหวของประชาชน มีแต่เกิดจากทหารทั้งสิ้น แต่นักวิชาการหลายคนก็เชื่อตามนั้น นอกจากนี้ การทำรัฐประหารเป็นการทำให้กระบวนการตรวจสอบรัฐบาลบิดเบี้ยวซึ่งแย่กว่าสมัยรัฐบาลทักษิณที่แม้จะมีการแทรกแซงองค์กรอิสระ แต่ก็ยังสามารถพูดถึงข้อมูลที่ชัดเจนอย่างแตกต่างหลากหลายได้ นางประทีปยังกล่าวอีกว่าในการแถลงนโยบายของรัฐบาลที่ว่าจะตั้งสถาบันพัฒนาประชาธิปไตย เพื่อให้ความรู้เรื่องประชาธิปไตยกับประชาชนนั้นจะเป็นการเสียเงินมากมาย ทั้งที่ผู้ที่ควรพัฒนาประชาธิปไตยมากที่สุดคือบุคคลที่สวมชุดเขียว ซึ่งมีปัญหามากที่สุดและไม่เข้าใจการพัฒนาระบบประชาธิปไตยมากที่สุด เมื่อไม่พอใจอะไรก็เอาเครื่องมือที่มีมากดดันประชาชน จากนั้น นางประทีปได้เชิญผู้ที่คัดค้านการรัฐประหารออกมาแสดงตัวโดยการถ่ายรูปพร้อมกันพร้อมชูกำปั้นและประกาศว่า “คปค. จงพินาจ” นายแพทย์เหวง โตจิราการ ประธานสมาพันธ์ประชาธิปไตย กล่าวอภิปรายว่า [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=prachatai.wordpress.com&amp;blog=421657&amp;post=405&amp;subd=prachatai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>https://prachatai.wordpress.com/2006/11/04/2006-11-04-01/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>12</slash:comments>
	
		<media:content url="https://secure.gravatar.com/avatar/fa6b3282ec4ea702dbf524d93f5a9ac4?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">littleonline</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>◊ รอมฎอนที่อ้างว้างในปาเลสไตน์</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906romdon/</link>
		<comments>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906romdon/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Oct 2006 13:39:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pin pathana</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906romdon/</guid>
		<description><![CDATA[ครอบครัวปาเลสไตน์หลายๆ ครอบครัว ยังถูกคุมคามอย่างหนักจากอิสราเอลทางฝั่งตะวันตก ทำให้รอมฏอนในปีนี้ แต่มีกลิ่นอายของความแร้งแค้น ความยากจนที่น่าเวทนานี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนท่ามกลางสังคมที่อ่อนแอเป็นทุนเดิม &#62;&#62; สดจากปาเลสไตน์คาลิด อมาเรห์ วันที่ 7 ตุลาคม 2006 แปลและเรียบเรียงโดย ฟารีดา ขจัดมารเครือข่ายเยาวชนเพื่อสันติภาพสามจังหวัดภาคใต้ไดอารี่ : โดยปกติแล้ว เดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นช่วงเวลาแห่งจิตวิญญาณที่สูงส่งและการตั้ งมั่นในความดี อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่คนในครอบครัวจะร่วมกันละศีลอดกันอย่างพรั่งพร้อมทันท ี เมื่อพระอาทิตย์ตกดินหลังจากที่ถือศีลอดมาตลอดวันอ ย่างไรก็ตาม ครอบครัวปาเลสไตน์หลายๆ ครอบครัว ยังถูกคุมคามอย่างหนักจากอิสราเอลทางฝั่งตะวันตก ทำให้รอมฏอนในปีนี้ แต่มีกลิ่นอายของความแร้งแค้น ความยากจนที่น่าเวทนานี้กำลังเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนท่ามกลางภาคส่วนของสังคมท ี่อ่อนแอเป็นทุนเดิมย ูซุฟ ซูลัยมาน เป็นครูที่โรงเรียนแห่งหนึ่งมาสามสิบปี ในเมืองเฮบบรอน ซึ่งอยู่ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เขามีสมาชิกครอบครัว 8 คน แต่ยากที่จะทำให้สิ่งต่างๆ อยู่ภายใต้การควบคุม เมื่อเขาต้องรักษาปัจจัยยังชีพเบื้องต้น เช่น ข้าว แป้ง น้ำตาล โดยปกติแล้ว เดือนรอมฎอนอันศักดิ์สิทธิ์นี้เป็นช่วงเวลาแห่งจิตวิญญาณที่สูงส่งและการตั้งมั่นในความดี อีกทั้งยังเป็นโอกาสที่คนในครอบครัวจะร่วมกันละศีลอดกันอย่างพรั่งพร้อมทันที เมื่อพระอาทิตย์ตกดินหลังจากที่ถือศีลอดมาตลอดวันอย่างไรก็ตาม ครอบครัวปาเลสไตน์หลายๆ ครอบครัว ยังถูกคุมคามอย่างหนักจากอิสราเอลทางฝั่งตะวันตก ทำให้รอมฏอนในปีนี้ แต่มีกลิ่นอายของความแร้งแค้น [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=prachatai.wordpress.com&amp;blog=421657&amp;post=401&amp;subd=prachatai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906romdon/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>1</slash:comments>
	
		<media:content url="https://secure.gravatar.com/avatar/a6e68552ba92d23dc664c58a2d762669?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pin pathana</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>◊ ชาวมอญเศร้า หลวงพ่อ ‘อุตมะ’ ผู้เป็นที่พึ่งมรณภาพ</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906uttama/</link>
		<comments>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906uttama/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Oct 2006 13:08:06 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pin pathana</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906uttama/</guid>
		<description><![CDATA[สำนักข่าวมอญอิสระ IMNA รายงานว่า เมื่อเวลาประมาณ 4.30 น. ของวันนี้ (18 ตุลาคม) หลวงพ่ออุตมะ อายุ 97 ปี เชื้อชาติมอญซึ่งเป็นพระผู้มีพระคุณต่อชนชาวมอญมากรูปหนึ่ง ได้มรณภาพลงอย่างสงบด้วยโรคชรา ขณะเข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลศิริราช ในกรุงเทพมหานคร สร้างความเศร้าโศกเสียใจให้กับศรัทธาญาติโยมทั้งชนชาวไทยและชาวมอญโดยทั่วกัน &#62;&#62; หลวงพ่ออุตมะ ป่วยเป็นโรคชราและได้เข้ารับการรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลมานานกว่า 2 ปี จนกระทั่งเมื่อสองวันที่ผ่านมาทางคณะแพทย์ที่ให้การดูแลรักษาได้แจ้งว่า อาการของท่านอยู่ในขั้นน่าเป็นห่วงและท่านได้ละสังขารลงในที่สุดทั้งนี้ หลวงพ่ออุตมะ ได้อพยพเข้ามาอยู่ในประเทศไทยหลังจากเกิดสงครามกลางเมืองในพม่าระหว่างทหารรัฐบาลพม่ากับกลุ่มต่อต้านอันได้แก่กะเหรี่ยงและมอญได้ไม่นาน ต่อมาในปี 2499 ท่านได้จัดตั้งหมู่บ้านวังคะ (Wengka Village) ในอำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี โดยได้รับผู้อพยพชาวมอญที่หนีภัยสงครามนับพันคนเข้ามาอยู่เรื่อยมาจนถึงปี 2533 ภายใต้การให้ความช่วยเหลือของทางการไทย นอกจากนี้หลวงพ่อท่านยังได้ให้การสนับสนุนสร้างสรรค์สังคมในประเทศไทยหลายอย่าง อาทิ เป็นผู้ก่อตั้งโรงเรียน โรงพยาบาล สร้างถนนและสะพานเป็นต้น ซึ่งนอกจากชนชาวมอญแล้วท่านยังเป็นที่เคารพนับถือของชนชาวไทย โดยเฉพาะคณะพระสงฆ์ตลอดจนผู้หลักผู้ใหญ่ของบ้านเมืองอีกด้วย โดยขณะนี้ทางคณะศิษยานุศิษย์ได้เตรียมนำร่างของหลวงพ่อท่านไปบำเพ็ญกุศลตามประเพณีที่วัดวังคะ วิเวกการาม บ้านวังคะ อำเภอสังขละบุรี จังหวัดกาญจนบุรี<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=prachatai.wordpress.com&amp;blog=421657&amp;post=400&amp;subd=prachatai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906uttama/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="https://secure.gravatar.com/avatar/a6e68552ba92d23dc664c58a2d762669?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pin pathana</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>◊ วงการสื่อวุ่น กรณีรับและค้านการเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906newsen/</link>
		<comments>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906newsen/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Oct 2006 13:00:55 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pin pathana</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906newsen/</guid>
		<description><![CDATA[ผู้แทน 6 องค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน กำหนดกรอบสมาชิกสภานิติบัญญัติฯ สายสื่อมวลชน นัดถกสมาชิกในเครือก่อนสรรหาประธานสภานิติฯ 23 ต.ค.นี้ ด้านสื่อมวลชนกลุ่มค้านออกหนังสือแจงมีเจตนาบริสุทธิ์เป็นการเคลื่อนไหวในฐานะสื่อมวลชนเล็กๆ ที่จะรักษาจรรยาบรรณในการประกอบวิชาชีพและมีผู้ร่วมลงชื่อค้านเพิ่มเป็น 50 คน &#62;&#62; 18 ต.ค.49 &#8211; วันที่ 17 ต.ค. ผู้แทนองค์กรวิชาชีพสื่อมวลชน 6 องค์กร ประกอบด้วย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และสมาคมเคเบิลทีวีแห่งประเทศไทย ได้จัดประชุมร่วมกัน โดยนายชวรงค์ ลิมป์ปัทมปาณี เลขาธิการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เปิดเผยผลการประชุมว่า ที่ประชุมมีมติให้เพิ่มเติมจำนวนคณะที่ปรึกษาและคณะทำงานด้านวิชาการเพื่อให ้เกิดความรอบคอบในการทำงาน พร้อมทั้งกำหนดหน้าที่ของคณะที่ปรึกษาและคณะทำงานด้านวิชาการให้ชัดเจนมากขึ้น โดยคณะทำงานด้านวิชาการจะทำหน้าที่สนับสนุนงานด้านวิชาการแก่ผู้แทนสื่อมวลช นที่เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ และกรรมาธิการร่างรัฐธรรมนูญ ประสานงานกับสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติสายสื่อมวลชนและสายอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งจัดการประชุมรับฟังความคิดเห็นจากสื่อมวลชนหรือองค์กรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องในประเด็นด้านสิทธิเสรีภาพของประชาชนและการปฏิรูปสื่อ เพื่อนำเสนอต่อผู้แทนองค์กรวิชาชีพในสภานิติบัญญัติแห่งชาติและกรรมาธิการยก ร่างรัฐธรรมนูญที่ประชุมยังได้รับทราบถึงเจตจำนงของผู้แทนองค์กรวิชาชีพในสภานิติบัญญัติแห่งชาติทั้ง 3 คน ได้แก่ นางบัญญัติ ทัศนียะเวช ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ นายสมชาย แสวงการ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=prachatai.wordpress.com&amp;blog=421657&amp;post=398&amp;subd=prachatai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906newsen/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>2</slash:comments>
	
		<media:content url="https://secure.gravatar.com/avatar/a6e68552ba92d23dc664c58a2d762669?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pin pathana</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>◊ แล้วเธอก็กลับมา เว็บไซต์ 19sep</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906comeback/</link>
		<comments>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906comeback/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Oct 2006 12:54:27 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pin pathana</dc:creator>
				<category><![CDATA[ข่าว]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906comeback/</guid>
		<description><![CDATA[ประชาไท – 18 ต.ค. 2549 เมื่อวันที่ 17 ต.ค. นายสมบัติ บุญงามอนงค์ ผู้จดทะเบียนเว็บไซต์ www.19sep.org และ www.19sep.net ให้สัมภาษณ์กับ ‘ประชาไท’ ว่า เว็บไซต์ www.19sep.org ซึ่งเคยถูกบล็อกไป ได้ถูกปลดล็อคโดเมนแล้วเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา &#62;&#62; ทั้งนี้ เว็บไซต์ www.19sep.org จัดทำขึ้นหลังจากเหตุการณ์รัฐประหารเมื่อคืนวันที่ 19 ก.ย. เริ่มเปิดใช้ครั้งแรกเมื่อวันที่ 20 ก.ย. และหลังจากนั้นหนึ่งวันก็ถูกปิด ด้วยการบล็อกโดเมน จนทำให้ต้องเปลี่ยนไปใช้โดเมน www.19sep.net และล่าสุดก็ถูกบล็อกโดเมนซ้ำอีกเมื่อวันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา   จากการตรวจสอบพบว่า ข้อมูลในเว็บไซต์ถูกทำลายทั้งหมด ทั้งที่เป็นตัวโปรแกรมและฐานข้อมูล ทำให้ไม่มีข้อมูลหลงเหลืออยู่เลย ทั้งยังเข้าไปแก้ไขรหัสผ่านอีกด้วย ทั้งนี้ เขายังคงไม่ทราบว่าใครเป็นผู้กระทำการดังกล่าว โดยก่อนหน้านี้ที่เวบจะกลับมาใช้การได้ตามปกติ นายสมบัติทราบเพียงว่า เป็นการปิดที่ ISP อย่างไรก็ตาม ได้กู้คืนข้อมูลทั้งหมดแล้ว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=prachatai.wordpress.com&amp;blog=421657&amp;post=397&amp;subd=prachatai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906comeback/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>3</slash:comments>
	
		<media:content url="https://secure.gravatar.com/avatar/a6e68552ba92d23dc664c58a2d762669?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pin pathana</media:title>
		</media:content>
	</item>
		<item>
		<title>◊ ตำแหน่งแห่งที่ของ ‘ตัวแทนสื่อมวลชน’</title>
		<link>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906comm/</link>
		<comments>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906comm/#comments</comments>
		<pubDate>Thu, 19 Oct 2006 12:23:48 +0000</pubDate>
		<dc:creator>pin pathana</dc:creator>
				<category><![CDATA[บทความ]]></category>

		<guid isPermaLink="false">http://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906comm/</guid>
		<description><![CDATA[บทความโดย ฟ้ารุ่ง ศรีขาว เป็นที่ทราบกันดีแล้วว่าสมาชิกของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ประกอบไปด้วยบุคคลจากหลายภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นทหาร ข้าราชการ นักวิชาการ บุคคลจากองค์กรพัฒนาเอกชน ฯลฯ และสื่อมวลชนก็เป็นหนึ่งในองค์ประกอบนี้ด้วย ซึ่งน่าจะเป็นการดีที่ผู้ประกอบวิชาชีพสื่อสารมวลชน ได้มีตำแหน่งแห่งที่ในการทำหน้าที่ดังกล่าว เพราะมีโอกาสได้ช่วยผลักดันสนับสนุนกระทั่งคัดค้าน กลั่นกรอง ตัวบทกฎหมายที่จะออกมาใช้บังคับ &#62;&#62; แต่คำถามสำคัญคือ ลำพังความเป็นสื่อมวลชน โดยตัวของตัวเองไม่เคยมีโอกาสได้กระทำการเช่นนั้นเลยหรือ? ในเมื่อการตรวจสอบอำนาจรัฐ การคัดคานกับความไม่ถูกต้อง เป็นสิ่งที่สื่อมวลชน มีพื้นที่ของตัวเองอยู่แล้วโดยสภาพของวิชาชีพ เว้นแต่จะยอมรับโดยดุษฎี ว่าวิชาชีพเช่นนี้ไม่มีน้ำยาพอที่จะไปคัดค้านความไม่ถูกต้องดังนั้นจึงอาศัย ตำแหน่งอื่นด้วยอำนาจเฉพาะกาลแห่งชาติแม้ผู้เขียนให้ความเคารพต่อการตัดสินใจส่วนตัวในฐานะปัจเจกของแต่ละท่านที่เข ้าดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ แต่สิ่งที่ยังเป็นข้อกังขาคือความเป็น “ตัวแทน” ในที่นี้จะกล่าวเฉพาะ “ตัวแทนสื่อมวลชน” เพราะท่านกำลังจะแทนในสิ่งที่แทนกันไม่ได้ มิพักต้องกล่าวถึงว่าเมื่อไปมีส่วนได้ส่วนเสียกับตำแหน่งในสภานิติบัญญัติแห ่งชาติแล้ว จะกลับมาชี้นำสังคมวิพากษ์ วิจารณ์สิ่งต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสภาฯ ได้จริงหรือไม่ เพราะประเด็นนี้ เป็นเรื่องในอนาคต แต่ละท่านต้องพิสูจน์ตัวเอง กลับมาที่เรื่องความเป็น “ตัวแทนสื่อมวลชน” ตามข้อเท็จจริงมีบุคคลที่เป็นสื่อมวลชนหลายท่านดำรงตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติฯ แต่ในที่นี้จะกล่าวถึง 3 ท่าน ใน 3ตำแหน่งขององค์กรวิชาชีพ ได้แก่ ประธานสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ นายกสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย และนายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ผู้เขียนมิได้ตั้งคำถามต่อการตัดสินใจในฐานะปัจเจกบุคคลหรือความเป็นส่วนตัว [...]<img alt="" border="0" src="http://stats.wordpress.com/b.gif?host=prachatai.wordpress.com&amp;blog=421657&amp;post=396&amp;subd=prachatai&amp;ref=&amp;feed=1" width="1" height="1" />]]></description>
		<wfw:commentRss>https://prachatai.wordpress.com/2006/10/19/oct1906comm/feed/</wfw:commentRss>
		<slash:comments>4</slash:comments>
	
		<media:content url="https://secure.gravatar.com/avatar/a6e68552ba92d23dc664c58a2d762669?s=96&#38;d=identicon&#38;r=G" medium="image">
			<media:title type="html">pin pathana</media:title>
		</media:content>
	</item>
	</channel>
</rss>
